
ฮ.พาถ่ายรูปเกาะเกร็ดดิ่งเจ้าพระยา
เฮลิคอปเตอร์เช่าเหมาลำบินถ่ายทำพรีเซนเตชั่น ฮ.ลำใหม่ หวิดเกิดโศกนาฏกรรม ขณะร่อนต่ำถ่ายบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนหางเกี่ยวสายไฟฟ้าดิ่งกลางแม่น้ำ เคราะห์ดีนักบิน ผู้โดยสารรอดทั้งหมด
เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 กันยายน ร.ต.ท.ชนาธิป พานทอง รอง สวป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งว่า มีเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือหน้าวัดกลางเกร็ด หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ทราบ
ในที่เกิดเหตุ บริเวณท่าเรือข้ามฟากของวัด พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยกันปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ และนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงไทยไปแล้ว 1 คน ทราบชื่อคือ น.ส.พัชรรินทร์ พัชรประภานันท์ อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำที่ขา ส่วนนักบินและช่างภาพอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกเล็กน้อย ต้องลอยคอเกาะราวบันไดโป๊ะเรืออยู่ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงช่วยเหลือกันขึ้นมาบนโป๊ะเรือ ทราบชื่อต่อมาคือ พ.ต.ท.อภินันท์ ธัญญปรีดากุล อายุ 46 ปี นักบินที่ 1 ร.ท.อรุณ คุ้มแคว้น อายุ 42 ปี นักบินที่ 2 และนายสมศักดิ์ นาชัยนาค ไม่ทราบอายุ ช่างภาพ
จากการสอบปากคำ เบื้องต้น พ.ต.ท.อภินันท์ให้การว่า ทำหน้าที่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ลำที่เกิดอุบัติเหตุตกแม่น้ำ โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวยี่ห้อโรบินสัน รุ่น อาร์ 44 มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ที่เพิ่งได้รับมาใหม่ ซึ่งเป็นของบริษัท เฮลิลักซ์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.บางบัวทอง ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมผู้ช่วยนักบินและช่างภาพวิดีโอและผู้ช่วยช่างภาพ 4 คน ได้นำเครื่องขึ้นบินจาก อ.บางบัวทอง มาสำรวจและเก็บภาพบริเวณรอบเกาะเกร็ด เพื่อนำภาพไปพรีเซ้นต์ให้แก่กลุ่มลูกค้าดู เพราะบริษัทให้บริการในเรื่องของการเช่าเหมาลำเฮลิคอปเตอร์
ระหว่างที่ออกบินมาได้ประมาณ 20 นาที และบินรอบเกาะเกร็ดเพื่อเก็บภาพ เมื่อมาถึงจุดที่เกิดเหตุระหว่างที่ตนบังคับเครื่องบินลงต่ำให้ใกล้แม่น้ำ เพื่อให้ช่างภาพบันทึกภาพกลางแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ส่วนหางของเฮลิคอปเตอร์เกิดไปเกี่ยวสายไฟฟ้าที่โยงข้ามแม่น้ำเข้า จึงทำให้เฮลิคอปเตอร์เสียหลัก และม้วนตัวเข้ามาทางฝั่งท่าเรือข้ามฟากของวัดกลางเกร็ด และตกลงในแม่น้ำหน้าวัด ตนและทีมงานทั้งหมดต้องรีบลอยตัวว่ายน้ำออกมาจากเครื่องที่กำลังจมลงน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด
หลังเกิดเหตุ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี สั่งการให้ น.พ.สมพงษ์ บุญสืบชาติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี นำทีมแพทย์ฉุกเฉิกเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุด้วย โดย น.พ.สมพงษ์กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทีมแพทย์ เมื่อทราบว่าไม่เกิดความสูญเสียก็สบายใจ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่า เคราะห์ดีที่ตัวเครื่องของเฮลิคอปเตอร์ซึ่งบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงไว้เป็นจำนวนมาก ไม่หล่นลงมากระแทกกับขอบปูนริมเขื่อนกั้นน้ำของทางวัด แต่กลับตกลงน้ำเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาจเกิดระเบิดและเกิดความสูญเสียตามมาอย่างแน่นอน
ด้านนายวินัย บุปผา อายุ 19 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเดินเล่นอยู่ในวัดได้ยินเสียงดังตูมมาจากท่าเรือข้ามฟากหน้าวัดจึงรีบวิ่งไปดู ก็พบว่ามีเฮลิคอปเตอร์กำลังจมน้ำ และมีคนลอยคออยู่ในแม่น้ำ 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 ระหว่างนั้นฝ่ายชายต่างฝ่ายว่ายน้ำเข้ามาเพื่อเกาะโป๊ะ แต่ผู้หญิงกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ และมีอาการอ่อนแรง ตนจึงตัดสินใจกระโดดน้ำลงไปช่วยผู้หญิงมาเข้าฝั่งได้สำเร็จก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล
นางดวงพร เหลืองกูล ผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน เล่าว่า ได้ยินเสียงดังตูมสองครั้งมาจากบริเวณท่าเรือ จากนั้นไฟฟ้าแถวบ้านก็ดับลงหมด จึงวิ่งออกมาดูเพราะคิดว่าหม้อแปลงระเบิด แต่กลับได้กลิ่นน้ำมันเหม็นคลุ้งไปหมด ก่อนจะเห็นเฮลิคอปเตอร์จมน้ำไปทั้งลำ
หลังจากสอบปากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.ปากเกร็ด ต่อไป พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนำเรือเครนมายกเฮลิคอปเตอร์ขึ้นจากแม่น้ำ
นายพัฒนพงษ์ จรัสตระกูล เจ้าของบริษัทเฮลิลัคก์ฯ กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวบินมาจากอำเภอบางบัวทอง ซึ่งก่อนทำการบินสภาพอากาศยังเปิดอยู่ จึงอนุญาตให้นักบินทำการบินได้ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุท้องฟ้าปิด ทำให้นักบินมองไม่เห็นสายไฟที่พาดไปยังเกาะเกร็ด จึงเกิดเหตุดังกล่าว สำหรับความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 30 ล้านบาท
ขณะที่นักประดาน้ำจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ลงสำรวจหาจุดที่เครื่องตก ล่าสุดพบซากเครื่องบินแล้ว แต่ต้องรอให้เรือเครนมายกซากเครื่องบินขึ้นอีกครั้ง



