
ระวัง!แอร์พอร์ตลิงก์จะสร้างบาดแผลให้รัฐบาล ?
จันทร์ที่แล้ว ผมพูดถึงความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองของการรถไฟแห่งประเทศ (ร.ฟ.ท.) ด้วยกาลงทุนสร้างรถไฟความเร็วสูง และแนะนำให้รัฐบาลย้ายสถานีรถไฟกรุงเทพฯ จากหัวลำโพงมาอยู่ที่ย่านสินค้าพหลโยธินไปแล้ว
ไม่คิดว่าจะต้องมีอะไรเขียนถึงการรถไฟซ้ำอีก แต่ก็มีเรื่องให้เขียนถึงจนได้ เมื่อทราบว่า โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่งผู้โดยสารในเมือง หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า แอร์พอร์ตลิงก์ ที่ผมเคยเขียนทักท้วงแต่แรกว่า ไม่ควรลงทุนทำเพียงเพื่อให้ต่างชาติเห็นว่าไทยก็ทันสมัย มีรถไฟฟ้าจากสนามบินเข้าเมืองเหมือนประเทศอื่นๆ เพราะผมไม่เชื่อในขีดความสามารถของการรถไฟว่าจะทำได้
เนื่องจาก “คนของรถไฟ” ไม่พร้อมคือไม่เคยได้รับการส่งตัวไปฝึกอบรมหรือเรียนรู้ระบบการเดินรถที่ทันสมัยแบบนี้จากที่ไหนมาก่อน แล้วการลงทุนก็ต้องกู้เข้ามาทั้งโครงการ พอโครงการเสร็จก็ต้องจ้างฝรั่งเข้ามาบริหาร รวมทั้งสอนการทำงานให้คนของการรถไฟ ขณะเดียวกันคนรถไฟอีกกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะกลัวเสียสถานภาพ ต้องชักเย่อกันไปมาเหมือนเป็นลางร้ายว่าโครงการนี้จะนำความหายนะมาให้การรถไฟ จนผมกล้าพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าว่าโครงการนี้ “เจ๊งแน่” แล้วผลเป็นอย่างไรครับ ให้บริการมาได้ไม่ถึงเดือนแววเจ๊งก็ส่อให้เห็นแล้ว
สัปดาห์ที่แล้ว ผู้บริหารการรถไฟแทบไม่ต้องทำอะไรหรอกครับ คอยรับรายงานเหตุขัดข้องในการการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์จากพนักงาน แล้วก็รายงานต่อไปยังนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แทบจะวันเว้นวันเลยก็ว่าได้ วันแรกคือ 8 กันยายน ขบวนรถ City Line สายสีน้ำเงินเกิดเหตุขัดข้องที่สถานีลาดกระบัง โดยมีไฟสัญญาณเตือนภัยโชว์ที่หน้าจอ พนักงานขับรถจึงหยุดรถให้ผู้โดยสารลงรอขบวนใหม่ บ่ายวันเดียวกันก็มีปัญหาที่สถานีทับช้างต้องถ่ายคนเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 กันยายน ก็มีเหตุขัดข้องที่สถานีหัวหมาก เมื่อประแจสับเปลี่ยนทางเดินรถลิ้นไม่สนิทจึงต้องหยุดเดินรถ
ปัญหาประแจสับเปลี่ยนที่ว่านี้เคยเกิดมา 2 หนแล้วคือเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม และ 5 กันยายน แทนที่จะระงับการเดินรถไว้ก่อน การรถไฟคงกลัวเสียหน้าที่ต้องเลื่อนการเปิดบริการเชิงพาณิชย์หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ กลับปล่อยให้ขบวนรถที่ยังไม่สมบูรณ์พร้อมออกมาให้บริการประชาชน ผมขอตำหนิการรถไฟ กระทรวงคมนาคม และรัฐบาลว่าสะเพร่ามาก เพราะหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากขบวนรถที่มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นมาละก็ คงงามหน้ากันทั้งชาติ กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยคงเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้เชียวนะครับ จริงอยู่แม้การรถไฟจะทำประกันภัยให้ผู้โดยสารไว้คนละ 2 ล้านบาทแล้ว แต่เชื่อเสียงที่เสียไปคงจะกู้กลับมาไม่ได้ง่ายๆ หรอกครับ
ผมอยากให้รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีนะครับ ไม่ใช่โดยรัฐมนตรีคมนาคมได้ทบทวนโครงการนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งหนึ่ง มอบให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นแม่งานนั่นแหละดีที่สุด อยากให้เรียก “แฟ้มโครงการ” นี้มาดูว่า ทำไมมันจึงสะดุดมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่เริ่มโครงการจนเสร็จโครงการแล้วเปิดบริการไม่ได้ ต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก นั่นไม่เท่าไหร่ ข่าวว่าในวันที่ 14 กันยายนคือวันพรุ่งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะเสนอขอเงินงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อนำไปจดทะเบียนบริษัทเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์จากที่เคยกำหนดไว้ 500 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท อีกแล้ว…จะไหวหรือครับ
เออถ้าเปิดโครงการขึ้นมาแล้วราบรื่นดี มีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย เป็นที่ประทับใจชาวบ้านยังพอฟังขึ้นหน่อย นี่เปิดมาไม่ถึงเดือนก็ถูกแช่งชักหักกระดูกมากกว่าได้รับคำชมดันทะลึ่งขอเงินอีกแล้ว...น่าเป็นห่วงนะครับว่าโครงการนี้จะกลายเป็น “โบดำ” ของการรถไฟไทยอีกโครงการหนึ่ง หากสามารถระงับยับยั้ง หรือจะสับเปลี่ยนให้ภาคเอกชนในหรือต่างประเทศเข้ามารับช่วงได้ รัฐบาลก็ควรปล่อยให้เอกชนเขารับไปบริหารเถอะครับ อย่าดันทุรังให้ชาวบ้านร้านตลาดมองว่า มันมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงอยู่หรือจึงคายออกมาไม่ได้...
ภาณุมาศ ทักษณา



