ข่าว

 สื่อยุคสับสน

สื่อยุคสับสน

13 ก.ย. 2553

ดร.ศักดา ธนิตกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถามเรื่อง “ระยะห่าง” กับสุทธิชัย หยุ่น ระหว่างรับฟังคำบรรยายว่าด้วยจริยธรรมสื่อเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเหตุที่คอลัมน์ “กาแฟดำ” ไม่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวบุคคล

 เพราะต้องการรักษาระยะห่างระหว่างสื่อมวลชนกับนักการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันหรือไม่ คำถามนี้ตอบด้วยเหตุผลว่า การวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคลเพียงเพื่อตอบสนองความสะใจ หรือเป็นเพียงตัวแทนความรู้สึกของความเกลียดชังที่คนมีต่อกันนั้น ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรให้สังคมโดยรวม ส่วนคำว่า “ระยะห่าง” ในความหมายที่แท้จริง หมายถึง นักข่าวต้องหลีกเลี่ยงการมีสัมพันธ์พิเศษกับนักการเมือง กลุ่มและพรรคการเมือง อีกทั้งแหล่งข่าวทั้งหลาย ตามหลักการและจริยธรรมของสื่อในเครือเนชั่น

 การรักษาระยะห่าง จะทำให้สามารถรักษาความเป็นกลาง หรือหลักการ “พูดความจริง” ไว้ได้ ไม่โอนเอียงไปตามความสัมพันธ์ ใกล้ชิดกับแหล่งข่าว ตรรกะข้อนี้ยังสามารถนำไปอธิบายปรากฏการณ์ข่าวความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นธรรมชาติขณะเดียวกันความขัดแย้งก็เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินคุณค่าข่าว แต่ข่าวการเมืองก็ไม่ได้มีพัฒนาการเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หากไม่มุ่งเน้นประเด็นความขัดแย้ง หรือให้น้ำหนักเพียงถ้อยคำไม่กี่คำแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เหลือพื้นที่ในการนำเสนอข่าวการเมืองเลย นี่ย่อมมีนัยสำคัญไม่แตกต่างไปจากข่าวบันเทิงที่ว่า หากไม่เสนอเรื่องราวในมุ้งของดาราแล้ว ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นข่าวบันเทิงได้

 ในยุคที่อำนาจในการสื่อสารถูกเปลี่ยนผ่านไปยังคนโดยทั่วไป ในสมัยที่สังคมท่วมท้นไปด้วยข่าวสาร ในยุคที่ข่าวสารเดินผ่านทางด่วนทุกนาที ไม่มีความจำเป็นอันใดอีกแล้ว ที่คนจะต้องมานั่งรออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ที่มีวิธีการนำเสนอแบบเดิม มีกรรมวิธีการผลิตแบบเดิม ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ประเด็นความขัดแย้ง หากแต่เป็นเหตุการณ์ หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การวางระเบิดในที่ต่างๆ อุบัติเหตุเครื่องบินตก แต่วิธีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์ในรูปแบบของตัวหนังสือ ย่อมแข่งกับเสียงและภาพ ที่รวดเร็วกว่าไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้น กรณีข่าวเหตุการณ์ สื่อหนังสือพิมพ์จะต้องทำงานหนักกว่าสื่ออื่นๆ กล่าวคือ ไม่เพียงรายงานเหตุการณ์ซ้ำเท่านั้น

 คุณค่าของคนข่าวยุคเก่า โดยเฉพาะในสื่อหนังสือพิมพ์ จึงยังคงเหลืออยู่เพียงความมีอิสระ ความยึดมั่นในหลักจรรยาบรรณ หากในแง่ของวิธีคิด และการทำงานแล้ว บางทีอาจต้องมองข้ามขนบเก่าๆ ของการเสนอข่าวการเมืองที่ให้คุณค่าความขัดแย้ง หรือก้าวข้ามข่าวรูปแบบดั้งเดิม ไปสู่ข่าวหรือเรื่องราวที่ไม่เคยปรากฏเป็นข่าวสำคัญมาก่อนในหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น ข่าวสิ่งแวดล้อม ข่าวเทคโนโลยีใหม่ๆ เรื่องราวของสำนักคิดและปรัชญาทางศาสนาต่างๆ ในขณะที่ข่าวเหตุการณ์ ก็อาจต้องให้ความสำคัญกับการอธิบายปรากฏการณ์ หรือย่อยเรื่องราวที่ยุ่งยากซับซ้อน ให้อ่านเข้าใจมากขึ้น ด้วยภาษาง่ายๆ นี่เป็นสัญญาณที่ส่งเตือนมาเป็นระยะๆ ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าสื่อเก่ายังหาทางออกไม่เจอ ก็อาจจะจมหายไปในมหาสมุทรแห่งข่าวสารอีกไม่นานวัน