
ผู้การฯยันประสานจีนขอข้อมูลแก๊งกดเงินไต้หวัน
ผู้การฯท่องเที่ยว ระบุ เตรียมประสานประเทศจีน เพื่อขอข้อมูลแก๊งกดเงินไต้หวัน
(28มี.ค.) พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผกก.ทท.กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังเจ้าหน้าชุดสืบสวนสามารถจับกุมคนร้ายชาวไต้หวันได้จำนวน 3 คนระหว่างตระเวนใช้บัตรเอทีเอ็มธนาคารไชน่ายูเนี่ยนเปย์ จำกัด ประเทศไต้หวัน นำไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มย่านตะวันนา ทาวน์อินทาวน์และรัชดาภิเษก เมื่อได้เงินสดก็จะส่งต่อให้ผู้ร่วมขบวนการที่มารับไป โดยรหัสที่ใช้กดนั้นนายทุนไต้หวันจะเป็นคนโทรมาบอกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังมีการขยายผลต่อไปว่าคนร้ายชาวไต้หวันมีใครร่วมขบวนการอีกหรือไม่เพราะเชื่อว่าคนร้ายแก๊งนี้น่าจะเป็นขบวนการใหญ่และน่าเชื่อว่าจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารไชน่ายูเนี่ยนเปย์ฯมีส่วนรู้เห็นจนสามารถเข้าไปเปลี่ยนรหัสพลาสเวิร์ดเอทีเอ็มของลูกค้าได้หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการถูกแฮกข้อมูลเข้าถึงการควบคุมบัตรเอทีเอ็มของลูกค้าจนสามารถทำให้กดเงินได้
"เรื่องนี้ทางเราจะประสานข้อมูลกับประเทศจีนและธนาคารที่ได้รับความเสียหายจากที่คนร้ายแก๊งนี้นำบัตรเอทีเอ็มของลูกค้าในธนาคารที่อยู่ในประเทศจีนเข้ามากดจากตู้เอทีเอ็มธนาคารต่างๆในเมืองไทยจนสร้างความเสียหายจำนวนนับ 10ล้านบาทโดยไม่มีคนไทยได้รับความเสียหาย ส่วนการกระทำของคนร้ายนั้นการเข้าไปกดเงินแต่ละครั้งนั้นก็จะมีการถูกควบคุมจากคนในธนาคารหรืออาจจะมีการถูกแฮกข้อมูลบัตรซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนมากเพราะบัตรเอทีเอ็มจำนวนกว่า200 ใบนั้นจะมีพลาสเวิร์ดเป็นรหัสเดียวกันหมด" พล.ต.ต.อดิศร์ กล่าว
ผบก. ทท. กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุผลที่คนร้ายเลือกเดินทางมากดเงินในเมืองไทยนั้นน่าเชื่อว่าเป็นเพราะเมืองไทยมีตู้เอทีเอ็มจำนวนมากอีกทั้งธนาคารที่ตกเป็นเหยื่อก็สามารถใช้บัตรเอทีเอ็มได้กับทุกธนาคารในประเทศไทยและบัตรเอทีเอ็มของธนาคารดังกล่าวก็สามารถที่จะนำไปซื้อของได้ตามห้างสรรพสินค้าดังๆหลายแห่งในประเทศไทยได้ด้วย อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเมืองไทยธนาคารต่างๆก็ควรที่จะระวังไว้เพราะว่ามีการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรูปแบบต่างๆก็เปลี่ยนไปด้วยคนร้ายมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีขึ้นไปเรื่อยๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแฮกข้อมูลของลูกค้าในธนาคารโดยที่ลูกค้าไม่รู้ตัวว่าถูกกดเงินไปแล้ว



