ข่าว

 ปมล้างมลทิน"สมคิด บุญถนอม"

ปมล้างมลทิน"สมคิด บุญถนอม"

10 ก.ย. 2553

มหากาพย์ต่อเนื่องจากเพชรซาอุฯ ยังสร้างความสั่นสะเทือนต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย หลังจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) มีมติแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม จาก ผบช.ภ.5 ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 ทางการซาอุฯ มองว่า พล.ต.ท.สมคิด ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุฯ นาม "โมฮัมหมัด อัลรูไวลี่" กลับได้รับพิจารณาแต่งตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปคดี

 แต่เรื่องดังกล่าวก็ถูกแจงออกมาในทันทีโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและประธาน ก.ตร., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. (ในขณะทำบัญชีโยกย้าย) หรือแม้แต่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ก็ออกมายืนยันว่าการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด เป็นไปตามขั้นตอนกฎระเบียบของ ก.ตร. ที่วางไว้ และจะไม่มีผลกระทบต่อรูปคดีอย่างแน่นอน รวมถึงถูกดำเนินคดีก็เหตุจากการปฏิบัติหน้าที่

 ว่าไปแล้วการขยับขึ้นของ พล.ต.ท.สมคิดนั้น มาจากกฎ ก.ตร. ที่เพิ่มสัดส่วนอาวุโสจาก 25 เป็น 33 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเจ้าตัวมีอาวุโสในผู้บัญชาการอยู่อันดับต้นๆ จากตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่ว่างถึง 11 เก้าอี้ คำนวณจากสัดส่วนแล้ว พล.ต.ท.สมคิด จึงต้องเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งปีนี้นับเป็นปีแรกที่มีการนำบัญชีอาวุโสมาใช้อย่างชัดเจน

 แน่นอนในเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุฯ ซึ่งกำลังได้รับการเยียวยาจากทั้งสองฝ่าย ก็ปะทุขึ้นอีกรอบ ถึงแม้นายนาบิน ฮัสเซอรี่ อุปทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย ออกตัวว่าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายการบริหารภายในของไทยก็ตาม

 แต่ภารกิจของ "นาบิน" ที่จบการศึกษาด้านการทูตจากสหรัฐอเมริกาคนนี้ ดูเหมือนถูกส่งมาพำนักในไทยด้วยการนี้โดยเฉพาะ

 ขณะที่รัฐบาลซาอุฯ เองหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิด พร้อมลูกน้อง 5 คน ในข้อหาที่กล่าวมาแล้วนั้น และกระบวนการพิจารณาชั้นศาลกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นานนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดีขึ้นตามลำดับ พูดกันถึงขนาดจะมีการส่งแรงงานไทยไปทำงานในซาอุฯ กันเลยทีเดียว

 แต่เมื่อการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พล.ต.ท.-พล.ต.อ. ที่ผ่านมา มีรายชื่อของ พล.ต.ท.สมคิด ทำให้สถานทูตซาอุฯ ต้องออกแถลงการณ์สอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งต่อเนื่องจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา

 ประเด็นหนึ่งในเนื้อหาของแถลงการณ์ที่ทางการซาอุฯ ยังคงติดใจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ.2547 คือ
มาตรา 95 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ระบุว่า ข้าราชการตำรวจผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือถูกฟ้องคดีอาญาจะต้องถูกสั่งพักราชการจนกว่าการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์

 "ด้วยเหตุนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทราบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติว่า พล.ต.ท.สมคิดไม่มีความผิดและได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งการที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. โดยมีนายสุเทพเป็นประธาน ได้มีมติเลื่อนตำแหน่งให้ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญา หรือคดีที่มีความผิดร้ายแรง"

 สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียรู้สึกแปลกใจต่อความขัดแย้งระหว่างความหมายที่ระบุอย่างชัดเจนของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ตามมาตรา 95 กับการปฏิบัติของทางคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีเจตนาที่จะไม่เอาผิดวินัยต่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีฆาตกรรมนายโมฮัมหมัด 

 "ทางสถานทูตรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งว่านายตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียได้ตระหนักถึงรูปคดีอาจส่งผลกระทบการพิจารณาคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา และเช่นเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตคาดหวังอยู่ว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งและฐานะของบุคคลรวมถึงความสัมพันธ์ อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย"

 นี่คือปมที่ทางสถานทูตให้ความสนใจต่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีอุ้มฆ่าพลเมืองของประเทศและมีสถานะเป็นญาติของกษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุฯ อีกด้วย

 ประเด็นนี้เคยถูกชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำบัญชีโยกย้ายมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังมีความไม่เข้าใจกันอยู่

 หากย้อนหลังไปเมื่อปี 2550 รัฐบาลไทยได้ออกพระราชบัญญัติล้างมลทิน ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา

 หลังจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ประกาศใช้ มีผลให้ข้าราชการที่กระทำความผิด ถูกล้างมลทินไปด้วย พล.ต.ท.สมคิดก็อยู่ในข่ายนี้เช่นกัน หลังจากการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยที่ผ่านมา

 "การล้างมลทินเป็นเรื่องนโยบายของรัฐ ที่จะทำก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษที่สมควร นานๆ จึงจะมีสักครั้ง และเมื่อจะล้างมลทินก็ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ" นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เคยเขียนอธิบายเรื่องนี้ไว้

 ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.สมคิดก็มองว่าตัวเขากำลังถูกลากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจทำให้ทางการซาอุฯ เกิดความเข้าใจผิด

 "เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ผมคงตอบโต้กับใครไม่ได้เพราะจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาเรื่องของผมไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง เชื่อว่าสุดท้ายทางซาอุฯ ก็คงเข้าใจ" พล.ต.ท.สมคิดกล่าวกับ "คม ชัด ลึก" หลังจากสถานทูตซาอุฯ ได้ทำหนังสือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ

 พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ จึงเป็นคำตอบว่าเหตุใดสำนักงานตำรวจแห่งชาติและนายสุเทพจึงออกมาชี้แจง จนดูคล้ายกับว่าปกป้อง พล.ต.ท.สมคิด มากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ!!