ข่าว

กรณ์กับค่าต๋งแบงก์

กรณ์กับค่าต๋งแบงก์

10 ก.ย. 2553

ไม่ปกติที่รัฐมนตรีคลังออกมาวิจารณ์การเก็บค่าต๋งของธนาคารพาณิชย์ผ่านเฟซบุ๊ก และพูดตรงไปตรงมา ว่าการเก็บค่าธรรมเนียมนั้นสูงเกินไป วันนี้จะมีการพบปะกันระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ประเด็นนี้

 สิ่งที่คุณกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เขียนในเฟซบุ๊กนั้น เป็นการแสดงถึงการปกป้องของผู้บริโภค ซึ่งก็แปลว่ารัฐบาลมีความสนใจต่อการทำหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์อัตราที่คิดค่าบริการต่อประชาชน ขณะเดียวกันทางธนาคารพาณิชย์บอก ว่าควรจะปล่อยตามกลไกตลาด

 ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยบอก ว่าค่าธรรมเนียมครึ่งปีแรกของธนาคารพาณิชย์โต 18.2% รายได้ทั้งระบบ 8,000 ล้าน จากการวิเคราะห์ของคุณกรณ์นั้น คุณกรณ์บอก ว่าเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น สูงกว่าที่ควรจะเป็นนั้นคือเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะเป็นธนาคารกลาง และธนาคารพาณิชย์ซึ่งจะต้องทำธุรกิจที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยที่จะตกลงกัน ว่าอัตราที่ควรจะเป็นนั้นเป็นเช่นไร

 ถ้าจำได้มีประเด็นถกเถียง ว่าธนาคารพาณิชย์มีช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้นั้นสูงเกินไป แปลว่าเก็บดอกเบี้ยเงินกู้สูงขณะที่เสนอดอกเบี้นเงินฝากต่ำ ส่วนต่างนั้น คือกำไรที่ธนาคารพาณิชย์ทำ สูงไปหรือไม่ อัตราอยู่ที่เท่าไหร่จึงจะพอเหมาะพอสมเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์

 ฉะนั้นตอนนี้ก็มีสองประเด็น ก็คือ ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ย กับส่วนต่างระหว่างรายได้จากค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็นค่าเอทีเอ็ม การฝากเงิน ถอนเงิน การโอนเงินทั้งหลายทั้งปวง ว่าอัตราที่เหมาะสมที่ไม่เรียกว่าค้ากำไรเกินควรนั้นอยู่ที่ไหน อย่างไร

 เพราะว่าท้ายที่สุดธนาคารพาณิชย์ก็ต้องสำนึกว่า สังคมจะต้องมองว่าการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์นั้น มีหลักการมีจริยธรรมและมีความเหมาะสมอยู่ที่ระดับที่สังคมพึงจะได้รับได้ ธนาคารกลางต้องทำหน้าที่กำกับดูแล การที่รัฐมนตรีคลังแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ ทำทั้งในฐานะเป็นรัฐมนตรีของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบดูแลความถูกต้องเป็นธรรม และในฐานะผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินเก่าด้วย ฉะนั้นรู้ทั้งวิธีคิดของผู้บริหารสถาบันการเงิน และรู้ทั้งความรู้สึกของผู้บริโภค

 วันนี้ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนให้ถูกต้องชอบธรรม และยุติธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

สุทธิชัย หยุ่น