ข่าว

เล่ห์ร้ายในแผนปรองดอง

เล่ห์ร้ายในแผนปรองดอง

11 ก.ย. 2553

คำพูดยอดฮิตติดตลาดทุกวันนี้คงไม่มีอะไรเกินกว่า “ปรองดอง” ดังก้องหูนักการเมือง ทั้งพรรคเพื่อคนหนีคุก และขบวนการแดงเผาเมือง

 หนูตัวร้ายเคยแพร่พิษร้ายใส่บ้านเมืองจนแตกแยก ก็ยังเปิดหน้ารู้ว่าเป็นตัวการอยู่เบื้องหลังแผนปรองดอง ให้ลูกจ๊อกทาสน้ำเลี้ยงเดินเรื่องให้

 คงรู้ดีว่าขืนสู้ต่อไป นอกจากจะโดนหลอกแด๊กส์แล้ว โอกาสชนะยังมืดมน ดังนั้น จึงต้องเดินเกมหลายหน้าเหมือนเดิม

 เป็นการสร้างภาพว่าใฝ่สันติ เป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบัน อดีตเมียเคยเป็นคุณหญิง สมรสพระราชทาน อดีตพ่อตาเป็นนายตำรวจราชองครักษ์

 แต่ไม่รู้ว่าไอ้เบื๊อกตัวไหน จ้างผีโม่แป้งให้เคลื่อนไหวล้มสถาบัน ตัวเองพูดจาจาบจ้วงล่วงเกินตอนเมาปาแก้วไวน์เกลื่อนห้องโรงแรมในนิวยอร์ก

หนูตัวร้ายส่งสัญญาณว่าต้องการปรองดอง ขณะเดียวกันก็มีคนเอาระเบิดไปวาง 3 จุดในเมือง เช่นบริเวณลานจอดรถชั้น 1 ห้างเดอะมอลล์ สาขางามวงศ์วาน บริเวณลานจอดรถ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นระเบิดแบบเดียวกันกับที่ห้างเดอะมอลล์

ก่อนหน้านั้น ตำรวจ สน.พญาไท ได้พบระเบิดใส่กระเป๋านักเรียนวางไว้ใต้บันไดสะพานลอย หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ฯ เป็นถังดับเพลิง 2 ถัง ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ เป็นระเบิดแสวงเครื่องเช่นกัน

ทั้ง 3 จุดเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ปลดชนวนเสียก่อนจึงไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น!

การยื่นข้อเสนอปรองดอง และการพบระเบิดในจุดต่างๆ หลังจากคำเตือนโดย ศอฉ. ว่าจะมีเหตุร้ายในจุดเสี่ยง 454 แห่งนั้น เป็นเสมือนคำเตือน

“กูบอกให้รู้ว่า ถ้าพวกเอ็งไม่ยอมปรองดองแต่โดยดี ก็จะมีการวางระเบิดอยู่เรื่อยๆ ให้พวกเอ็งเก็บได้ก็เก็บไป ถ้าเจอ แต่ต้องมีบางจุดบึ้มจนได้”

เห็นหรือยังว่าการยื่นข้อเสนอปรองดอง แม้จะใช้วจีรื่นหูไพเราะ ยังแฝงไว้ด้วยการขู่ให้ต้องยอมรับ ถ้าไม่อยากให้ประชาชนต้องเสี่ยงตาย บาดเจ็บจากการระเบิด หรือลอบสังหาร ซึ่งจะมีการเล่นแบบมั่ว สวมรอยเกิดขึ้น

เราจะเห็นทหาร ตำรวจตั้งจุดตรวจและบังเกอร์กระสอบทรายหลายแห่ง เพื่อระมัดระวัง สร้างความอุ่นใจให้ชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้มุ่งร้าย

แต่คงเดาไม่ยาก เพราะเป้าหมายที่ถูกกำหนดไว้ ก็คือกลุ่มผู้อยู่ตรงข้ามกับขบวนการคนหนีคุก กลุ่มแดงเผาเมือง และหนูตัวร้ายแพร่พิษนั่นเอง

