
โรงพักต่างบ้านกับ"ขิง"ผกก.โฮ่งๆ
ยามค่ำคืนถนนข้าวสารคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แสงสี และเสียงดนตรีอึกทึกครึกโครม นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาดื่มด่ำความสุข ร่าเริงกันบนถนนบันเทิงสายนี้ดั่งสวรรค์บนดิน แตกต่างจากบรรยากาศหัวถนนข้าวสารที่ตั้งของ สน.ชนะสงคราม กลับเงียบสงัด โดยเฉพาะห้องทำงานของ พ.ต.อ.
กว่า 2 ปีแล้วที่ พ.ต.อ.ขิง ยึดห้องทำงานอันเงียบสงบแห่งนี้ เป็นที่พักผ่อนหลับนอนยามค่ำคืน หลังจากออกตรวจตราความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ความรับผิดชอบจนดึกดื่น ก่อนจะกลับเข้ามาที่ห้องทำงานแห่งนี้ทุกครั้ง เพียงแต่ขยับจากโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยสัมภาระและเอกสารกองโต มาที่โซฟาไม้ขนาดยาวปูด้วยฟูกบางๆ มีหมอน และผ้าห่มผืนบาง เพียงเท่านี้ก็นอนหลับสบาย เพื่อให้มีแรงเริ่มงานในรุ่งเช้าวันใหม่
"ผมมีบ้านอยู่ที่ชลบุรี จะให้เดินทางไป-กลับมันลำบาก ประจวบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการชุมนุมประท้วงแบบยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่ในความรับผิดชอบพื้นที่นี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองทุกครั้ง" พ.ต.อ.ขิง เปรยถึงปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจละฐานที่มั่นไปพักผ่อนนอนหลับที่บ้านได้
พ.ต.อ.ขิง ยังเผยถึงความภูมิใจในชีวิตรับราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้กำกับฯเพียงคนเดียวที่ได้รับพระราชทานเข็ม ภปร. ตั้งแต่สมัยสังกัดอยู่ที่ตำรวจทางหลวง ฉะนั้นภารกิจที่มิอาจละเลยได้ คือ การจัดการเรื่องเส้นทางเสด็จฯ ของพระราชวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งมักใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลัก
"หากกลับบ้านผมจะขอลาหยุดราชการ จะไม่หายไปเฉยๆ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อไหร่ ผู้บังคับบัญชาเรียกใช้ขึ้นมาจะเดือดร้อน(ฮา) ล่าสุดผมเพิ่งได้กลับบ้านไปเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เพราะเป็นวันเกิดผม ส่วนโอกาสอื่นๆ ภรรยา และลูกๆ จะเป็นฝ่ายเดินทางมาเอง ผมโชคดีที่ครอบครัวเข้าใจในหน้าที่ความรับผิดชอบของผม ทุกๆ คนก็คอยให้กำลังใจ แวะเอาอาหารและขนมที่ชอบมาฝากอยู่เป็นประจำ" พ.ต.อ.ขิง บอกด้วยรอยยิ้ม
ชีวิตรับราชการตำรวจที่โยกย้ายมาจากกองกำกับการตำรวจทางหลวง และกองกำกับการสุนัขตำรวจ มาเป็นผู้กำกับฯ สน.ชนะสงคราม ใช้ชีวิตคลุกคลีกินนอนอยู่ที่โรงพักของ พ.ต.อ.ขิง กลับทำให้มีความใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น แถมได้รับรู้และเห็นพฤติกรรมต่างๆ ของลูกน้อง หากพบเห็นมีการแตกแถวออกนอนลู่นอกทางก็จะรีบตักเตือนทันที ขณะเดียวกันผู้ใต้บังคับบัญชาที่กำลังมีปัญหา ก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือดูแลได้อย่างทันท่วงที ทำให้ผู้กำกับฯ ขิง เป็นที่รักและเกรงใจของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน
"โรงพักชนะสงครามเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ทุกนาย แต่หากใครเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพักนี้ออกนอกลู่นอกทาง ผมจะขอรับผิดชอบเพียงคนเดียว" พ.ต.อ.ขิง ยืนยันอย่างหนักแน่น
พ.ต.อ.ขิง เล่าถึงชีวิตสมัยที่เป็นผู้กำกับฯ กองกำกับการสุนัขตำรวจ ก่อนมาเป็นผู้กำกับฯ สน.ชนะสงครามว่า ตำรวจหลายคนอาจไม่ภูมิใจที่ต้องไปดูแลสุนัขตำรวจ ถึงกับสั่งห้ามว่าไม่ต้องไปแนะนำใครๆ ว่าเป็นผู้กำกับฯ หมา !!
"ผมกลับรู้สึกภูมิใจนะ เพราะสุนัขตำรวจเป็นผู้สนับสนุนการสืบสวน ช่วยคลี่คลายคดี ช่วยงานตำรวจประสบความสำเร็จหลายคดี สมัยนั้นหากมีใครถามผมว่าประจำอยู่ที่ไหน ผมจะตอบด้วยความภาคภูมิใจว่าอยู่หน่วยนี้ แม้หลายคนจะเรียกติดปากว่า ผู้กำกับฯ หมา ผมก็ไม่ว่านะ แต่ขออย่างเดียวอย่าเรียกว่า ตำรวจหมาหมา (ฮา)" พ.ต.อ.ขิง เล่าถึงอดีตอย่างอารมณ์ดี
เมื่อโฟกัสมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ บนถนนข้าวสารที่ต้องลุกจากที่นอนในห้องทำงานเพื่อไปคลี่คลายปัญหาไม่ว่าจะดึกดื่นเพียงใดนั้น พ.ต.อ.ขิง เล่าว่า คงเป็นเรื่องของสาวประเภทสอง ที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า "เดอะเลดี้แมน" ส่วนใหญ่ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวบนถนนข้าวสาร พอเมามายไม่ได้สติ จะแยกแยะไม่ได้ว่าผู้หญิงที่หิ้วไปร่วมหลับนอนด้วยนั้นเป็นผู้หญิงแท้ๆ หรือไม่ เมื่อมีการตกลงพูดคุยกันแล้วก็จะพากันไปต่อที่โรงแรม เมื่อมีความสัมพันธ์กัน จึงล่วงรู้ความลับว่าไม่ได้ผู้หญิงจริงๆ ก็เกิดมีปากเสียงตกลงกันไม่ได้ ต้องมาไกล่เกลี่ยที่โรงพัก ซึ่งเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก จึงจำเป็นต้องเรียกสาวประเภทสองในพื้นที่มาทำทะเบียนประวัติให้ครบทุกคน เพื่อป้องกันปัญหาและเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวอีก
"พื้นที่ของเราเป็นพื้นที่พิเศษ ด้วยความยาวของถนนข้าวสารเพียง 340 เมตร แทบเรียกได้ว่าเป็นถนนมหัศจรรย์ เพราะคนทั่วโลกรู้จักถนนสายนี้ เคยมีฝรั่งพูดไว้ว่า ในชีวิตหนึ่งต้องมาถนนสายนี้ให้ได้ เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้ชีวิต เมื่อผมอยู่ในพื้นที่พิเศษแบบนี้ ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะดูแลชาวต่างชาติให้เขารู้สึกว่าเหมือนมาอยู่บ้านของเขา ผมจะกำชับแม่ค้าว่าอย่าทำร้ายชาวต่างชาติ อย่าเอารัดเอาเปรียบ และต้องทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกดีเมื่อมาพื้นที่แห่งนี้" พ.ต.อ.ขิง บอกถึงความตั้งใจและเต็มที่กับชีวิตผู้กำกับฯ สน.ชนะสงคราม!



