
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน - พลีส...มิสเตอร์โพสต์แมน
ขณะกำลังคิดหัวข้อเรื่องที่จะเขียนในสัปดาห์นี้ ก็มีพี่ชายใจดีที่สนิทสนมกันเข้าไปโพสต์เพลง พลีส มิสเตอร์โพสต์แมน (Please Mr.Postman) ของวงคาร์เพนเตอร์ส ที่โด่งดังเมื่อหลายสิบปีก่อน ไว้ในเฟซบุ๊ก เห็นปุ๊บทำให้สว่างวาบในใจทันทีว่า เอาชื่อเพลงนี้แหละเป็น หั
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับ “ไปรษณีย์” ล้วนๆ ค่ะ
หลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้มอบหมายภารกิจใหม่ ที่ใหญ่กว่าเดิมให้แก่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ด้วยการให้ศึกษาและเปิดให้บริการ “ธนาคารคนจน” โดยยึด “กรามีนแบงก์” ในบังกลาเทศเป็นต้นแบบ
ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ชุดใหม่ ซึ่งมีคุณจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นประธานกรรมการ ก่อนที่อีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา ครม.เศรษฐกิจจะมอบหมายงาน “ธนาคารคนจน” ให้
ล่าสุด คุณสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า ภายหลังการหารือกับคุณเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว ทางแบงก์ชาติยืนยันว่า การจัดตั้งสถาบันการเงินเพื่อปล่อยสินเชื่อรายย่อยหรือไมโครไฟแนนซ์ ของไปรษณีย์ไทย สามารถดำเนินการได้ทันที เพียงแต่มาขอใบอนุญาตจัดตั้งกับแบงก์ชาติเท่านั้น
ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า สถาบันการเงินรายย่อยที่ไปรษณีย์จัดขึ้นมา ในช่วงแรกจะปล่อยสินเชื่อได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังไม่สามารถรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไปได้ และเชื่อว่า จะสามารถปล่อยกู้ให้แก่รายย่อยได้มากกว่าธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ขณะที่รูปแบบก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่ลูกค้าเป็นฝ่ายเข้ามาขอสินเชื่อ จะสลับข้างเป็นธนาคารเดินไปเคาะประตูบ้าน เพื่อปล่อยกู้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยเอง
“รุก” กันขนาดนี้ จึงไม่แปลกหรอกค่ะที่จะมีเสียงคัดค้านมาเป็นระลอก เสียงแรกมาจาก ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่โฟกัสไปที่ “ความเชี่ยวชาญ” รวมถึง “ประสบการณ์” ในการปล่อยกู้ ที่ไม่มากเท่าธนาคารออมสิน หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อกระบวนการพิจารณาปล่อยสินเชื่อไม่ได้คัดกรองลูกหนี้อย่างดีพอ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาหนี้เสียตามมา
“ถ้าปล่อยกู้ได้ดี ไม่มีปัญหาหนี้เสีย ก็ต้องมีระบบที่ดีอย่างธนาคาร มีระบบในการคัดกรองลูกหนี้ที่ดี ขณะที่เจ้าหนี้นอกระบบมีรูปแบบในการตามทวงหนี้ที่เข้มข้นทำให้ลูกหนี้ยอมชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนด แต่ไปรษณีย์ไม่เคยพัฒนาบุคลากรเพื่อปล่อยกู้รายย่อย ถ้าทำเรื่องนี้เกรงว่าจะมีปัญหาหนี้เสีย”
ความเป็นห่วงของทีดีอาร์ไอ ยังรวมไปถึงความกังวลว่า ธนาคารคนจนจะกลายเป็นการสนับสนุนให้คนกู้เงินเกินตัว เพราะทุกวันนี้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะผ่านโครงการแก้หนี้นอกระบบโครงการกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารประชาชน ยังไม่นับรวมพวกสินเชื่อกึ่งนอกระบบ อย่างบัตรเครดิต และบัตรเงินสด
ทั้งหมดทำให้ตอนนี้ไม่ใช่มีปัญหาว่า คนกู้เงินไม่ได้ แต่กลายเป็นกู้กันได้มากเกินไป
แต่ถึงแม้จะมีเสียงท้วงติง แต่ดูเหมือนว่า ชาวบ้านจะได้กู้กันแน่ๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะไปรษณีย์ไทยยุคนี้ “จิ๊ด” กันทุกเรื่อง ทำตัวได้ปุบปับดีเหลือเกิน
ล่าสุด คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บอกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาเรียบร้อยแล้ว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไปรษณีย์ไทย บอกว่า โดยความเห็นส่วนตัวแล้วเห็นว่า การจัดตั้งธนาคารคนจนควรทำในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อาจจะเริ่มจากอำเภอในพื้นที่ห่างไกลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน เพราะถ้าดำเนินการในลักษณะธนาคารอย่างเต็มรูปแบบทันที จะมีความเสี่ยงในการดำเนินงานสูงมาก
ขั้นตอนของธนาคารคนจน สังกัดไปรษณีย์ไทย จะเริ่มจากการสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และพิจารณาความเสี่ยงรอบด้าน รวมถึงวิธีดำเนินการ วงเงินงบประมาณ ซึ่งคาดว่าคณะทำงานที่ตั้งขึ้นน่าจะมีข้อสรุปผลการศึกษา และคงต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ได้ความชัดเจนภายใน 2 เดือนนับจากนี้
สำหรับศักยภาพของไปรษณีย์ไทยนั้น คุณออมสินบอกว่า อยู่ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าไปรษณีย์จะมีการบริการใหม่เสริมเข้ามา แต่บริการหลักยังคงเป็นด้านไปรษณีย์ การขนส่งพัสดุเช่นเดิม โดยจะแยกการบริหารกันอย่างชัดเจน
ขณะที่ในเบื้องต้น ธนาคารคนจนของไปรษณีย์ไทยจะปล่อยกู้หลักพันหลักหมื่นต้นๆ ให้ประชาชนโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ
ลองถามรากหญ้าใกล้ตัวที่คุ้นเคยกับบุรุษไปรษณีย์หรือมิสเตอร์ โพสต์แมนแล้ว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นความหวังครั้งใหม่กันเลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวดิฉันเชื่อว่า ผู้บริหารไปรษณีย์ไทยทราบดีถึง “ความเสี่ยง” ที่หลายๆ คนเป็นห่วง ทักและท้วงกันขนาดนี้ ฝ่ายบริหารก็คงต้องเตรียมมาตรการรองรับ
อีกไม่นานหลังจากนี้ ชาวบ้านคงไม่ใช่แค่ชะเง้อรอจดหมายรักจากบุรุษไปรษณีย์เหมือนเนื้อเพลง “พลีส มิสเตอร์โพสต์แมน” แล้ว แต่ยังหมายความถึง “เงินกู้” ที่มาพร้อมมิสเตอร์โพสต์แมน แบบพลีส...พลีส อีกด้วย
อะไรไม่ว่า อย่าปล่อยให้หมาไล่กัดเหมือนตอนมาส่งจดหมาย เพราะตอนนี้อัพเกรดเป็น “เจ้าหนี้” ชัดๆ
ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]



