
ประวิตรยันศอฉ.ไม่นิ่งนอนใจบึ้มบ่อย
ประวิตร ยันศอฉ.ไม่นิ่งนอนใจบึ้มต่อเนื่อง เผยสั่งเตรียมแผนรับมือเหตุป่วนตลอด ไม่ห่วงเสื้อแดงเคลื่อนไหว 19 ก.ย. ผบ.ตร.พร้อมรับมือ 19 ก.ย. ยัน "ไร้วินาศกรรม" ที่สาธารณะปลอดภัย ทหาร-ตร. ผนึกเข้ม วอนชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตา แม่ทัพภาคที่ 2 รับ 3 จังหวัด พรก.ฉ
(10ก.ย.) ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงใกล้ครบ 4 ปีการรัฐประหาร 19 กันยายนว่า เราต้องดูแลในเรื่องความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ได้มีการประชุม เตรียมการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญ เพราะถือเป็นความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ทั้งนี้ ตนมองว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรี มุ่งหมายในเรื่องการปรองดอง และมีหลายฝ่ายพยายามขานรับในเรื่องนี้ คิดว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันในเรื่องการดูแลรักษาความสงบ ส่วนกองทัพในขณะนี้เรามีหน้าที่หลักในเรื่องการรักษาความสงบ โดยเฉพาะการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เกิดความปลอดภัย ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เพราะมีกฎหมายอยู่แล้วคงไม่ต้องไปดำเนินการอะไร
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มคนร้ายวางระเบิดบ่อยครั้งในช่วงนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องแก้ไข ทาง ศอฉ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราได้มีการสั่งการอยู่ตลอดเวลา ทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ก็พยายามทำอย่างเต็มความสามารถ เมื่อถามว่า ประชาชนอาจจะเกิดความไม่สบายใจเพราะเกิดเหตุร้ายบ่อยครั้ง พล.อ.ประวิตร ย้อนถามกลับว่า คุณอาจจะไม่สบายใจ แต่ตนคิดว่าสบายใจ เพราะทาง ศอฉ.ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง เพราะเราดูแลเป็นอย่างดี
“ศอฉ.ดูแลและพยายามทำทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่คงไม่ต้องเพิ่มกำลังทหารเข้าไปดูแลในพื้นที่เพิ่ม เพราะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก โดยวางมาตรการการทำงานร่วมกับสารวัตรทหารของ 3 เหล่าทัพ เพื่อทำให้พื้นที่กทม. และพื้นที่อื่นมีความสงบเรียบร้อย หากพื้นที่ใด ศอฉ.ไม่มีอำนาจก็เป็นหน้าที่ตำรวจในการใช้กฎหมายธรรมดา ส่วนด้านการข่าวขณะนี้ฝ่ายความมั่นคง ศอฉ. และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามถึงการพบวัตถุระเบิดที่มีข้อความว่า ทบ.อาร์ทีเอ ที่ จ.อยุธยา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องระเบียบการเก็บวัตถุระเบิดและอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทัพมีความชัดเจนในเรื่องนี้ มีวิธีการเก็บรักษา ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง สื่อถามเหมือนประเทศเราไม่มีกฎหมาย ไม่มีระเบียบ
ผบ.ตร.พร้อมรับมือ19ก.ย.ยัน"ไร้วินาศกรรม"
เมื่อเวลา 13.30 น. นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าพบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแผนรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 19 กันยายน ทั้งนี้ใช้เวลาในการหารือดังกล่าวเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง จากนั้นพล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล คงเป็นลักษณะของการแสดงในเชิงสัญลักษณ์ และผู้ชุมนุมคงจะสลายตัวไป แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจ และทาง ศอฉ. ก็คงไปเตรียมความพร้อม เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะได้ไปดูแลความสงบเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในเบื้องต้นต้องมีการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างทหารหรือหน่วยอื่น ๆหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า บางแห่งก็ใช้โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่บางจังหวัดก็ไม่ใช้หากไม่มีคนชุมนุมมาร่วมมากนัก
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีมีความกังวลในเรื่องข่าววินาศกรรม เรื่องนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ข่าววินาศกรรมไม่มี ในพื้นที่ที่ยังไม่มีนัยสำคัญอย่างนั้น
“ในช่วงนี้ประชาชนควรจะเป็นหูเป็นตาช่วยกัน และทางศูนย์ 191 ของเรา จะทำหน้าที่เต็มที่ ขอให้มั่นใจในพื้นที่สาธารณะว่าจะมีความปลอดภัย โดยเฉพาะในทางกทม.เราได้ให้ทหารเข้ามาช่วยดูแล มีชุดสายตรวจเฉพาะ ” พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
แม่ทัพภาค2เผยนปช.3จังหวัดอีสานยังเคลื่อนไหว
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ในช่วงวันที่ 19 ก.ย ยอมรับว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19 จังหวัด ยังคงมีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รุนแรงมากนัก รวมถึงในพื้นที่ที่ยังคงประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้เป็นเพียงแค่การรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมหรือทำพิธีไว้อาลัยให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตไปกับเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา และรวมกลุ่มเสวนากลุ่มย่อยบ้าง แต่ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าจะเกิดการรวมตัวกันจนนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตามทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ยังคงส่งเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองลงติดตามหาข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. รวมถึงกลุ่มการเคลื่อนไหวต่างๆในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าจะมีการรวมกลุ่มกันในลักษณะกลุ่มใหญ่เพื่อเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด
นอกจากนี้ชุดวิทยากรโครงการสู้วิกฤติด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เองก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการชี้แจงและเสริมสร้างความสามัคคีให้แก่ประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าการลงพื้นที่ของวิทยากรชุดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่มีความเข้าใจและเลือกที่จะหยุดการเคลื่อนไหวเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติ แต่ยอมรับว่าความขัดแย้งในสังคมไม่สามารถที่จะแก้ไขกันได้ในเวลา 1 - 2 เดือน และต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกันอีกพอสมควร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว
เอ็ม79ยิงถล่มกองรักษาการณ์กรมรบพิเศษที่5
เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 9 ก.ย. ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงเข้าไปในกรมรบพิเศษที่ 5 ค่ายขุนเณร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยคนร้าย ได้ยิงเอ็ม 79 จำนวน 5 ลูก ไปตกบริเวณสนามหญ้าหน้ากองรักษาการณ์ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน หนึ่งคอยตรวจสอบบุคคลเข้าออกค่ายด้านถนนเชียงใหม่ - แม่ริม ซึ่งกระสุนเอ็ม 79 ได้ระเบิดขึ้น 2 ลูก ส่วนที่เหลือไม่ทำงาน ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด
แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ยืนยันข้อมูลว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยคาดว่าคนร้ายจะทำงานกันหลายคน เพราะมีการยิงปืนเอ็ม 79 เข้ามาพร้อม ๆ กันถึง 5 ลูก ขณะที่เครื่องยิงเอ็ม 79 สามารถยิงได้ครั้งละ 1 ลูก และต้องใช้เวลาในการบรรจุกระสุน ส่วนจุดที่คาดว่าคนร้ายจะซุ่มยิงจาก วิถีกระสุนคาดว่าจะอยู่บริเวณหัวถนนทางเข้าศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาคเหนือ ห่างจากกองรักษาการณ์ประมาณ 50 เมตร
อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ได้มีคนร้ายยิงเอ็ม 79 เข้ามาบริเวณกอง รักษาการณ์ครั้งหนึ่งแล้ว โดยครั้งนั้นคนร้ายยิงเข้ามาจำนวน 2 ลูก แต่ระเบิดเพียง 1 ลูก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองครั้งไม่มีการแจ้งให้ตำรวจ สภ.แม่ริม เข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด โดย พ.ต.อ.สมโภช สนกนก ผกก.สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ระบุว่าทางตำรวจไม่ได้รับแจ้งจาก หน่วยทหารดังกล่าว จึงไม่สามารถยืนยันรายละเอียดในเรื่องนี้ได้
พ.อ.สายันต์ เมืองศรี ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 5 ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นายทหารประจำสำนักงานผู้บังคับบัญชา ได้ชี้แจงว่าข่าวที่ออกไปน่าจะเป็นการเข้าใจผิด พร้อมระบุว่าขณะนี้อยู่ในห้วงการฝึกของหน่วย เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นน่าจะทำให้ผู้ที่ได้ยินเข้าใจผิด
ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยืนยันว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง แต่ทางหน่วยไม่ต้องการให้เป็นข่าว เพราะเกรงจะมีผลกระทบต่อหน่วยงานซึ่งเป็นถึงหน่วยรบพิเศษและคงไม่ต้องการให้เป็นข่าวท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศที่เป็นอยู่ในขณะนี้
เสื้อแดงปัดไม่เกี่ยวยิงเอ็ม79รบพิเศษที่5
ขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงใน จ.เชียงใหม่ ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนใครเป็นผู้ลงมือนั้นคงไม่ใช่คนเสื้อแดงแน่นอน เพราะคนเสื้อแดงมีแนวทางต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาในรูปของการเปิดเวทีพบปะมวลชนเพื่อให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องดูว่าใครได้ประโยชน์เสียประโยชน์ เพราะไม่แน่ว่ารัฐบาลอาจต้องการหาเหตุผลในการเข้ามาควบคุมพื้นที่ด้วยการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน อีกครั้งก็เป็นได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เริ่มมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นลำดับ ทั้ง การเปิดเวทีปราศัยพบปะมวลชนบริเวณลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพและแห่โลงศพการ์ดกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หลังถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงเสียชีวิต ส่วนเหตุรุนแรงยังไม่เกิดขึ้นชัดเจน กระทั่งมีเหตุระเบิดในกรมรบพิเศษที่ 5 ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงระบุว่าความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเงียบกว่าปกติ หลังแกนนำคนสำคัญ โดยเฉพาะนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล และ นางสาวกัญญาภัค มณีจักร สองแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หลบหนีไปอยู่ในประเทศกัมพูชา
“จาตุรนต์" เชื่อวางบึ้มกทม.แค่ข้ออ้างคงฉุกเฉิน
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม. ว่า ตนไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าเป็นการข้ออ้างของรัฐบาลในการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อใช้เป็นเหตุผลว่าไม่ควรมีการเลือกตั้ง และเป็นอุปสรรคในการปรองดอง อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตว่าตลอดเวลารัฐบาลไม่เคยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์มาหาตัวผู้กระทำผิดได้สักที



