
บ้านทรุด16หลังกลางดึกผวาถล่มขนของหนีภัย
เจ้าของบ้าน 16 หลัง ผวากลางดึก หลังบ้านทรุดฮวบลึกกว่า 1 ฟุต ขนของหนีอลหม่านหวั่นบ้านถล่ม ล่าสุดประกาศห้ามเข้าพื้นที่แล้ว ระบุพื้นที่ก่อสร้างบ้านเป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่าประกอบกับฝนตกหนักส่งผลดินทรุด ขณะที่พิษณุโลก น้ำป่าแม่น้ำแควน้อยเซาะตลิ่ง ผวาบ้านพัง ที่ลำป
เหตุการณ์ชวนขวัญผวา บ้านทรุดกลางดึกครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 กันยายน พ.ต.ท.สมปอง ศรีเพชร สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่าบ้านเรือนประชาชนเกิดการทรุดตัวหลายหลังภายในหมู่บ้านทรัพย์ยั่งยืน เฟส 2 หมู่ 6 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ และรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการทราบ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นปลูกสร้างเรียงรายติดกันหลายร้อยหลังคาเรือน จุดที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างซอย 22 และ 24 ซึ่งเป็นบ้านแฝด สร้างหันหลังชนกัน พบชาวบ้านกำลังขนข้าวของออกจากบ้านอย่างรีบร้อน เนื่องจากพื้นด้านหลังเกิดการทรุดตัวจนเป็นรอยแตกร้าวยาวตลอดทั้งแถบกว้างประมาณ 1 ฟุต เศษหินเศษปูนเกลื่อนกระจายเต็มพื้น วงกบประตูบ้านด้านหลังบิดเบี้ยว แอ่นโค้งจนไม่สามารถเปิดได้ ชาวบ้านต้องช่วยกันพังประตูเพื่อขนข้าวของออกมา
นายธวัชชัย ฤทธิ์มนตรี เจ้าของบ้านเลขที่ 8/292 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 9 กันยายน ขณะที่นั่งดูทีวีอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปูนลั่น ซึ่งขณะนั้นภรรยากำลังล้างจานอยู่ในครัวหลังบ้าน แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ เนื่องจากตั้งแต่ซื้อมาตามผนังบ้านก็จะมีรอยร้าวและพื้นด้านหลังและด้านหน้าบ้านทรุดบ้างเล็กน้อย จนเมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณตีสองกว่าๆ ของวันที่ 11 กันยายน ก็ต้องสะดุ้งตื่นพร้อมกับชาวบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ติดกัน เนื่องจากมีเสียงปูนลั่นเสียงดังมากจนมีเศษหินเศษปูนตกลงมาเกลื่อนกระจายพื้น
เมื่อลงมาตรวจสอบด้านล่างพบว่าพื้นหน้าบ้านและหลังบ้านเกิดการทรุดตัวลงไปลึกกว่า 1 ฟุต ผนังบ้านแตกแยกจนเป็นช่องโหว่ประมาณ 1 ฟุต เศษปูนร่วงลงมาเป็นระยะ พื้นบ้านเอียงไปทางด้านหลัง ประตูห้องครัวด้านหลังบิดเบี้ยวจนเปิดไม่ได้ต้องพังประตูออกถึงจะเข้าไปเก็บข้าวของออกมาได้ ส่วนบริเวณพื้นหน้าบ้านที่ปูด้วยกระเบื้องก็เกิดการทรุดตัวจนกระเบื้องแตกละเอียด ตนและเพื่อนบ้านจึงได้รีบช่วยกันขนย้ายของออกมาอยู่นอกบ้านเนื่องจากเกรงว่าตัวบ้านอาจทรุดตามลงมาและเกิดเหตุร้ายได้ บ้านหลังนี้เพิ่งซื้อมาได้ 3 ปีในราคาประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งก็ยังผ่อนอีก 29 ปี และในเรื่องการแตกร้าวของผนังที่ผ่านมายังไม่เคยได้แจ้งโครงการเพียงแต่คุยกันกับเพื่อนบ้านเท่านั้น
ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ ได้สั่งการให้สำนักงานโยธาจังหวัดและหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ขณะนี้บ้านที่เกิดการทรุดตัวมีทั้งหมด 16 หลังคาเรือน และที่ทรุดหนักน่าจะเกิดอันตรายมีทั้งหมด 8 หลังคาเรือน ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ในซอย 24 จะเดือดร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 8/292 ที่พบรอยร้าวเกือบทั้งหลัง
การช่วยเหลือเบื้องต้นได้สั่งการให้ทางเทศบาลนำเต็นท์มากางเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านก่อน พร้อมทั้งปิดกั้นสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตรายห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ ทางด้านโยธาจังหวัดสมุทรปราการจะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างของบ้านอย่างละเอียด พร้อมเรียกเจ้าของโครงการเข้ามาตรวจแบบแปลนว่าได้ก่อสร้างตรงกับที่ขออนุญาตไว้หรือไม่ ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ คงจะต้องรอวันจันทร์ เนื่องจากเป็นหยุดราชการ
