
สหรัฐด้อยศักยภาพแข่งขันระดับโลกนักธุรกิจไม่เชื่อมั่นรัฐบาล
เจนีวา-การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (ดับเบิลยูอีเอฟ) จัดอันดับประเทศสุดแกร่งด้านศักยภาพแข่งขัน สวิตเซอร์แลนด์คว้าอันดับหนึ่ง เพราะมีความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง และความโปร่งใสของรัฐบาล ส่วนสหรัฐร่วงสู่อันดับ 4 เพราะเศรษฐกิจถดถอยต่อเ
ดับเบิลยูอีเอฟเปิดเผยถึงรายงานการจัดอันดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศทั่วโลกประจำปี 2553 พบว่าสวิตเซอร์แลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการแข่งขันสูงที่สุดในโลกของปีนี้ และครองตำแหน่งดังกล่าวเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยสวีเดนอยู่ที่อันดับ 2
ส่วนสหรัฐอเมริกาที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 4 ลดลง 2 อันดับจากปี 2552 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอ แม้ว่าจะเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 โดยรัฐบาลสหรัฐกำลังเร่งผลักดันเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจผ่านนโยบายงบประมาณขาดดุล การพัฒนาตลาดการเงิน และการสร้างความเชื่อถือของรัฐบาลในสายตากลุ่มธุรกิจ
นางเจนนิเฟอร์ บลังเก้ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ แห่งศูนย์ศักยภาพการแข่งขัน และประสิทธิภาพ แห่งดับเบิลยูอีเอฟเปิด กล่าวว่าการขาดความมั่นคงทางเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐ นอกจากนั้นนักธุรกิจอเมริกันยังมีความมั่นใจในตัวนักการเมืองและศักยภาพของรัฐบาลในการรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาวกับภาคเอกชนลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความอ่อนแอให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐ
ขณะที่จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้รับการจัดอยู่อันดับที่ 27 ขยับขึ้น 2 อันดับจากปีที่แล้ว ส่วนญี่ปุ่น ประเทศที่มีขนาดเศราฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของโลกได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 6 ในการจัดอันดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศทั่วโลกประจำปีนี้
ดับเบิลยูอีเอฟจัดให้ไทยอยู่ในอันดับ 43 ลดลงจากปีก่อน 2 อันดับ ส่วนมาเลเซียถูกจัดอยู่ในอันดับ 31 ลดลงจากปีก่อน 2 อันดับเช่นเดียวกัน ขณะที่สิงคโปร์ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงสุดของโลกต่อเนื่องจากปี 2552 เนื่องจากรัฐบาลสิงคโปร์สามารถจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และบริหารจัดการตลาดแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นรัฐบาล ตลาดการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการการศึกษาของสิงคโปร์ยังมีประสิทธิภาพในระดับสูง
ทั้งนี้ดับเบิลยูอีเอฟพิจารณาในการจัดอันดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศจากประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารประเทศ ความมั่นคงด้านการเมือง ความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาลและภาคราชการ ความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของผู้บริหารธุรกิจชั้นนำในประเทศ การสาธารณสุขและการศึกษา ขนาดของตลาดในประเทศ และบรรยากาศเศรษฐกิจระดับมหภาค



