ข่าว

ก้าวที่ถอยหลังเข้าคลองของการศึกษาญี่ปุ่น(1)

ก้าวที่ถอยหลังเข้าคลองของการศึกษาญี่ปุ่น(1)

13 ก.ย. 2553

ลูกซามูไรซะอย่าง จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ก็กระไรอยู่ แม้ว่าดินแดนอาทิตย์อุทัยทำท่าจะบ่ายคล้อยลงไปมากก็ตาม

 เหตุนี้ แค่เห็นสัญญาณว่าการศึกษาของลูกหลานซามูไรซึ่งเคยติดอันดับสูงสุดจากการสอบตามมาตรฐานสากลของหลายสำนักทำท่าจะอ่อนลงจนอาจล้าหลังคู่แข่งอย่างเด็กแดนโสมขาว หรือเด็กฮ่องกง กระทรวงศึกษาธิการแดนซามูไรก็เต้นผางรีบหาทางแก้ไขปัญหาทันที เริ่มด้วยการสั่งเพิ่มเนื้อหาในตำราเรียนระดับโรงเรียนประถมต้นจนถึงประถมปลายและระดับมัธยมต้นทุกชั้นทุกวิชา จนทำให้ตำราหนักอึ้งขึ้นและหนากว่าเดิมอีก 1,200 หน้าจาก 4,900 หน้าในขณะนี้ เป็นเกือบ 6,100 หน้า

 ทั้งนี้ วิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์จะได้รับการเพิ่มเนื้อหามากกว่าวิชาอื่น โดยมีเนื้อหาเพิ่มขึ้นราว 60 หน้าเมื่อเทียบกับต้นทศวรรษนี้ นอกจากนี้ ในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนจะต้องมีเวลาเรียนมากขึ้นอีก 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ชั้นไหน ขณะที่นักเรียนเกรด 5 จะต้องเริ่มเรียนภาษาอังกฤษแทนที่จะเริ่มเรียนในเกรด 7 เหมือนในขณะนี้

 ความกังวลของกระทรวงศึกษาธิการแดนซามูไรส่วนหนึ่งมาจากผลคะแนนสอบตามมาตรฐานสากลซึ่งจะดูความสามารถในการประยุกต์ความรู้ไปใช้กับชีวิตจริงของบรรดาทายาทซามูไรมีแต่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างคะแนนคณิตศาสตร์ได้อันดับลดลงจากที่หนึ่งเมื่อปี 2543 เป็นที่ 10 ในปี 2549  คะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์ลดลงจากอันดับ 2 เป็นอันดับ 6 ส่วนคะแนนการอ่านเอาความลดลงจากอันดับ 8 เป็นอันดับ 15

 อันที่จริงถ้าเทียบกับมาตรฐานการศึกษาของอีกหลายๆประเทศ การศึกษาของญี่ปุ่นก็ถือได้ว่ายังอยู่ในอันดับต้นๆ ที่เป็นที่อิจฉาของหลายประเทศ รวมไปถึงสหรัฐซึ่งรั้งอันดับ 29 ของวิชาวิทยาศาสตร์และอันดับ 35 ในวิชาคณิตศาสตร์จาก 57 ประเทศที่เข้าแข่งขันการสอบตามมาตรฐานสากลเมื่อปี 2549

 ความกังวลนี้ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเมื่อพบว่าขณะนี้มีนักศึกษาญี่ปุ่นไปเรียนต่อต่างประเทศน้อยลง

 ผู้ปกครองหลายคนอาจจะพากันปรบมือให้แก่แนวคิดถอยหลังเข้าคลองนี้ "ฉันคิดว่าเป็นก้าวเดินที่ดี เพราะเห็นความรู้ของลูกๆ ในตอนนี้แล้วแสนจะกลุ้มใจ เทียบไม่ได้เลยกับที่คนรุ่นแม่เคยเรียนมาก่อน" คุณแม่ของลูกสาวในโตเกียวให้ความเห็น

 อย่างไรก็ดี คำสั่งนี้ได้จุดชนวนการตอบโต้ทันควันจากกลุ่มนักวิชาการที่มองว่าการเพิ่มเนื้อหาในตำราเรียนดังกล่าวเท่ากับย้อนกลับไปสู่หลักสูตรเก่าๆ ที่เคยเน้นเรื่องการท่องจำมากกว่าการกระตุ้นให้รู้จักคิด รู้จักประยุกต์ความรู้มาใช้กับชีวิตประจำวัน ตามปรัชญาการศึกษาระบบใหม่ที่ได้ทดลองใช้มา 10 ปีแล้ว ซึ่งจะเน้นเรื่อง "การศึกษาที่ปลอดจากแรงกดดัน"

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์