นายพีรพล ยังขาว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า สาเหตุของการทรุดตัวอาจเกิดจากแผ่นดินเกิดการยุบตัวลงเพราะพื้นที่ที่ใช้สร้างหมู่บ้านเดิมทีเป็นบ่อเลี้ยงปลาเก่า ประกอบกับคืนที่เกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม คงต้องให้เจ้าหน้าที่สำนักโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาตรวจสอบ ส่วนการช่วยเหลือต่างๆ นั้น เป็นหน้าที่ของเทศบาลซึ่งจะต้องเป็นผู้ดูแล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เชิญเจ้าของโครงการมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีการขออนุญาตและก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้ยื่นขอเอาไว้หรือไม่ อย่างไร
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ ยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน ที่ จ.พิษณุโลก เกิดเหตุน้ำป่าในแม่น้ำแควน้อยกัดเซาะดินตลิ่งพังทลาย ทำให้บ้านเรือนที่ปลูกอยู่ใกล้บริเวณแม่น้ำแควน้อย ในพื้นที่เทศบาลนครไทย อ.นครไทย ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนถึงตัวบ้าน จึงเกรงว่าบ้านอาจพังลงมาได้ ทางเทศบาลตำบลนครไทย โดยนายภิชาต อมรรุ่งรัศมี นายกเทศมนตรีตำบลนครไทย ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำแนวเชือกกั้น และป้ายประกาศห้ามเข้ารอบตัวบ้าน พร้อมทำหนังสือประกาศจากเทศบาลตำบลนครไทย ติดไว้ที่บ้านซึ่งเกิดเหตุน้ำกัดเซาะตลิ่งพังทลาย เพื่อขอให้งดใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยจากกองช่างเทศบาลตำบลนครไทย
ที่ จ.ลำปาง ได้เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ได้แก่ ต.วังทอง วังทรายคำ และวังซ้าย จำนวน 15 หมู่บ้าน ราษฎรกว่า 300 ครัวเรือน แต่ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้ทำความสะอาดกำจัดดินโคลนและเศษกิ่งไม้ที่ไหลมากับน้ำป่าและจำนวนมาก ทั้งนี้มาจาก ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมากว่า 100 มิลลิเมตร นานกว่า 1 ชั่วโมง จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาตามลำห้วยแม่สุก และไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร อย่างไรก็ตาม นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง และพร้อมออกให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนที่ จ.พิจิตร สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ ระดับน้ำโดยเฉพาะในเขตลุ่มน้ำยมยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขต ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง โดยเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ประกอบกับมีน้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลมาสมทบทำให้ระดับน้ำท่วมยังขยายวงกว้าง ล่าสุดระดับน้ำเข้าท่วมสำนักสงฆ์โพธิ์เจริญ หมู่ 10 บ้านวังหวาย ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง พระสงฆ์จำนวน 5 รูป ต้องเดินลุยน้ำอออกมารับบิณฑบาต เนื่องจากเป็นสำนักสงฆ์ที่ติดอยู่ริมแม่น้ำยม
ขณะที่ จ.อ่างทอง นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าฯ อ่างทอง พร้อมด้วยคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหมู่ 4 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังพบว่าเป็นจุดเสี่ยงในการไหลบ่าของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นที่รับน้ำที่สำคัญ ริมตลิ่งดังกล่าวได้เกิดการทรุดตัว เป็นจุดอันตรายที่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ซึมเข้ามาใต้พื้นดินทำให้คันดินกว่า 140 เมตรเกิดการยุบตัว ที่สำคัญการก่อสร้างเขื่อนก็ยังไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามทาง อบต.ย่านซื่อ ได้นำดินมาถมเพื่อเป็นการแก้สถานการณ์เบื้องต้นก่อน สำหรับสถานการณ์น้ำตอนนี้ก็ยุบตัวลงมาบ้างแต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะน้ำจากทางภาคเหนือยังมีปริมาณมาก



