ข่าว

 "พงศพัศ"วางไมค์

"พงศพัศ"วางไมค์

12 ก.ย. 2553

ล่วงถึง 16 ปีแห่งความหลัง...เมื่อนายตำรวจหนุ่มรูปงาม ท่าทางเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอด เริ่มก้าวมาทำหน้าที่กระบอกเสียงให้แก่องค์กรตำรวจเป็นครั้งแรกในยุคของ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อธิบดีกรมตำรวจ จนได้รับความไว้วางใจสานต่องานโฆษกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า

 จนคนทั่วประเทศรู้จักมักคุ้นกับตำรวจนาม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แวดวงสีกากีนับเนื่องถึง 5 สมัย กระทั่งวันที่ก้าวมารับตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ โฆษกท่านนี้จึงตัดสินใจเรียบเรียงหนังสือขอวางไมค์ถึง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี  ผบ.ตร.คนใหม่ เพื่อผลัดใบให้โอกาสยอดใหม่ได้ผลิบานขึ้นแทน

 -ทำหน้าที่โฆษกตำรวจมานาน คิดอย่างไรถึงแขวนไมค์
 เรื่องนี้ผมได้หารือกับ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไว้ก่อนหน้าแล้วว่าจะขอผลัดใบเพราะได้ทำหน้าที่มาเป็นระยะเวลายาวนานมากแล้ว ต้องเปลี่ยนแปลงเสียที จนได้รับความกรุณาจาก ผบ.ตร.พิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทนให้เรียบร้อยแล้ว  

  -งานโฆษกตำรวจก็มีความสำคัญกับองค์กรไม่น้อย
 อ.ตร. และ ผบ.ตร.ทุกท่าน ให้ความสำคัญกับงาน “โฆษก” เป็นอย่างมาก เพราะเป็นตัวแทนขององค์กร บางครั้งต้องแถลง หรือพูดแทนผู้นำองค์กร จึงมีความเชื่อมต่อกับภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างมาก และการทำหน้าที่โฆษกต้องพยายามหาเวลาพูดจาทำความเข้าใจ หรือรับนโยบายจากท่านอย่างใกล้ชิด ซึ่งท่านอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธาในการทำงานของตำรวจ ขณะเดียวกันต้องการให้ตำรวจเอาจริงเอาจังกับการทำงาน และไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและได้รับผลกระทบจากปัญหาอาชญากรรม ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำหน้าที่ของตำรวจด้วย 

 -จึงต้องทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก
 จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ผมไม่ได้จำกัดบทบาทให้ติดอยู่กับสถานที่แถลงข่าวเท่านั้น แต่พยายามลงไปดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนถึงพื้นที่ โดยเน้นในเรื่องที่ประชาชนได้รับความทุกข์จากปัญหาอาชญากรรม หรือได้รับผลกระทบจากการทำงานของตำรวจ และช่วงหลังๆ ยังพบว่าปัญหาเหล่านี้มักเกิดกับเด็ก ผู้หญิง และคนชรา จนมีผู้เสียชีวิตด้วย   

  -ถึงกับต้องลงไปดูแลเรื่องศพที่นิติเวชด้วย
 เหยื่ออาชญากรรมที่เสียชีวิต ต้องส่งศพมาตรวจชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตายที่สถาบันนิติเวช ช่วงแรกๆ เข้าไปดูแลเรื่องการแถลงข่าวของแพทย์ผู้ชันสูตร ต่อมาเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติของผู้ตายด้วย เพราะเมื่อมีผู้เสียชีวิต พ่อแม่ญาติพี่น้องจะอยู่ในอาการโศกเศร้า บางคนก็ทำอะไรไม่ถูก ก็จะเข้าไปดูแลช่วยเหลือพวกเขา

 -เช่นเดียวกับกรณีตำรวจที่เสียชีวิต
 ข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ศพของตำรวจที่ถูกส่งมาชันสูตรที่สถาบันนิติเวช หากได้ทราบข่าวจะมาดูแลทุกครั้ง โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จะลงไปเป็นตัวกลางเพื่อดูแลเรื่องสวัสดิการและความช่วยเหลือที่จะต้องเป็นไปอย่างสมเกียรติ ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ญาติพี่น้องยังทำใจไม่ได้ บางครอบครัวลูกๆ ก็ยังเล็กมาก ต้องเข้าไปดูแลบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาความรู้สึกสูญเสียที่เกิดขึ้น ตลอดจนการติดตามช่วยเหลือด้านชีวิตความเป็นอยู่ด้วย หากบุตรหรือภรรยาได้รับสิทธิ์เกี่ยวกับการเข้ารับราชการตำรวจ ต้องติดตามจนบรรลุผล

 -โครงการที่ริเริ่มและประทับใจ
 โครงการฝากบ้านกับตำรวจ เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนฝากบ้านกับตำรวจในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนต้องทิ้งบ้านเพื่อเดินทางไปต่างจังหวัด อาจสบช่องของคนร้ายที่จะเข้าไปขโมยทรัพย์สิน นอกจากสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของตำรวจโดยตรงด้วย
 จำได้ว่าในช่วงแรกๆ ประชาชนยังฝากบ้านน้อยมาก ก็ต้องยอมรับว่า บางส่วนยังไม่ไว้วางใจตำรวจ ผมจึงได้กระโดดลงไปเต็มตัว ทั้งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ และลงไปติดตามการทำงานของตำรวจในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นในเรื่องของ “จิตอาสา” และในระยะหลังก็ได้นำนักเรียนนายร้อยตำรวจออกมาร่วมโครงการนี้ด้วย
 
 -สิ่งที่ยากที่สุดในการแก้ไขภาพลักษณ์ตำรวจ
 ที่สาหัสจริงๆ คือกรณี พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ทุกฝ่ายได้ใช้ความอดทนและความจริงใจในการเข้าไปแก้ปัญหา และดูแลครอบครัวของท่านอย่างเต็มที่ ส่วนภาพลักษณ์ที่เสียหายไปมากมายนั้น ทุกฝ่ายพยายามฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ร่วมกัน สำหรับการเรียกภาพลักษณ์ให้กลับคืนมานั้น ต้องแก้ไขเรื่องความไม่ถูกต้อง และอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการแก้ตัว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น ทำให้ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่พึงได้รับเพิ่มมากขึ้น จนมีขวัญและกำลังใจในการทำหน้าที่ ขณะเดียวกัน ทำให้ตัวผมเองมีประสบการณ์ในการประชาสัมพันธ์มากขึ้นด้วย

 -เป็นพี่เลี้ยงโฆษกตำรวจคนใหม่
 ผมจะสนับสนุนการทำหน้าที่ของโฆษกคนใหม่อย่างเต็มที่ การที่ ผบ.ตร. เลือก พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ เป็นโฆษกคนใหม่ เป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านเป็นรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่แล้ว และมีประสบการณ์ในการทำงานมาเป็นอย่างดี และผมพร้อมที่จะเข้าไปร่วมทำงานในคณะกรรมการเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย เพื่อให้นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของท่าน ผบ.ตร. ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันรับตำแหน่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผ่านถึงพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด