ข่าว

สูตรปจว."ชุดทักษิณสัมพันธ์"นักรบหมวกแดง = ทหารใจดี

สูตรปจว."ชุดทักษิณสัมพันธ์"นักรบหมวกแดง = ทหารใจดี

13 ก.ย. 2553

การรบของทหารกับกลุ่มโจรใน 3 จังหวัดชายแดนใต้นอกจากจะต่อสู้กันด้วยอาวุธตามรูปแบบปกติแล้ว การต่อสู้ทางความคิดด้วย "ข้อมูลข่าวสาร" ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เผลอๆ จะสำคัญกว่าด้วยซ้ำ เพราะนี่เป็นสงครามทางการเมือง มิใช่สมรภูมิทางทหาร

 ฉะนั้น งานของทหารในพื้นที่นอกจากการหาข่าว ตั้งด่าน และปิดล้อมตรวจค้นแล้ว งานปฏิบัติการจิตวิทยา หรือ "ปจว." ก็มีความสำคัญอย่างมาก โดยหน่วยหลักที่ทำงาน ปจว.ในพื้นที่มานาน คือ "ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์" สังกัดหน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี

 พ.ต.อุตสาหะ แก้วกิริยา ผู้บังคับชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ เล่าถึงภารกิจของงาน ปจว.ว่า งานของหน่วยมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการจัดรายการวิทยุที่มีกว่า 10 สถานี การพบปะผู้นำศาสนา การทำกิจกรรมร่วมกับประชาชน การสร้างความสัมพันธ์กับเด็ก และเยาวชน

 สำหรับการจัดรายการวิทยุจะเป็นการจัดรายการเกี่ยวกับความมั่นคงเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ และความสามัคคี โดยจะมีการเชิญผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่มาร่วมรายการเพื่อให้ความรู้ และติดต่อสื่อสารกับประชาชนด้วย

 ส่วนการสร้างความสัมพันธ์กับเด็ก และเยาวชนจะเป็นการเข้าไปในโรงเรียนตาดีกา เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ มีความรักชาติ เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ธงชาติไทย และเพลงชาติไทย หรือวัฒนธรรม 4 ภาค เพื่อให้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง เป็นต้น

 พ.ต.อุตสาหะ เน้นการทำกิจกรรมกับเด็กเป็นพิเศษ เพราะเด็กเป็นเหมือน "ผ้าขาว" ถ้าเราเอาสีอะไรไปป้ายก็จะได้สีนั้น

 "เราเข้าไปก็จะไปแจกขนม ชวนเขาร้องเพลง เด็กๆ เลยชอบ ช่วงหลังเราเอาหุ่นพี่ทหารใจดีจาก ฉก.นราธิวาส เข้าไป เด็กยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ซึ่งการเข้าไปแบบนี้นอกจากจะได้ใจเด็กๆ แล้ว ยังได้ใจผู้ปกครองด้วย เพราะเขาก็มาดูลูกๆ ทำกิจกรรม"

 ทั้งนี้ นอกจากการสร้างมวลชนด้วยการเข้าไปในพื้นที่และจัดรายการวิทยุแล้ว ชุดทักษิณสัมพันธ์ยังมีเว็บไซต์ www.rakchawtai.com ไว้เป็นช่องทางในการเผยแพร่กิจกรรม และสื่อสารกับประชาชน ในเว็บไซต์ยังมีรายการวิทยุออนไลน์ของหน่วยให้คลิกฟังด้วย

 นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่สังคมภายนอกยังไม่ค่อยรับรู้กันก็คือ ปัจจุบันมีบัณฑิตสาขา "นิเทศศาตร์" หลายสิบคนได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในหน่วย ปจว.ด้วย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกหลักสูตรจู่โจม และส่งกำลังทางอากาศ (โดดร่ม) จึงยังไม่สามารถเปิดตัวได้

 เขาบอกว่า การรับบัณฑิตด้านนี้โดยตรงเข้ามาก็เพื่อช่วยในการผลิตสื่อให้เข้าถึงชาวบ้าน และมีความทันสมัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม งาน ปจว.คงยากที่จะประเมินตัวเองได้ว่า ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม เพราะเป็นการปรับทัศนคติที่ต้องติดตามกันยาวๆ

 พ.ต.ธนิก ใจดี หัวหน้าชุดสถานีวิทยุทักษิณสัมพันธ์ที่ 202 ซึ่งมีสถานีแม่ข่ายอยู่ที่ จ.ปัตตานี ขยายความภารกิจของหน่วย ปจว.ว่า งานของหน่วยมีทั้งการจัดรายการวิทยุ และลงพื้นที่พบประชาชนแล้ว

 งานที่คนทั่วไปยังไม่ค่อยรับรู้กันก็คือ การทำงานของ "ชุดภาคพื้นดิน" ที่จะเข้าไปทำงานควบคู่กับชุดที่เข้าไปปิดล้อมตรวจค้น โดยภารกิจหลักจะมีอยู่ 2 ประการ คือ

 1.เข้าไปร่วมภารกิจระหว่างปิดล้อมตรวจค้นเพื่อกันไม่ให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลง และชี้แจงกับกลุ่มผู้ที่อาจถูกหลอกให้มาร่วมชุมนุม

 2.การเข้าไปในพื้นที่ภายหลังปิดล้อมตรวจค้นเพื่อพบผู้นำศาสนา และผู้นำท้องถิ่นว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้ง

 จากการทำงานโดยการชี้แจงกับมวลชนทุกขั้นตอน ทำให้ระยะหลังการจัดตั้งม็อบมากดดันเจ้าหน้าที่แทบไม่มีเลย

 ส่วนงานหลักของเขาอย่างการจัดรายการวิทยุก็ถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี โดยระยะหลังเริ่มมีการแจ้งเหตุผิดปกติ หรือเบาะแสการค้ายาเสพติดมากขึ้น จนนำมาสู่การจับกุมได้หลายครั้ง

 ขณะที่การเข้าไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ ในตาดีกา ก็จะมีการปลูกฝังให้มีความรักชาติ เช่น การชี้ให้เห็นถึงการเสียดินแดนที่ผ่านมาของประเทศไทย

 "เรามักจะสอนเด็กๆ ว่า ที่ผ่านมา เราเคยเสียดินแดนไป 14 ครั้ง ถ้าเราไม่รักไม่สามัคคีกันเราก็จะเสียดินแดนครั้งที่ 15 ซึ่งในการเข้าไปแรกๆ บางพื้นที่ถึงขนาดยกเท้าใส่ก็มี แต่หลังจากนั้นเขาก็ยอมเรียกเราว่าครู และตะเบ๊ะ เหมือนลูกเสือให้เลย"

 พ.ต.ธนิกกล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกใจกับท่าทีต่อต้านของเด็กๆ เพราะเด็กถูกปลูกฝังให้กลัวทหารมาก่อน แต่พอเราเอาขนมไปแจก ไปสอนเขาร้องเพลง ทุกวันนี้พอเห็นทหารหมวกแดงเข้ามา เด็กๆ ก็มักจะพูดกันว่า "ทหารใจดีมาแล้ว" ทำให้เรารู้สึกภูมิใจมาก

 เขาจึงกล้าพูดได้ว่า สถานการณ์ทุกวันนี้ดีขึ้นมาก ยกตัวอย่างเมืองปัตตานี ซึ่งเมื่อก่อนทุ่มนึงก็ปิดเมืองเงียบแล้ว แต่ทุกวันนี้ตัวเมืองคึกคักขึ้นมาก ซึ่งเป็นถึงสัญญาณที่ดีขึ้นชัดเจน

 ส่วนความเสี่ยงในการลงพื้นที่ เขาก็ยอมรับว่า เสี่ยงอยู่พอสมควร อย่างปี 2550 ก็เคยถูกลอบวางระเบิดจนสูญเสียถึง 7 นายมาแล้ว แต่หลังจากนั้นก็มีการปรับแผนการลงพื้นที่มากขึ้น เช่น การเปลี่ยนเส้นทาง และไม่แจ้งเวลาล่วงหน้า ทำให้ลดการสูญเสียได้

 "แต่ก็มีครั้งสองครั้งนะที่เกือบไป แต่ก็รอดมาได้ด้วยกระบะนิสสันตอนเดียวเก่าๆ นี่แหละ หน่วยอื่นเขามีกระบะใหม่ๆ หรือมีรถเกราะเข้าไป โจรมันก็คำนวณความเร็วไว้สูง แต่ของเรารถเก่า วิ่งช้า ระเบิดมันเลยบึ้มขึ้นก่อนตรงหน้ารถ"

 พ.ต.ธนิกเล่าประสบการณ์เฉียดตายแบบขำๆ ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะขำจริงๆ หรือใช้อารมณ์ขันเพื่อประชดชีวิตกันแน่ !!!

ทีมข่าวความมั่นคง