ข่าว

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน-ไต้หวัน18คนที่ศรีราชา

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน-ไต้หวัน18คนที่ศรีราชา

11 ก.ย. 2553

ตำรวจประสานกำลัง ทลายบ้านพักแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวจีน-ไต้หวัน 18 คน กลางเมืองศรีราชา เช่าบ้านหรู 3 หลังตั้งศูนย์บัญชาการโทรลวงเหยื่อโอนเงินทางเอทีเอ็ม มีผู้เสียหายนับร้อยราย สูญกว่า 100 ล้าน

แม้เจ้าหน้าที่จะทลายบ้านพักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาศัยเมืองไทยเป็นฐานหลอกลวงผู้เสียหายได้หลายครั้งแล้ว แต่ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 กันยายน พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผช.ผบ.ตร. รักษาการแทนผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.มนตรี รอดปราณี ผกก.สภ.ศรีราชา พ.ต.ต.เอนก บุตรอินทร์ สว.สส.สภ.หนองขาม นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 188/50 หมู่ 1 ในหมู่บ้านบูเลอวาร์ด ซอย4 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีชาวจีนมาพักอาศัยร่วมกัน หลายคน แต่ไม่ทำอาชีพอะไร เมื่อตรวจสอบไปทางองค์การโทรศัพท์พบว่ามีการเปิดใช้โทรศัพท์ทั้งหมด 5 คู่สาย และติดต่อไปยังประเทศจีนเป็นประจำ จึงสงสัยว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวจีนและชาวไต้หวัน
 
 จากการตรวจค้นพบนายทิชาง อายุ 30 ปี ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง พร้อมกับชาวจีน 8 คน ไต้หวัน 9 คน พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 188/165 และ 188/70 ซึ่งเช่าไว้ทั้งหมด 3 หลัง จากการสอบสวนทราบว่าบ้านที่นายทิชางพักอยู่นั้นเป็นศูนย์กลางในการทำงานเพื่อหลอกชาวจีนและชาวไต้หวันให้โอนเงินเข้ามาให้ โดยทำมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวน 8 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง เครื่องตัดสัญญาณ 3 เครื่อง สมุดเงินฝากธนาคาร และอุปกรณ์จดหมายเลขบัญชีอีกจำนวนมาก นามบัตรรายชื่อนักธุรกิจชาวจีนจำนวนมาก

  นอกจากนี้ยังพบว่า มีนายหน้าคนไทยมาติดต่อบ้านพัก จำนวน 3 หลัง และจะเช่าแค่ 3 เดือน จากนั้นก็ย้ายสถานที่ใหม่ไปเรื่อยๆ ส่วนฐานข้อมูลและนายทุนนั้นอยู่ที่ประเทศจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลไปถึงนายทุนต่อไป 

 สำหรับพฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชุดนี้ จะออกหาเหยื่อที่เป็นนักธุรกิจชาวจีนและไต้หวันที่มาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาและศรีราชา โดยจะเข้าไปตีสนิทพร้อมขอนามบัตรติดต่อธุรกิจ จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะโทรศัพท์ไปหาชาวจีนและไต้หวันเหล่านั้นว่าติดหนี้บัตรเครดิต ให้ชำระเงินด้วยการโอนผ่านตู้เอทีเอ็ม จนมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้เสียหายโดนแก๊งนี้หลอกลวงแล้วนับร้อยราย สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท