ข่าว

ป๋าแนะผู้ใหญ่อีสานแทนคุณแผ่นดินประกวดจริยธรรม

ป๋าแนะผู้ใหญ่อีสานแทนคุณแผ่นดินประกวดจริยธรรม

11 ก.ย. 2553

ประธานองคมนตรีมอบทุนการศึกษาและรางวัลประกวดโครงงานมูลนิธิเปรมฯที่โคราช ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยสูงสุด แนะแนะผู้ใหญ่ในอีสานแทนคุณแผ่นดินประกวดจริยธรรม

ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 กย. พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางมาทำพิธีมอบทุนการศึกษา และมอบรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของมูลนิธิเปรมฯ โดยมี พล.ท.พลโท วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ท เดชาวัต  รามสมภพ ผบช.ภาค 3 นายประจักษ์  สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา และพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับอย่างชื่นมื่น

ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุด เป็นการสนธิกำลัง จนท.ทหาร-ตำรวจ สำนักงานตำรวจภาค 3 และอาสาสมัครรักษาดินแดน จ.นครราชสีมา ทั้งใน และนอกเครื่องแบบ จำนวนหลายร้อยนาย จัดวางกำลังตามเส้นทางที่จะเข้าสู่สถานที่จัดงาน โดยตลอดทั้งคืนก่อนจะถึงเวลาจัดงาน หน่วยงานความมั่นคง ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลทางลับ ป้องกันกลุ่มมวลชนฝ่ายตรงข้ามรวมตัวสร้างสถานการณ์ ซึ่งไร้วี่แวว ที่จะมีเหตุการณ์ไม่สงบแต่อย่างใด

โดยกิจกรรมเป็นการเพื่อมอบทุนการศึกษาส่งเสริมพระพุทธศาสนา และบุตรของข้าราชการทหาร-ตำรวจ ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่รวม 1,795 ทุน รวมเป็นเงิน 5,229,900 บาท และรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียนระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แยกเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ทั่วไป-คณิตศาสตร์-อังกฤษ-ภาษาไทย และประวัติศาสตร์ ในระดับ 3 ช่วงชั้น ประถมศึกษา-มัธยมต้น และมัธยมปลาย รวม 75 โครงงาน เป็นเงิน 435,000 บาท จากนั้นผู้เข้าร่วมได้กล่าวคำปฏิญาณตน ที่จะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดีของประเทศชาติ ก่อนจะเดินทางกลับในเวลา 11.45 น.

แนะผู้ใหญ่ในอีสานแทนคุณแผ่นดินประกวดจริยธรรม

 พล.อ.เปรม ได้กล่าวหลังเสร็จพิธีว่า ผมมีความดีใจ และต้องขอขอบคุณ สรรเสริญน้ำใจอันดีงามของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกท่านที่สนับสนุนมูลนิธิเปรมฯ ผมอยากจะพูดถึงความเป็นมาของมูลนิธิฯ ที่เริ่มต้นเพียงเงินจำนวน 3 ล้านบาท โดยนายสมบูรณ์  งามลักษณ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้นำมาให้ ครั้งเมื่อผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนถึงทุกวันนี้มีเงินในมูลนิธิถึง 79 ล้านบาท ระยะเวลา 25 ปี เป็นอัตราเพิ่มของจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยน้ำใจ และสามารถปฏิบัติทำงานมาได้อย่างราบรื่น เหตุผลที่นำเรื่องของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาท่านนี้ขึ้นมาพูด ก็มีความต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง  19 จังหวัดอีสาน ได้ต่อยอดสนับสนุนในความมีน้ำใจของบรรดาผู้ที่บริจาคเสียสละเงินเพื่อส่งเสริมคุณภาพของเด็ก เยาวชน ที่เป็นอนาคตของประเทศชาติ

 "ผมต้องการให้มูลนิธิ ฯ ของเราเติบใหญ่ อย่างมีความเป็นเลิศทางวิชาการ และที่สำคัญคือความมั่นคงในคุณธรรมความดีไปโดยตลอด วันนี้ผมตั้งใจจะพูดกับบรรดาผู้ใหญ่ในชาติบ้านเมืองทั้งหลายมากกว่าที่จะพูดกับเด็ก ฉะนั้นผมจึงอยากให้ผู้ใหญ่ทั้งหลาย ที่มีส่วนร่วมในการดูแลเด็กเยาวชนในภาคอีสาน ได้กรุณาพร้อมเพรียงกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยการส่งเสริมดูแลเด็ก เยาวชน ให้มีคุณภาพ มีความดี ยึดถือหลักดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้อยู่รอด และเจริญต่อไป" พล.อ.เปรม กล่าวและว่า

 ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลมาว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น จะเกษียณอายุราชการในอีก 20 วันข้างหน้า ต้องขอให้จดจำว่ามูลนิธิฯ จะดำรงอยู่ได้เพราะพวกเราทั้งหลายที่มีน้ำใจคอยดูแล ทุกครั้งที่ผมย่างก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ ผมมีความสุขมาก ที่เห็นท่านผู้มีน้ำใจอันงดงาม รักเด็กเยาวชน

 "ขอให้ทุกคนยึดถือสิ่งเห่านี้ให้เป็นหน้าที่สำคัญ เพราะเด็ก เยาวชน เหล่านี้มีฐานะที่ครอบครัวไม่สามารถดูแลได้อย่างดีพอ พวกเราจึงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ครั้งเมื่อขณะที่ผมกำลังแจกรางวัลให้กับนักเรียน ท่านทั้งหลายคงสังเกตว่า ผมพยายามสอบถาม ว่าทำอย่างไรถึงได้รับรางวัล เพราะผมไม่ค่อยเข้าใจ แต่สุดท้ายก็เป็นคุณงามความดี ที่สถานบันการศึกษาทั้งหลายได้มอบให้มูลนิธิ ฯ และมูลนิธิฯ ก็มอบต่อให้เด็ก เยาวชน"  พล.อ.เปรม กล่าวและว่า

 นอกจากนี้ผมได้คิดไตร่ตรอง และอยากจะปรึกษาท่านทั้งหลายว่า เราจะสามารถประกวดเด็กในเชิงคุณธรรม จริยธรรม ความดี  พอจะมีหนทางหรือไม่  แต่ประเด็นนี้เป็นเพียงความคิดที่ต้องการให้ยึดคุณธรรม จริยธรรม ความดี เป็นฐานหลักสำคัญในการทำหน้าที่ แต่จะมีรูปแบบการดำเนินการเช่นไร ก็ขอให้ทุกท่านรับไปพิจารณา การได้เห็นเด็ก เยาวชน มีความพัฒนาทาด้านวิชาการ ด้านคุณธรรมความดี ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนต้องมีความสุจอย่าแน่นอน และจงภูมิใจที่มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือเด็กให้ได้รับการศึกษาที่ดี ที่สำคัญเพียงต้องการให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีคุณธรรม อย่างที่ทราบกันดีว่าคุณธรรมเป็นเรื่องของจิตใจ จริยธรรมคือการปฏิบัติ การทำความดี หากเรามีสองอย่างพร้อม ประเทศชาติก็จะสงบมั่นคง ดั่งพระสยามเทวาธิราชได้ปกป้องประเทศ ปกป้องคนดี คอยสาปแช่งคนไม่ดี

ด้าน นายอนุวัฒน์  ทินราช ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 5 จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย และผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช เปิดเผยว่า ใครจะไปจะมา หรือจะจัดกิจกรรมในพื้นที่ แม้นจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกเรา คนเสื้อแดงโคราช ไม่สนใจ และอยากจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ข้อเท็จจริง ขณะนี้คนเสื้อแดง ยังใช้ชีวิตตามปกติ หาเลี้ยงชีพครอบครัว ดำเนินกิจวัตรประจำวันของแต่ละคน ไม่เคยที่จะนัดหมายมารวมตัว หรือแอบนัดประชุม เพื่อเคลื่อนไหวแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด

อาจจะมีบางครั้งที่พวกเรานัดหมายมาพบปะกันตามวัด เพื่อร่วมกันทำบุญ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้กับเจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณผู้ล่วงลับ เมื่อเสร็จภารกิจทุกคนก็แยกย้ายกันกลับทันที กำหนดการต่างๆ ที่ประธานองคมนตรี จะเดินทางมาทำกิจกรรมในพื้นที่ พวกเราทราบดี แต่ก็ไม่เคยมีการหารือ เพื่อจะเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน จึงขอชี้แจงให้สังคมรับทราบ

นายอนุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า และหากมีการแอบอ้าง หรือกลุ่มไหนเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ ไม่ใช่คนเสื้อแดงอย่างแน่นอน  หน่วยงานความมั่นคง จึงไม่ต้องเป็นห่วง เกรงจะมีคนเสื้อแดง รวมตัวสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น การใช้กำลัง จนท.หลายร้อยนาย จัดวางกำลังไว้ในระดับความปลอดภัยสูงสุด แม้นกระทั่งมดยังไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ อาจจะทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน