ข่าว

ศาลปค.กลางชี้"จารุวรรณ”ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

ศาลปค.กลางชี้"จารุวรรณ”ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้

10 ก.ย. 2553

“คุณหญิงจารุวรรณ” ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่า สตง. ต่อได้ หลัง ศาลปกครองกลาง ไม่คุ้มครองชั่วคราวคดี ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องเบรคหญิงเป็ด ใช้อำนาจผู้ว่า สตง. ศาลชี้ คำสั่ง สตง. ยกเลิกตั้ง “ ศิษฐ์” รองผู้ว่า สตง. นั่ง รรท.สตง. ไม่กระทบ ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยตร

ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 10 ก.ย.53 นายสมชัย วัฒนการุณ ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวนฟ้องระงับการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีคำสั่งไม่รับคำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา คดีที่นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร้องขอให้ศาลกำหนดมาตรคุ้มครองสั่งคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผู้ว่า สตง. ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา ที่ยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ ผู้ว่า สตง.เป็นผู้ถูกฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ 1306/2553 เรื่องกระทำการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่มีคำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 ลงวันที่ 18 ส.ค.53 มีคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่า สตง. เป็นรักษาราชการแทนผู้ว่า สตง. โดยไม่มีอำนาจออกคำสั่ง เนื่องจากคุณหญิงจารุวรรณ พ้นจากตำแหน่งแล้วเมื่ออายุครบ 65 ปี

 โดยคดีนี้นายปราโมทย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้คุณหญิงจารุวรรณ หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่า การปฏิบัติงานของคุณหญิงจารุวรรณขณะนี้ กระทบต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการ สตง. และหน่วยราชการการทั่วประเทศที่ต้องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ สตง. และเพื่อแก้ไขความสับสนและวิพากษ์วิจารณ์จากวงราชการและวิชาการเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่ง

 ทั้งนี้ศาลปกครองพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องแล้ว เห็นว่า คำสั่ง สตง.ที่ 184/2553 เกี่ยวกับเรื่องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายพิศิษฐ์ รองผู้ว่าสตง. รักษาราชการแทนผู้ว่า สตง. ลงวันที่ 18 ส.ค.53 แต่ผู้ฟ้องคดีดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ใช่ตำแหน่งรองผู้ว่าสตง. ที่จะเป็นผู้ได้รับผลโดยตรงจากคำสั่ง สตง.ดังกล่าว

 ส่วนที่ผู้ฟ้องอ้างว่า การดำรงตำแหน่งผู้ว่า สตง.ของผู้ถูกฟ้องคดีขณะนี้กระทบต่อการปฏิบัติงานของข้าราชการจึงต้องขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวนั้น เห็นว่า การที่ศาลจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวใดๆ เพื่อบรรเทาทุกข์ก่อนการพิพากษาคดี จะต้องเป็นไปเพื่อการบรรเทาทุกข์หรือคุ้มครองประโยชน์ให้แก่ผู้ฟ้อง แต่กรณีนี้เห็นได้ว่า แม้ผู้ฟ้องจะเป็นคู่กรณีในคดี แต่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้รับผลโดยตรงจากคำสั่ง สตง. หรือได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่อาจกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำขอของผู้ฟ้องดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวในคดี แต่หากคู่ความไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นอุทธรณ์ขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน ส่วนการพิจารณาเนื้อหาในคดียังอยู่ระหว่างการวินิจฉัยขององค์คณะศาลปกครองกลางเพื่อจะแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป