
'มาร์ค'ประกาศนั่งนายกฯอีกสมัยก่อนวางมือ
"มาร์ค" แย้มขอนั่งนายกฯ สมัย 2 ก่อนวางมือ ชี้เป็นปลายทางชีวิตการเมือง ลั่น ปชป.ไม่กลัวเลือกตั้ง บ้านเมืองสงบเลือกตั้งทันที "สมชาย" ปูดดึง "ผู้ใหญ่" ตัวกลางปรองดอง พท.ชี้ปรับโครงสร้างรับเลือกตั้ง แฉพรรคร่วมดัน พ.ร.บ.นิรโทษเข้าสภา
หลังมีความชัดเจนเรื่องแผนปรองดองของพรรคเพื่อไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งสัญญาณของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาจทำให้บ้านเมืองสงบมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ทำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณขานรับทันที
นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขณะเปิดโอกาสให้เครือข่ายเยาวชนและสมาชิกพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชียเข้าพบที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยเล่าถึงประสบการณ์ทางการเมืองตั้งแต่การยุบพรรคพลังประชาชนมาจนถึงการได้เข้ามาจัดตั้งรัฐบาลเป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่ง และต้องเผชิญปัญหาต่างๆ มากมาย โดยย้ำด้วยว่า ถ้าบ้านเมืองสงบก็พร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าพบดังกล่าวมีเยาวชนและสมาชิกพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตยจากประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ ศรีลังกา อินโดนีเซีย และกัมพูชา เป็นต้น ผลัดกันซักถามนายอภิสิทธิ์เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง
นายอภิสิทธิ์กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศมานาน 1 ปีครึ่ง ซึ่งเกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้น แต่ก็ฝ่าฟันมาได้จนทำให้วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดพร้อมกับวิกฤติการเมืองฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม พรรคไม่เคยเกรงกลัวการเลือกตั้ง ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อใดก็พร้อมจะให้มีการเลือกตั้งทันที ไม่ว่าจะเป็นปีนี้หรือปีหน้า เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลชุดนี้ก็ครบวาระในปีหน้า และถ้าเหตุการณ์บ้านเมืองสงบ ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติ จะเลือกตั้งเมื่อใดพรรคก็พร้อม
ลั่นขอเป็นนายกฯสมัย 2 ก่อนวางมือ
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้ตนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ เพราะชอบการเมืองมาตั้งแต่อายุ 8 ปี หลังจากนั้นก็มีความสนใจการเมืองมาตลอด มีอุดมการณ์และความตั้งใจที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเมืองของตัวเอง ซึ่งตอนที่อายุ 17-18 ปี ได้เป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ และทำงานให้พรรคมาโดยตลอด รวมถึงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และได้รับชัยชนะตอนอายุ 27 ปี จากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มาตลอด 7-8 สมัย และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมืองมาตลอด
"เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ทำงานที่สำคัญสำหรับผม ซึ่งผมชนะการเลือกตั้งเมื่อครั้งมีอายุ 27 ปี และถึงจุดสูงสุดทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรี และถ้ามีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ หรือปีหน้า ก็ตั้งใจจะลงสมัครอีกครั้ง หากโชคดีมีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็คงถึงปลายทางชีวิตทางการเมืองแล้ว แต่ถ้าไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกคงพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง และหลังชีวิตการเมืองจะหาอาชีพที่เหมาะสม หากได้ทำตามที่ต้องการก็นับว่าโชคดี" นายอภิสิทธิ์กล่าวย้ำ
ปัดฮั้วพท.-ปชป. ดึงทุกพรรคปรองดอง
