
ฉุน"กิ๊กม.6"รู้มีเมีย2ฆ่าฝังร่างเปลือยหมกป่า
จากพฤติกรรมอดีตนักกรีฑาทีมชาติ ที่ชอบดูหนังแนวสืบสวน จึงล่วงรู้ถึงวิธีทำลายหลักฐาน หลังก่อเหตุฆาตกรรมแฟนสาวจึงอำพรางศพหมกป่าสน บวกกับความโชคดีที่พนักงานอัยการทำสำนวนสั่งฟ้องไม่ทันจำเป็นต้องปล่อยตัว แต่เมื่อชุดสืบสวนตัดสินใจเชิญตัวมาสอบสวนอีกครั้ง ฆาตกรจึ
เช้าวันที่ 15 มีนาคม รุ่งนภา ไชยวงศา อายุ 17 ปี นักเรียนสาวชั้น ม.6 โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จ.ลำพูน เดินทางไปโรงเรียนเฉกเช่นทุกวัน โดยไม่รู้ตัวว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต จวบจนเวลาพักเที่ยงเธอหยิบโทรศัพท์มือถือกดไปหาแฟนหนุ่มที่คบหากันมานานเกือบ 2 ปี นัดแนะเจอกันที่หน้าโรงเรียนตอนเย็น พอโรงเรียนเลิกแฟนหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์มารับตามสัญญา แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นหน้าเธออีกเลย
ร้อนใจถึง สมาน ไชยวงศา อายุ 41 ปี พ่อของเธอ จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำพูน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยปักใจเชื่อว่า เพื่อนชายของลูก คือ ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัย ปู่ทอง อายุ 30 ปี อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย น่าจะมีส่วนรู้เห็นในการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของลูกสาว และสอดคล้องกับการสอบปากคำเพื่อนนักเรียนร่วมชั้น ที่เห็นว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัยมาดักรออยู่ที่หน้าโรงเรียนและเห็น น.ส.รุ่งนภาขึ้นรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายออกไป
แม้พยานเพียง 2-3 ปากที่เห็นเหตุการณ์ อีกทั้งพฤติการณ์ของผู้ต้องสงสัยมีความเชื่อมโยงกัน ชุดสืบสวนจึงมั่นใจว่า ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัยน่าจะมีส่วนรู้เห็นในคดีนี้ จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกตัว ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัย มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ
ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัย อดีตเคยเป็นนักกรีฑาทีมชาติ ประเภทวิ่งมาราธอน ลงแข่งกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ จ.เชียงใหม่ อดีตนักกีฬารักบี้เยาวชนทีมชาติ และนักมวยปล้ำทีมชาติ แต่ขณะนั้นทำงานเป็นผู้ช่วยแพทย์ ที่โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ ให้การปฏิเสธว่า ไม่พบเจอกับ น.ส.รุ่งนภา มาตั้งนานแล้ว และไม่มีส่วนร่วมในการหายไปของเธอแต่อย่างใด จึงขอประกันตัวเพื่อสู้คดี
ทว่า ทีมสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.ลำพูน พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ์ รองผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน พร้อมชุดสืบสวน ยังไม่ละความพยายาม ออกตระเวนรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง จนพบเบาะแสใหม่ว่า ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัยเคยมีภรรยาชื่อ ยุพา และได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน
จนทำให้ว่าที่ ร.ต.เฉลิมชัย ยอมรับสารภาพว่า เริ่มคบหากับรุ่งนภา มา 2 ปี โดยผู้ตายไม่ทราบว่ามีภรรยาอยู่แล้ว 2 คน จนวันเกิดเหตุได้ไปรับเธอที่หน้าโรงเรียน แล้วพาไปหอพักบริเวณถนนสามล้าน ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่าภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาพบเข้าจึงความแตก และมีปากเสียงกันขึ้น จึงตัดปัญหาด้วยการพารุ่งนภาขี่รถจักรยานยนต์ออกจากห้องพักไป โดยตั้งใจไปส่งที่บ้าน แต่เธอไม่ยอมกลับบ้าน จึงพาไปที่บ้านของภรรยาอีกคน ที่อยู่ใน อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ แต่ภรรยาและลูกอีก 2 คน อยู่ที่บ้าน จึงต้องพาไปนอนค้างในกระท่อมกลางป่าสน
"หลังจากนอนค้างในกระท่อมถึงเวลาประมาณตีสี่วันที่ 16 มีนาคม เกิดมีปากเสียงอย่างรุนแรง เนื่องจากฝ่ายหญิงเกิดอาการหึงหวง ผมจึงเดินออกจากกระท่อมไป แต่รุ่งนภาวิ่งมาฉุดเอาไว้ ด้วยความโมโหจึงคว้าท่อนไม้ตีที่ศีรษะจนแน่นิ่ง จากนั้นอุ้มร่างไร้สติไปนอนกอดไว้ จนรุ่งเช้าจึงรู้ว่าเสียชีวิต จึงตัดสินใจถอดชุดนักเรียนของเธอออกทุกชิ้น แล้วอุ้มร่างเปลือยเปล่าออกจากกระท่อมไปฝังไว้ริมห้วยห่างจากกระท่อมราว 4 กิโลเมตร เพื่อหนีความผิด ก่อนย้อนกลับมาเผาเสื้อผ้าของเธอ และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป"
"ตลอดเวลาที่อยู่ในคุก ผมอยู่อย่างทรมาน กินไม่ได้นอนไม่หลับจากสิ่งที่ทำไว้ ภาพของเธอตามมาหลอกหลอนผมอยู่ตลอดเวลา หลังออกคุกและถูกสอบสวนอย่างหนักจึงตัดสินใจรับสารภาพ ก่อนพาตำรวจไปขุดเอาศพที่ฝังไว้ และพาไปดูกระท่อมจุดลงมือฆ่า" อดีตนักกีฬาทีมชาติสารภาพหมดเปลือก ยอมรับความผิดที่ก่อไว้
เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์



