ข่าว

ออกลายเล่นเล่ห์ไม่เลิก

ออกลายเล่นเล่ห์ไม่เลิก

13 ก.ย. 2553

เห็นเล่ห์นักการเมืองหรือยัง ปากยังผงาบๆ เรื่องข้อเสนอแผนปรองดองสมานฉันท์ เพื่อนำบ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ มีสันติสุขถ้วนหน้ากัน มีเสียงขานรับเป็นทอดๆ ล้วนแต่เป็นพวกหลังลาย เกล็ดแตกลายงา เขี้ยวลากดิน นักโกงบ้าน กินเมือง ทั้งนั้น

 ล้วนแต่รับบทคนมีมุทิตาการุณย์ เห็นแก่บ้านเมือง กังฉินตัวเอ้ จู่ๆ นึกขึ้นได้ว่าต้องย้ำคำว่าจงรักภักดีสถาบันแบบสุดใจขาดดิ้น ร่ายยาวความเป็นมาว่ามีพฤติกรรมจงรักภักดีอย่างไร เว้นอย่างเดียวความชั่วช้าเลวทรามของการจ้างขบวนการผีโม่แป้ง

 มีทั้งมวลชนแดง ภายใต้การกำกับปลุกระดมของนักสู้แล้วรวย ทนายไทยและทนายฝรั่ง ล้วนแต่ขยันรับบทโม่แป้งตะแบงข้อมูล โกหกพกลมไม่อายฟ้าดิน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เพื่อต้องการเงินจาก “ทักษิณ”

 ล่าสุด พยายามดันอดีตนายตำรวจร่วมรุ่น คมช. เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคของคนหนีคุก อาศัยคราบของการเป็นนักจงรักภักดี เอามาเป็นนอมินีรอบใหม่ ยังไม่ทันได้นั่งเก้าอี้ก็มีคนทายเส้นทางชีวิตการเมืองแล้วว่าคงไม่แคล้วลงเอยเหมือน “เสี่ยหมัก”

 ต้องอกไหม้ไส้ขม ระทมหัวใจจนตาย โดนพวกเดียวกันหักหลังเมื่อไร้ประโยชน์!

 เหลี่ยมนักการเมือง เหมือนกันทุกยุค ก็คือเร่งได้คืบเพื่อเอาศอก ตีขลุม ทั้งๆ ที่ข้อเสนอแผนปรองดองยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างพรรคคนหนีคุกและแกนนำเสื้อแดงใหญ่คับพรรค ก็มีข้อเสนอให้นิรโทษกรรมให้นักการเมืองโมฆะบุรุษ สตรี ให้มีที่ยืนในการเมืองอีกครั้ง จะได้มีโอกาสเข้ามาทำมาหากินในยุคหัวคิวสูง 30 เปอร์เซ็นต์

 แต่พวกฝ่ายค้าน นั้นอดอยากปากแห้ง ถ้าหากพวกเสื้อแดงยังป่วนเมืองไม่เลิก ผลที่จะตามมาคือความตกต่ำของพรรคคนหนีคุก ประสบภัยขี้หมูไหลไปสู่ภูมิใจไทย

 นอกจากนั้น พวกคดีความต่างๆ ในเครือข่ายครอบครัวคนหนีคุก ก็เผชิญความเสี่ยงจากคดีเลี่ยงภาษี เวลาไม่เข้าข้างจริงๆ แม้จะเร่งสร้างภาพเป็นนักแสวงหาสันติภาพ อุตส่าห์ตากหน้าไปหาเนลสัน แมนเดลา เพื่อจับมือ พบปะเพียง 10 นาทีเท่านั้น

 จากนั้นก็เจื้อยแจ้วเป็นคุ้งเป็นแคว เรื่องความปรองดอง จงรักภักดี ซ่อนเล่ห์ไว้ในน้ำลาย อ้างว่าเป็นหนูหนีตายจากการรุมเผาบ้าน ฟ้องให้เห็นว่ายังไม่ยอมรับความผิด สำนึกในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ย่ำยีบ้านเมืองแทบล่มจม

 ทุกวันนี้ ถ้าไม่จน และจนตรอกแทบไร้แผ่นดินอยู่ ยังเป็นต่อ มีหรือจะแหกปากเรียกร้องให้ปรองดอง! ชาวบ้านยังจำภาพความคึก สั่งการให้เสื้อแดงว่า “อย่ากลับบ้านมือเปล่า” ต้องเผาบ้าน เผาเมือง ทำให้แกนนำต้องติดคุก แต่ตัวเองไม่ยอมเข้าคุก

 แก๊งบุรีรัมย์จึงเป็นใหญ่  ผู้นำรัฐบาลได้แต่เพียงทำตาปริบๆ บ้านเมืองนี้เหมือนมีเวรกรรมไม่สิ้นสุด ไม่ว่านักการเมืองกลุ่มใดเข้ามา จะจ้องหาผลประโยชน์ เพิ่มค่าหัวคิว หักดิบซึ่งหน้า ปาระเบิดสร้างภาพ หลอกชาวบ้านซ้ำซากนิ! อิอิอิ!!!