นายอภิสิทธิ์กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2553 ถึงข้อเสนอแผนปรองดองของพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ใช่ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย ทุกพรรคการเมืองต้องมาทำงานร่วมกันถ้าเราเห็นว่าบ้านเมืองในอนาคตต้องเดินด้วยระบบรัฐสภา มีกระบวนการเลือกตั้ง เราก็ต้องมาทำให้สภาวะแวดล้อมบรรยากาศทางการเมืองเอื้อต่อการที่จะพัฒนาระบบนี้ ไม่ใช่ทำให้นับวันระบบรัฐสภากับการเลือกตั้งถูกบั่นทอนไปตลอดเวลาด้วยการใช้ความรุนแรง ด้วยการใช้การกระทำที่ผิดกฎหมาย ด้วยการข่มขู่คุกคาม อันนี้คือโจทย์ใหญ่โจทย์หลัก
"ทีนี้เมื่อพรรคเขาอยู่ในช่วงที่ปรับโครงสร้างภายในก็ต้องเปิดโอกาส ถ้าเขาปรับโครงสร้างภายในเสร็จ ผู้บริหารชุดใหม่เขาก็จะเป็นคนกำหนดท่าทีพรรคเขาเป็นทางการว่า เขาอยากจะมาทำเรื่องนี้ด้วยวิธีไหน อย่างไร รัฐบาลก็ยินดีที่จะรับฟัง จะปิดจะเปิดห้องสุดแล้วแต่ คือตอนนี้รอให้เขาดำเนินการให้เรียบร้อย เสร็จแล้วผมคิดว่าเขาคงสามารถที่จะมีวิธีการที่จะมาพูดคุยกันได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าพร้อมจะปรองดอง ไม่ล้างแค้น แต่ไม่พร้อมจะจูบปาก นายกฯ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อแกนนำ นปช. ต่อพรรคเพื่อไทย ตรงนี้ปฏิเสธไม่ได้ แต่สิ่งที่บอกตลอดคือ เรื่องการปรองดองต้องเป็นเรื่องของผลประโยชน์ชาติ พ.ต.ท.ทักษิณก็อาจไปใช้บารมีอิทธิพลของตัวเองกับผู้สนับสนุนอยู่ แต่ต้องไม่เอาเรื่องส่วนตัว ผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามา
"สมชาย" ปัดใบสั่ง "ทักษิณ" ปรองดอง
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อว่า เรื่องปรองดองนั้น พูดเมื่อใดก็เหมาะสมและดี ขอเพียงให้มีความจริงใจต่อกันและต้องเริ่มต้น แต่ไม่ควรจำกัดแค่ 5 ข้อ เพราะเวลาคุยกันอาจจะมีมากกว่านั้น เพราะต้องมีหลายฝ่ายที่มากกว่าพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เพราะความขัดแย้งในวันนี้มันขยายวงกว้างมาก แม้แต่องค์กรต่างๆ ก็มีความขัดแย้งเยอะ ฉะนั้นหากพูดเรื่องปรองดองควรให้ทุกฝ่ายที่คิดว่าได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วม
ส่วนเสียงวิจารณ์ว่าพรรคเพื่อไทยเสนอแผนนี้เพราะได้รับสัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมชายกล่าวว่า ไม่มองเป็นอย่างนั้น เพราะนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปพบทูตและองค์กรต่างประเทศ รวมทั้งตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์คือ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาหารือกันว่าควรมีแผนปรองดองขึ้น โดยที่ประชุมวันนั้นเสนอว่า พรรคเพื่อไทยควรเริ่มต้นเสนอแผนนี้ขึ้นมา นายปลอดประสพจึงไปดำเนินการ
สำหรับข้อสังเกตว่าอาจเป็นแผนของตระกูลชินวัตร เพราะช่วงเวลาที่เสนอแผนนี้สอดรับกับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณไปพบนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ นายสมชายกล่าวว่า มองว่าไม่เกี่ยวกัน อาจบังเอิญช่วงเวลามันพอดีกันได้
"พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ผมทราบว่าเดินทางไปทวีปแอฟริกาบ่อย เพราะมีธุรกิจที่นั่น มันก็เป็นไปได้ที่จะไปพบผู้ใหญ่ และเป็นไปไม่ได้ที่เรื่องนี้จะมาจากการผลักดันของตระกูลชินวัตร เพราะคงไม่มีปัญญาและศักยภาพที่ทำเรื่องแบบนี้ได้” นายสมชาย กล่าว
พท.-ปชป.ไม่เกี้ยเซียะ ดึงทุกสีร่วม
นายสมชายกล่าวว่า ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่าแผนปรองดองเป็นไปได้ยากนั้น เรื่องยากมันยากแน่ เพราะมีหลายกลุ่ม แต่ดีกว่าไม่ทำอะไร เราต้องเดินหน้าไป อาจสำเร็จได้
"แต่ผมคิดว่า อะไรที่ยากแต่มันดีต่อชาติบ้านเมืองก็ไม่ควรท้อถอย และควรพยายามต่อไป โดยต้องมีความจริงใจต่อกันอย่างแท้จริง แม้ต้องเสียผลประโยชน์ส่วนตัวไปบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าปรองดองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองกัน หากทำแบบนี้จะไม่สำเร็จ เพราะไม่ครอบคลุม เพราะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมคงจะมีปัญหาอยู่ ใจของผมนั้นต้องหาคนกลางที่ไม่มีผลประโยชน์กับฝ่ายใดมาร่วมด้วย แม้จะยากอยู่ ประชาชนจะได้ไม่แคลงใจ เพราะเหตุที่ทะเลาะกันนั้นมาจากผู้ใหญ่ทั้งนั้น" นายสมชาย กล่าว
