ข่าว

ผ่า"จังหวัดเนวิน 2"เป้าใหญ่ยึดอีสานเหนือเป้าเล็ก"กินทีละคำ"!

ผ่า"จังหวัดเนวิน 2"เป้าใหญ่ยึดอีสานเหนือเป้าเล็ก"กินทีละคำ"!

13 ก.ย. 2553

เสียงจ้ำบึ้ดๆๆๆ...ดังก้องสองฝั่งโขงเมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา กลางกระแสลมมรสุม และสายน้ำขุ่นข้นเชี่ยวแรงเทศกาลประเพณีแข่งเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จบลงด้วยความม่วนซื่นของมหาชนสอง

 หากว่า "บึงกาฬ" ได้เป็นจังหวัดที่ 77 ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน ประเพณีแข่งเรือไทย-ลาว คงจะได้รับการโปรโมทให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดใหม่อย่างเอิกเกริก

 ในความภาคภูมิใจของคนบึงกาฬที่เฝ้ารอคอยจังหวัดใหม่มานานกว่า 16 ปี นับตั้งแต่ สุเมธ พรหมพันห่าว อดีต ส.ส.หนองคาย พรรคเสรีธรรม ได้เสนอยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดตั้งแต่ปี 2537 คงไม่มีใครปฏิเสธ "ข้อเท็จจริง" เรื่องการต่อสู้ทางการเมือง

 ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ผู้ยึดครอง 3 เก้าอี้ ส.ส.เขต 2 หนองคาย หรือ "จังหวัดบึงกาฬ" ในอนาคต

 เมื่อ เนวิน ชิดชอบ จับมือ ทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม เดินเกมปักธงสีน้ำเงินกลางแผ่นดินแดงแบบเงียบๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

 โดยวางแผนส่ง แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา "ทรงศักดิ์" ที่เป็นชาวบึงกาฬโดยกำเนิด ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 คนบึงกาฬได้เห็น "แว่นฟ้า" ตะลอนทำกิจกรรมเพื่อสังคมในท้องถิ่นค่อนข้างถี่ตลอดครึ่งปีแรก ด้วยการแจกเสื้อสีชมพู ที่ปักอักษรคำว่า "แว่นฟ้า" ที่หน้าอก เพื่ออำพรางสัญลักษณ์ที่บอกชัดว่าเป็นพรรคสีน้ำเงิน

 ส่วนผู้ที่ประกาศตัวสวมเสื้อภูมิใจไทยอย่างเปิดเผยคือ สุเมธ พรหมพันห่าว อดีต ส.ส.หนองคาย เขต 2 พรรคเสรีธรรมหลายสมัย (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)

 จะอย่างไรก็ตาม "เนวิน-ทรงศักดิ์"  ได้แสวงความร่วมมือลับๆ กับ พินิจ จารุสมบัติ เพื่อลดคู่แข่งทางการเมือง

 จริงอยู่ โซนบึงกาฬ และอำเภอใกล้เคียง ในยุคที่พรรคเสรีธรรมของ พินิจ จารุสมบัติ เฟื่องฟู ก็มีที่นั่ง ส.ส.อยู่ในเขต 2 มาโดยตลอด

 ทว่า พอเข้ายุค 'ทักษิณ' เรืองอำนาจ พรรคไทยรักไทยก็กวาดเก้าอี้ ส.ส.เขต (เขตเดียวเบอร์เดียว) ไปครองแบบยกจังหวัด ทำให้ "พินิจ" ต้องยุบเสรีธรรม เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อทักษิณ

 เมื่อเปลี่ยนมาเป็นแบ่งเขตเรียงเบอร์ เปลี่ยนจากไทยรักไทยเป็นพลังประชาชน(เพื่อไทย) หนองคายก็ยังเป็นที่มั่นของ 'ทักษิณ' ไม่เคยเปลี่ยน

 การเลือกตั้งปลายปี 2550 "พินิจ" ได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดอีกครั้งจาก ทักษิณ เมื่ออดีต ส.ส.ไทยรักไทย ที่สวมเสื้อพรรคเพื่อแผ่นดิน "สอบตก" หมด และทำให้เกิด "ตำนาน ส.ส.เสาไฟฟ้า" ในภาคอีสาน

 ยุทธศาสตร์เอาชนะ ทักษิณ ในพื้นที่หนองคายของ "เนวิน" กับ "ทรงศักดิ์" จึงต้องดำเนินกลยุทธ์ปัดฝุ่น "โมเดลบึงกาฬ" ของพรรคเสรีธรรม ด้วยการ "ผ่าหนองคาย" ออกเป็น 2 จังหวัด

 สมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย เขต 1 พรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ในทันทีว่า การที่กระทรวงมหาดไทยผลักดันจังหวัดใหม่จนสำเร็จ ทำให้พรรคภูมิใจไทยเจาะที่นั่ง ส.ส.ในถิ่นของพรรคเพื่อไทยได้ง่ายขึ้น
 
