
บิลเลียดตัวพ่อ
ไม่น่าเชื่อว่า ประธานสภาสูง อย่าง ประสพสุข บุญเดช ที่ดูเหมือนว่าสมัยวัยเอ๊าะ จะเป็นเด็กคงแก่เรียน ที่วันๆ ต้องใส่แว่นตาหนาๆ ขะมักเขม้นท่องตำรา จะสนใจกีฬาประเภทบิลเลียดแบบตัวยง
จนล่าสุด นายกสมาพันธ์สนุกเกอร์แห่งเอเชียของไทย ได้พา มิสเตอร์ แบร์รี่ เฮิร์น ประธานสนุกเกอร์โลกและ มิสเตอร์เจสัน เฟอร์กูสัน อดีตประธานสนุกเกอร์โลก เข้าพบ “ลุงประสพสุข” หารือจัดมหกรรมยิ่งใหญ่ แข่งขันสนุกเกอร์เวิลด์คัพประเภททีมชิงแชมป์โลก เฉลิมฉลองในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในช่วงลมหนาวโพยพัดในเดือนพฤศจิกายน
ปรากฏว่า “ลุงประสพสุข” ถึงกับปรี่เข้าไปขอจับมือจับไม้ “ประธานสนุกเกอร์โลก” เป็นการใหญ่ พร้อมออกตัวแรงแซงทางโค้งว่า ชื่นชอบและคลั่งไคล้สนุกเกอร์และบิลเลียดเป็นพิเศษสุดๆ
แถมสมัยเด็กๆ ยังแอบไปเล่นบิลเลียดอยู่บ่อยๆ แต่ถูกพ่อแม่ห้ามไว้เพราะสมัยก่อนคิดว่าเป็นเรื่องการพนัน
เล่นเอาประธานสนุกเกอร์โลก-อดีตประธานสนุกเกอร์โลก อึ้ง ทึ้งไปตามๆกัน เพราะไม่คิดว่าจะเจอ “ตัวพ่อ” ที่ตามติด-ชื่นชอบ-ชื่นชม บิลเลียดตัวยง มาหลายร้อนหลายหนาวขนาดนี้ ทำเอาการสนทนาเป็นไปแบบออกรสออกชาติเลยทีเดียว
ซ้ำยังมีของแถม ของฝากทิ้งท้าย เตือนใจ เตือนสติ นักเรียน-นักเลงไทย ที่ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์อีกว่า “ควรใช้กีฬา แก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน ผมเชื่อว่ากีฬาจะช่วยสร้างคนให้มีคุณภาพในสังคม”
แหมๆๆ แบบนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะขนาดเป็น “ตัวพ่อด้านบิลเลียด”อย่างนี้ ยังประสบความสำเร็จในชีวิต-การงาน กันเลยทีเดียว
ตัวทำลายเกม
การเมืองทุกวันนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ปะทะคารมกันไปมาไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างสาดโคลนใส่กันจนเละเทะไปหมด
หลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยเมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา บังเอิญแอบไปเห็นส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเขาหาวิธีระบายความเครียดทางการเมืองเข้าพอดี
โดยเฉพาะ “เสด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ที่กวักมือเรียกผู้สื่อข่าวให้ไปลงสนามฟาดแข้งฟุตซอลกับบรรดาส.ส.ของพรรคชนิดมือเป็นระวิง
ดูรายชื่อนักกีฬาของพรรคเพื่อไทยแล้วเรียกว่าข่มขวัญนักกีฬาของทีมนักข่าวได้ดีทีเดียว ไล่มาตั้งแต่ “เสี่ยโก้” นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีตรมว.วิทยาศาสตร์ฯ "เสี่ยตู่" นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และแกนนำนปช. รวมไปถึง "หนุ่มหนิม" จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เจ้าบ่าวหมาดๆ ก็ขอร่วมขบวนกับเขาด้วย
งานนี้ทีมผู้สื่อข่าวแทบจะถอดใจตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเล่นกันเลยทีเดียว
สิ้นเสียงนกหวีดส่งสัญญาณเริ่มการแข่งขันจากกรรมการ ทีมส.ส.เพื่อไทยแทบจะพับสนามบุกชนิดแทบไม่ให้หายใจหายคอ
แต่เมื่อแข่งไปได้ 10 นาที บรรดานักกีฬาของทีมส.ส.เพื่อไทยก็เกิดอาการลิ้นห้อย ชูมือขอเปลี่ยนตัวกันจ้าละหวั่น
มีเพียง “เสี่ยโก้” ที่ยังฟิตปั๋ง วิ่งไล่บอลไม่ยอมหยุด หาโอกาสส่องประตูทีมผู้สื่อข่าวอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเพื่อนร่วมทีมจะหอบแฮ่กๆ กันแล้วก็ตาม
เหลียวหลังกลับไปดู “เสด็จพี่” ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตนักกีฬาของโรงเรียน ทีแรกนึกว่าแกล้งวิ่งเหยาะแหยะ ล่อหลอกให้นักข่าวหลงกล ทำเหมือนคนเล่นบอลไม่เป็น
และก็เหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจ เปิดโอกาสให้โฆษกพรรคเพื่อไทยได้เด่นดังมีเรื่องไปคุยกับเขาบ้าง เมื่อเพื่อนร่วมทีมได้จังหวะโยนบอลมาหน้าประตูให้เหน่งๆ
แค่วิ่งเข้าไปหายใจรดเบาๆ บอลก็ปลิ้นเข้าประตูไปสบายๆ แล้ว นาทีนั้นทีมผู้สื่อข่าวแทบจะกุมขมับ เตรียมใจไว้ถูกถากถางกันหมดแล้ว
แต่เสด็จพี่กลับเตะวืด ไม่ก็เตะออกซะงั้น ทำเอา “วุฒิพงศ์-จตุพร” ถึงกับส่ายหน้าในความสามารถ
โอ้โห ! เชื่อแล้วว่ายี่ห้อเสด็จพี่นี่มันตัวทำลายเกม (ฝั่งตัวเอง) จริงๆ ...ฮา



