
แบงก์ชาติพร้อมให้ไลเซนส์ปณทตั้งไมโครไฟแนนซ์ร่วมแบงก์รัฐปล่อยกู้คนจน
คลังเผยแบงก์ชาติพร้อมให้ไลเซนส์ ปณท ทำไมโครไฟแนนซ์ คาดสรุปตั้งบริษัทลูกร่วมกับแบงก์รัฐได้ภายในต.ค.นี้ ทำหน้าที่ปล่อยกู้อย่างเดียวคิดดอกเบี้ยไม่เกินธนาคารประชาชน
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดในการให้บริษัท ไปรษณีย์ไทยจำกัด (ปณท) เข้ามาเป็นผู้ให้บริการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนระดับรากหญ้าด้วยการปล่อยเงินกู้หรือเป็นธนาคารคนจนว่า ขณะนี้คณะกรรมการของปณท กำลังเร่งพิจารณารูปแบบการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินการ โดยอาจเป็นการถือหุ้นระหว่างปณท และสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งอาจจะเป็นธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ธนาคารใดธนาคารหนึ่งหรือสองธนาคารก็ได้ โดยอาจเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 40:30:30 ในบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็ได้
“คาดว่ารูปแบบการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไปรษณีย์จะมีความชัดเจนภายในดือนตุลาคมนี้ โดยระหว่างนี้ทางคณะกรรมการของไปรษณีย์คงกำลังพิจารณาความเหมาะสมว่าจะทำเองหรือดำเนินการร่วมกับสถาบันการเงินอื่น ซึ่งน่าจะสรุปได้โดยเร็วเพราะมีผู้บริหารของกระทรวงการคลังเข้าไปเป็นประธานบอร์ดจึงน่าจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้เร็ว โดยความเป็นไปได้น่าจะเป็นการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อให้รายย่อยอยู่แล้ว เพื่อจะได้นำจุดแข็งของไปรษณีย์ในการให้บริการเข้าถึงประชาชนระดับรากหญ้าในทุกพื้นที่ของประเทศไทยมารวมกับการอาศัยความเชี่ยวชาญจากแบงก์มาช่วยทำงานด้านการปล่อยกู้ รวมถึงยังทำให้บริษัทที่ตั้งขึ้นมีแหล่งเงินต้นทุนต่ำมาใช้ดำเนินงานด้วย” นายสถิตย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การตั้งสถาบันการเงินที่เข้าถึงกลุ่มคนจนหรือเป็นไมโครไฟแนนซ์นั้นทางไปรษณีย์ต้องดำเนินการขอไลเซนส์จากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ตามแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินฉบับที่ 2 ด้วย โดยถือเป็นไลเซนส์ใหม่ที่จะออกมาสนับสนุนให้ประชาชนรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น นอกเหนือจากสถาบันการเงินที่ให้บริการในปัจจุบัน โดยเบื้องต้นจากการหารือกับนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ก็พร้อมให้การสนับสนุนอยู่แล้ว
ส่วนรูปแบบการดำเนินงานของสถาบันการเงินดังกล่าวจะเหมือนนอนแบงก์ที่ทำหน้าที่ในการปล่อยกู้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถรับฝากเงินได้ ส่วนวงเงินที่ปล่อยกู้คงไม่สูงมากนักคาดว่าวงเงินจะไม่ถึงหมื่นบาทเพราะผู้กู้ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและอัตราดอกเบี้ยที่คิดน่าจะอยู่ในระดับเดียวกับธนาคารประชาชนของออมสิน ซึ่งมองว่าไม่น่าจะซ้ำซ้อนกันเพราะกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ธนาคารออมสินอาจจะยังเข้าไปไม่ถึง ขณะที่ไปรษณีย์มีสาขาอยู่กว่า 1,280 แห่ง ครอบคลุมและเข้าถึงทุกพื้นที่ของประเทศ บุรุษไปรษณีย์จึงน่าจะทำหน้าที่ในการตามเก็บค่างวดได้ดี