 แม้เขตเลือกตั้งจังหวัดบึงกาฬ คาดว่ามี ส.ส.ได้ 3 คนเท่าเดิม แต่เพื่อไทยก็ได้กลิ่นแปลกๆ...ภูมิใจไทยวางแผนให้ ส.ส.บึงกาฬ เหลือแค่ 2 คน ส่งผลให้หนองคายต้องแบ่งออกเป็น 2 เขต (เขตละ 2 คน)

 "เนวิน" มีความเชื่อลึกๆ ว่า "เขตเล็ก" จะสามารถสู้กับกระแสแดงคลั่งไคล้ทักษิณได้

 ความจริง ส.ส.เพื่อไทย เขต 2 ทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์, ยุทธพงษ์ แสงศรี และ ไตรรงค์ ติธรรม ล้วนเป็น ส.ส.หน้าใหม่ ที่เข้าสภามาได้เพราะกระแสทักษิณ ฐานคะแนนส่วนตัวยังไม่แน่น

 จึงเป็นจุดอ่อนของ ส.ส.เพื่อไทยหลายจังหวัด และเปิดช่องให้เนวินและเพื่อนพ้อง วางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างจุดแข็งให้ภูมิใจไทย ที่จะต่อสู้ช่วงชิง "เก้าอี้ ส.ส." อีสานตอนเหนือ

 "จังหวัดบึงกาฬ" จะเป็นคำขวัญในทางยุทธวิธี ที่ทำให้พรรคสีน้ำเงินเดินหาเสียงได้ โดยไม่ถูกต่อต้าน และเจอเสียงก่นด่าว่าเป็นคนทรยศ!

 มองในแง่ยุทธศาสตร์หลายด้านโดยรวม ภูมิใจไทยก็ได้เปรียบเพื่อไทยอยู่หลายด้าน

 พิเคราะห์ในด้านการปกครอง ภูมิใจไทย ในฐานะที่คุมกระทรวงมหาดไทย ย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ยังขึ้นตรงกับกระทรวงอำมาตย์แห่งนี้

 พิเคราะห์ในด้านการพัฒนา การที่ได้ ศุภชัย โพธิ์สุ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ดูแลองค์การสวนยาง ยิ่งเข้าทางยุทธศาสตร์ภูมิใจไทย

 เพราะหนองคายได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ปลูกยางพารามากที่สุดในภาคอีสานมากกว่า 8 แสนไร่ พื้นที่ที่ปลูกมากที่สุดอยู่ใน อ.บึงกาฬ  อ.เซกา และ อ.โซ่พิสัย ซึ่งก็คือจังหวัดบึงกาฬ ในอนาคตนั่นเอง

 ยางพารา มีความสำคัญต่อภูมิใจไทย ในฐานะเป็น "พืชการเมือง" โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติโครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราในพื้นที่แห่งใหม่อีก 8 แสนไร่ และในจำนวนนี้ อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 5 แสนไร่

 บังเอิญว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 นครพนม ของ ศุภชัย โพธิ์สุ อยู่ติดกับจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่สองจังหวัดนี้มีการปลูกยางพาราอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

 "ศุภชัย" นั้นถูกวางตัวเป็นแม่ทัพคนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เอาชนะทักษิณ ให้บรรลุเป้าหมายด้วยพืชการเมืองที่ชื่อยางพารา

 งบประมาณไม่น้อยกว่า 8 พันล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมการปลูกยางแห่งใหม่ จำนวนไม่น้อยถูกทุ่มลงพื้นที่ภาคอีสาน

 เป้าหมายการส่งเสริมให้รอยต่อ "บึงกาฬ-นครพนม" เป็นศูนย์กลางยางพาราในภาคอีสาน นอกจากจะสร้างฐานะและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่คนในพื้นที่แล้ว

 "เนวิน" ยังเชื่อว่าจะทำให้คนบึงกาฬต้องนึกถึงเนวินและภูมิใจไทยมากขึ้น!

 สำหรับคนบึงกาฬแล้ว การได้มาซึ่งสถานะจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ย่อมเป็นความภาคภูมิใจ อันจะก่อให้เกิด "กระแสท้องถิ่นนิยม" ซึ่งยากที่ใครจะต่อต้านกระแสจังหวัดป้ายแดงได้

 "แว่นฟ้า ทองศรี" ร่างเงาของ "ทรงศักดิ์ ทองศรี" จึงเป็นมากกว่าว่าที่ ส.ส.บึงกาฬ คนแรก เพราะ "เนวิน" มองข้ามช็อตไปถึง "ยุทธศาสตร์การยึดครองอีสาน" ทั้งภาคให้ได้

 "ยุทธวิธีกินทีละคำ กินทีละจังหวัด" จึงเป็นการต่อสู้เฉพาะหน้าในสนามใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

 อีกมิติหนึ่งของกำเนิด "บึงกาฬ" บอกให้รู้ว่า "ใต้อาทิตย์ดวงนี้ เนวินทำได้ทุกอย่าง"??
 
ทีม Researchers & Rewriter