มีทั้งระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดแสวงเครื่อง คงเหลือเก็บไว้จากการชุมนุมของพวกเสื้อแดง ปฏิบัติการเผาบ้าน เผาเมือง นั่นเอง ต้องรีบเอาระเบิดออกมาใช้ดีกว่าปล่อยให้หมดอายุการใช้งาน เป็นเครื่องมือประกอบคำขู่ด้วย

การปรองดองไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนไอ้หนูตัวร้ายส่งทวิตเตอร์ไม่กี่ประโยค และบันดาลให้ความปรองดองเกิดขึ้น เนื่องจากเงื่อนไข “กูเอาแต่ได้” คนรับไม่ได้นั่นเอง! มีอย่างที่ไหน ประกอบอาชญากรรมสารพัด แต่ไม่ขอรับโทษ

มันจะง่ายเกินไปมั้ง เท่ากับว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย หรือการทำความชั่วร้ายได้รับการยกเว้น ไม่ต้องรับโทษเหมือนพวกคนจน ไร้อิทธิพล เส้นสาย

เห็นข่าวบอกว่าได้มีการเจรจาแบบลับๆ หลายกลุ่ม โดยพวกเสื้อแดง พรรคเพื่อคนหนีคุก และพวกสังกัดค่ายสะตอ มีทูตต่างประเทศเป็นตัวเชื่อม

ขณะเดียวกัน นักการเมืองหลังลาย อยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง และพวกต้องห้าม ยังเป็นโมฆะบุรุษ สตรี ก็พบปะ หวังสร้างกลุ่มการเมือง สร้างพลังต่อรอง เป็นฐานอำนาจอีกกลุ่ม แต่ดูแล้วล้วนแต่เป็นตัวร้ายทั้งนั้น

เคยเป็นผีโม่แป้งให้หนูตัวร้ายเร่ร่อน เป็นเครื่องมือให้พวกโกงทั้งโคตร!

การปรองดองด้วยเงื่อนไขแบบ “เอาแต่ได้ ไม่ยอมเสีย” จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนยอมรับไม่ได้ ค่ายสะตอ โดยนายกฯ มาร์ค ก็คงไม่รับเงื่อนไข
สถานการณ์หลายอย่างเป็นตัวเร่งให้พวกแดงและสปอนเซอร์หลักต้องรีบหาทางปรองดองเพื่อให้ตัวเองพ้นโทษอาญา โดยเฉพาะอดีตคุณนายบ้านใหญ่และพี่ชาย ซึ่งโดนคดีจำคุกเพราะเลี่ยงภาษี ต้องลุ้นว่าศาลอุทธรณ์จะตัดสินเมื่อไหร่ ถ้ามีคำพิพากษายืน ก็คงเหงื่อตกกีบแน่นอน

คงต้องหนี ไม่ยอมติดคุกแน่นอน! ดังนั้น หนูตัวร้ายก็เช่นเดียวกัน การต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตัว อยู่ต่างประเทศ มีเงินมากเพียงใดก็ไร้สุข แม้จะอ้างว่าทำธุรกิจเหมืองเพชร ลอตเตอรี่ ในอูกันดา แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้

การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความอัปยศ ไปไหนมาไหน เหมือนคนทั่วไปไม่ได้ ก็เท่ากับเป็นเหมือนนักโทษสังคม ถูกตราหน้าว่าเป็นนายทุนให้โจรแดงเสื้อดำเผาบ้าน เผาเมือง สร้างวิบากกรรมให้คนทำมาหากินเป็นหมื่นๆ คน

ใครก็ตามที่มีแนวคิดเห็นด้วยกับการปรองดอง โดยยอมรับเงื่อนไข “กูต้องไม่ผิดอะไร” นั้น ต้องถูกมองว่ามีผลประโยชน์ร่วมจากน้ำเลี้ยงผีโม่แป้งด้วย

ดังนั้น นักล่าการปรองดองต้องฝันค้าง รางวัลจากนายใหญ่คงเป็นเพียงลมๆ แล้งๆ รออีกสักพัก คงต้องมีเหตุวางระเบิด เผาบ้าน เผาเมืองอีกนิ! อิอิอิ!!!