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเกี้ยเซียะกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสมชายกล่าวว่า หากเป็นแบบนั้นก็อย่าทำเลย เพราะสองพรรคจะพัง ประชาชนจะมองว่า หากทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองจะเสียหายทั้งสองพรรค
"ผู้ใหญ่" เป็นตัวกลาง-ไม่ดึงต่างชาติ
เมื่อถามถึงประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้พรรคเพื่อไทยแสดงความจริงใจด้วยการปลดแอกจากคนเสื้อแดง นายสมชายกล่าวว่า หากคิดแบบนี้แสดงว่าจะพูดกันแค่สองพรรคใช่หรือไม่ และสังคมจะมองว่าเกี้ยเซียะ เพราะความขัดแย้งในบ้านเมืองวันนี้ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ คำว่าปรองดองต้องมองว่าสิ่งใดที่ขัดแย้งในบ้านเมือง หากบอกว่าพรรคเพื่อไทยต้องปลดแอกจากคนเสื้อเเดงมันไม่เกี่ยวกันเลย เพราะคนเสื้อแดงหรือคนเสื้อเหลืองอาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับแผนปรองดองโดยไม่เกี่ยวกับสองพรรคเลย
"หากตั้งแง่กันเเบบนี้มันก็พูดกันยาว ตอนนี้ต้องลบสีและกลุ่มออกไปก่อน เพราะทุกคนเป็นคนไทยที่มีสิทธิเกี่ยวข้องกับแผนปรองดองโดยมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเข้ามาเป็นคนกลาง" นายสมชาย กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า องค์กรต่างประเทศควรเข้ามามีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า หากให้ต่างประเทศเข้ามาร่วมด้วยน่าจะไม่สวย หากจะให้แนวทางการช่วยเหลือหรือประสบการณ์โดยไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทยก็ทำได้
เมื่อถามว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่จะมาเป็นคนกลางคือใคร นายสมชายกล่าวว่า "ผมไม่มีในใจ แต่คุณสมบัติคือไม่เลือกข้าง"
เมื่อถามถึงข่าว พ.ต.ท.ทักษิณทาบทาม พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมชาย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนดัง เวลาพูด ไม่พูดหรือหายตัวไปไหนก็เป็นข่าว นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคก็เคยพูดกันว่ามาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ และเวลาจะมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็บอกกันว่ามาจาก พ.ต.ท.ทักษิณอีก จึงมองว่าการวิจารณ์แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.โกวิทจะมารับตำแหน่งนั้น คิดว่าเหมาะสม แม้จะยังไม่แสดงฝีมือในการทำงาน
ยัน "ชินวัตร" ไม่ได้ครอบงำ พท.
นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนคำครหาว่าพรรคอยู่ในอาณัติของตระกูลชินวัตรนั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้สังคมเห็นว่าพรรคไม่ใช่ของตระกูลชินวัตรแล้ว เพราะเป็นของสมาชิกพรรคและเป็นสถาบันทางการเมือง ส่วนคำพูดที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือหัวหน้าพรรคตัวจริงนั้น ต้องยอมรับกันว่าพรรคเพื่อไทยสืบทอดมาจากพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทย ดังนั้นการลบภาพตระกูลชินวัตรเป็นไปได้ยาก แต่คนในตระกูลชินวัตร เช่น นางเยาวภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ แต่จะเข้ามาเป็นเจ้าของและสั่งการคงจะไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้มันไปไกลแล้วและควรให้ความเป็นธรรมด้วย
"พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากการเมืองไปหลายปีแล้ว เช่น เวลาพูดถึงพรรคชาติไทยพัฒนา คนยังมองนายบรรหาร แม้นายบรรหารจะไม่เกี่ยว เพราะโดนตัดสิทธิทางการเมือง แต่นายบรรหารยังให้คำแนะนำกับพรรคนี้ จึงเป็นธรรมดา พรรคเพื่อไทยก็เช่นกัน" นายสมชาย กล่าว



