ข่าว

ยอมหั่นค่าต๋งโอนข้ามแบงก์12บาทอัตราเดียว

ยอมหั่นค่าต๋งโอนข้ามแบงก์12บาทอัตราเดียว

10 ก.ย. 2553

แบงก์ยอมลดค่าฟีโอนเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์รายย่อยข้ามแบงก์ เหลือ 12 บาทอัตราเดียว ส่วนค่าฟีโอนเงินข้ามเขตต่างสาขาต้องรอก่อน ธปท. เตรียมทำหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียม (ฟี) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบว่า การหารือได้ข้อสรุปในเรื่องการคิดค่าธรรมเนียมการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์รายย่อยระหว่างธนาคาร (NITMX Bulk Payment) จากเดิมที่คิดใน 3 อัตรา เหลือเพียงอัตราเดียว คือ 12 บาทในทุกธุรกรรม โดยการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

 ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์รายย่อยระหว่างธนาคารนั้น ปัจจุบันคิดตามวงเงิน 3 อัตรา คือ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท คิดในอัตรา 12 บาท วงเงินตั้งแต่ 100,001-500,000 บาท คิดอัตรา 40 บาท และวงเงินตั้งแต่ 500,001-2,000,000 บาท คิดในอัตรา 100 บาท

 “ถือเป็นเรื่องดีที่เราได้ข้อสรุปในเรื่องของการคิดค่าฟีในส่วนนี้ แม้เรื่องนี้อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อประชาชนทั่วไปมากนัก แต่ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อยก็น่าจะได้ประโยชน์ และยังช่วยลดปริมาณการใช้เช็คในระบบลงได้ด้วย ซึ่งแต่เดิมธนาคารพาณิชย์จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมในส่วนนี้รวมกันประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี” นายฉิมกล่าว

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขตและต่างสาขาธนาคารนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะกระทบต่อรายได้ของธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างมาก โดยมีการประเมินกันไว้ถึงปีละ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้น จึงต้องให้เวลาธนาคารพาณิชย์ได้แสดงความเห็นบ้าง

 นายฉิม กล่าวว่า ในช่วง 1-2 วันจากนี้ ธปท.จะจัดทำหนังสือเพื่อขอรับฟังความเห็นอย่างเป็นทางการจากธนาคารพาณิชย์ โดยจะขอให้ธนาคารพาณิชย์ตอบหนังสือกลับมาภายใน 10 วัน หรือไม่เกินวันที่ 20 กันยายน เพื่อที่ ธปท.จะได้นำความเห็นเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา และหากเป็นไปได้อาจมีการเรียกประชุมเพื่อสรุปอีกครั้งในช่วงสิ้นเดือนกันยายน โดย ธปท.ตั้งใจว่าจะเริ่มใช้ค่าธรรมเนียมใหม่นี้ ภายในไตรมาส 2 ของปีหน้า

 “ถ้าถามความเห็นของเรา ทางเราเองก็อยากให้ยกเลิกในส่วนนี้ไปเลย ซึ่งในตอนแรกก็คงต้องใช้วิธีขอความร่วมมือก่อน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป และอาจส่งผลดีต่อตัวแบงก์เองด้วย เพราะจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่า ตั้งแต่แบงก์เริ่มปรับค่าธรรมเนียมบริการต่างๆ เพิ่มในปี 2547 ปริมาณธุรกรรมการโอนเงินต่างๆ ก็เริ่มสะดุด ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด” นายฉิมกล่าว

 รายงานแจ้งว่า ในการประชุมร่วมกันระหว่าง ธปท.กับผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์นั้น มีผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก เช่น นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และนายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย

 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กล่าวว่า หาก ธปท.ต้องการให้ยกเลิกการคิดค่าธรรมเนียมในส่วนของการโอนเงินข้ามเขตจริง ก็เชื่อว่าจะกระทบต่อรายได้ของธนาคารพาณิชย์ ส่วนจะกระทบมากน้อยเพียงใดยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอรับฟังความเห็นของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งด้วย โดยจะมีการตอบแบบสอบถามของ ธปท.กลับไปภายในวันที่ 20 กันยายนนี้

 ส่วนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์รายย่อยระหว่างธนาคารในอัตราเดียวที่ 12 บาทนั้น ถือเป็นเรื่องดีต่อสังคมโดยรวม และในส่วนของธนาคารพาณิชย์เองก็มีการพิจารณาเรื่องนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว มีความเห็นว่า การเรียกเก็บในอัตราดังกล่าวจะส่งผลดีต่อสังคมโดยภาพรวม

 ด้าน นายธวัชชัย ยงกิตติกุล กล่าวว่า กรณีการแสดงความเห็นของ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการในอัตราค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ประเทศอื่นนั้น อยากชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกัน เพราะถ้าดูค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศแล้ว สัดส่วนรายได้ระหว่างค่าธรรมเนียมกับ รายได้จากดอกเบี้ยอยู่ในอัตราใกล้เคียงกัน คือ ครึ่งต่อครึ่งของรายได้ทั้งหมด