ข่าว

ผีแดงจืดนำ3-1เจ๊าทอฟฟี่ไล่ทดเจ็บหงส์เยือนลูกโลก

ผีแดงจืดนำ3-1เจ๊าทอฟฟี่ไล่ทดเจ็บหงส์เยือนลูกโลก

12 ก.ย. 2553

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทำแต้มหลุดมือแบบน่าเสียดายเป็นครั้งที่ 2 ในพรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ บุกไปนำ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ก่อน 3-1 แต่โดนยิงนาทีสุดท้าย 2 ลูก จบเกมเสมอ 3-3 แบ่งแต้มกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.ย. ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ขาดทั้ง เดีย

ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 11 กันยายน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสัน ปาร์ค โดยเกมนี้ทีมเยือนไม่มี เวย์น รูนีย์ ที่มีปัญหาเรื่องครอบครัว ทำให้ใช้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ เป็นหัวหอกเพียงคนเดียว ขณะที่เจ้าถิ่นมีปัญหาเรื่องกองหน้าบาดเจ็บเช่นกันต้องดัน ทิม เคฮิลล์ ขึ้นมาเล่น

 เริ่มเกมในช่วงแรก เอฟเวอร์ตัน เดินเกมรุกได้อย่างชัดเจนก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด มาตอบโต้ทำให้ ทิม โฮเวิร์ด ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ พอล สโคลส์ กับ ไรอัน กิ๊กส์ อย่างหวุดหวิด และเจ้าถิ่นมาได้ประตูนำนาทีที่ 39 ปาทริซ เอวรา สกัดบอลพลาดที่กลางสนามทำให้ มิเกล อาร์เตตา หลุดเดี่ยวไปยิงจังหวะแรกติด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ ลีออน ออสแมน ยังตามมาผ่านต่อให้ สตีเฟน พีนาร์ ยิงเข้าไปเป็น 1-0

 ก่อนจบครึ่งแรก 2 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด มาตีเสมอได้ทันควัน นานี เปิดบอลจากทางขวาให้ ดาร์เรน เฟลตเชอร์ สอดเข้ามาแปที่หน้าประตูทำให้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1 ก่อนที่ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 3 นาที ทีมเยือนพลิกสถานการณ์ขึ้นมานำ นานี ได้จังหวะเปิดบอลทางขวาอีกครั้งคราวนี้เป็น เนมันยา วิดิช สอดเข้าโขกเผาขนเป็น 2-1

 นาทีที่ 66 ปีศาจแดงใช้เกมโต้เร็วจนได้ประตูเพิ่มอีก พอล สโคลส์ วางบอลยาวให้ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ แตะบอลหนี ซิลแวง ดิสแตง หลุดไปยิงผ่านมือ ทิม โฮเวิร์ด เข้าไปง่ายๆ เป็น 3-1 แต่ เอฟเวอร์ตัน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ นาทีสุดท้าย ทิม เคฮิลล์ โหม่งคืนมาได้อีกประตูเป็น 3-2 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอฟเวอร์ตัน มาตีเสมออย่างเหลือเชื่อ เคฮิลล์ โหม่งตั้งให้ อาร์เตตา ยิงเต็มเท้า จบเกมเสมอ 3-3 แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 8 แต้ม จาก 4 นัด ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน มี 2 แต้มยังไม่ชนะใคร

 ขณะที่เกมวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม เปิดรังเซนต์ แอนดรูว์ส พบ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เวลา 22.00 น. เจ้าถิ่นของ อเลกซ์ แม็คลิช นัดนี้ยังไม่มี สจ๊วร์ต พาร์เนบี กองหลังที่ยังเจ็บต้นขา เช่นเดียวกับ อเลกซานเดอร์ ฮเลบ กองกลางที่ยืมตัวมายังไม่สมบูรณ์ ขณะที่ เควิน ฟิลลิปส์ ดาวยิงตัวเก๋าใกล้คืนสนาม แต่ได้ เซบาสเตียน ลาร์สสัน กองกลางหายเจ็บกลับมาจากเกมเสมอ โบลตัน 2-2

 ฝั่งลิเวอร์พูล ของ รอย ฮอดจ์สัน จะไม่มี เดียร์ก เคาท์ กองหน้าชาวดัตช์ที่เจ็บหัวไหล่ รวมทั้ง ดาวิด เอ็นก็อก กองหน้าเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และ โจ โคล กองกลางติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย แต่คาดว่า พอล คอนเชสกี แบ็คซ้ายจะได้ประเดิมสนาม เช่นเดียวกับ ราอูล ไมเรเลส กองกลางชาวโปรตุเกสลงเล่นเป็นตัวจริงทันที ส่วนเกมรุกใช้ มักซี โรดริเกวซ และมิลาน โยวาโนวิช และมี เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นกองหน้าตัวเป้า

 สำหรับสถิติที่พบกันในลีก 98 นัด เบอร์มิงแฮม ชนะ 28 เสมอ 24 ลิเวอร์พูล ชนะ 46 นัด แต่ เบอร์มิงแฮม ไม่แพ้ใครที่เซนต์ แอนดรูว์ส ในพรีเมียร์ลีก ติดกัน 16 นัด ขณะที่การเจอกันของทั้งสองทีมที่สนามแห่งนี้ 49 หนที่ผ่านมา เบอร์มิงแฮม ชนะ 21 ขณะที่ ลิเวอร์พูล ชนะ 15 นัด