ข่าว

จีนฉลอง 50 ปีลามะจากทิเบต

จีนฉลอง 50 ปีลามะจากทิเบต

29 มี.ค. 2552

ปักกิ่ง-จีนฉลองวันเลิกทาสในวันครบรอบ 50 ปี ทะไล ลามะ หนีจากทิเบต ผู้เชี่ยวชาญชี้ จีนพยายามสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ไม่ดีของประเทศ

รัฐบาลจีนพากันเฉลิมฉลองโอกาส "วันปลดปล่อยทาส" ซึ่งเป็นเทศกาลวันหยุดใหม่ตามปฏิทินจีน เมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลอง 50 ปี เนื่องในโอกาสที่ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณทิเบตหนีออกจากประเทศ และเป็นจุดเปลี่ยนที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ล้มล้างระบอบศักดินา

 รายงานข่าวเผยว่า สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ในจีนต่างทำสารคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ที่ต่างจัดแสดงนิทรรศการวันเลิกทาส โดยมีการเปรียบเทียบวันที่ทะไล ลามะ สิ้นสุดการปกครองทิเบตเมื่อ 50 ปีก่อน กับเหตุการณ์ที่นายอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ ประกาศเลิกทาส

 นายเจี่ย ชิงหลิน ผู้นำอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวว่า การล้มล้างระบอบศักดินาในทิเบตเป็นเหตุการณ์สำคัญของกระบวนการเลิกทาสของโลก เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

 นอกจากนี้ จีนยังได้จัดฉลองเทศกาลนี้ขึ้นในกรุงลาซาด้วย แต่เก็บไว้เป็นความลับสุดยอดแม้จะมีการออกอากาศไปทั่วประเทศก็ตาม โดยนายเฉิน สวน บรรณาธิการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ทิเบต เดลี ของรัฐบาลจีน กล่าวว่า การเฉลิมฉลองนั้นถูกเก็บเป็นความลับ แม้แต่หนังสือพิมพ์เองก็ไม่รู้ว่าทางการจะจัดอะไร

 ทั้งนี้ วันที่ 28 มีนาคมเป็นวันที่ทางการปักกิ่งยึดและนำทิเบตมาอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลโดยตรงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และความคิดที่จะเฉลิมฉลองวาระนี้มาจากแรงสนับสนุนในหมู่เสนาธิการเกษียณอายุของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ต้องการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของจีนเกี่ยวกับทิเบต หลังเกิดเหตุการณ์จลาจลในทิเบตและเหตุการณ์ประท้วงคบเพลิงโอลิมปิกเมื่อปีที่แล้ว

 นอกจากนี้จีนยังจัดเพิ่มความเอาจริงเอาจังในการพยายามทำให้นานาประเทศยอมรับในแนวคิดนี้ โดยส่วนหนึ่งของความพยายามนี้คือการพาตัวแทนชาวทิเบตที่อยู่ในสภาประชาชน 5 คนไปทำประชาสัมพันธ์ทั้งในสหรัฐ และแคนาดา ซึ่งนายเฉิง ลี ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนประจำสถาบันบรูกกิงส์ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า เป็นความพยายามอย่างหนักของจีนที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์เลวร้าย

 อย่างไรก็ดี แม้จะมีการต่อต้านในทิเบต แต่ก็มีชาวทิเบตบางส่วนที่ได้รับประโยชน์จากการปกครองของจีน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นทาสรับใช้อยู่ในอารามของทิเบต

นายอี้ซื่อ โหลวซุ่ย ชาวทิเบตวัย 73 ปี กล่าวว่า ตัวเองต้องทำงานตั้งแต่อายุแค่ 10 ขวบ บางครั้งเหนื่อยเสียจนตื่นนอนไม่ไหว แต่ทุกวันนี้ ทิเบตมีอาหารมากมาย มีความสะดวกสบายสมัยใหม่เช่นรถยนต์ โทรทัศน์ และโทรศัพท์มือถือก็กลายเป็นของสามัญประจำบ้านในทิเบตไปแล้ว