ข่าว

เอกชนบี้งัดแผนรับมือเงินบาทแข็งผวากระทบเศรษฐกิจ-นายกฯยันธปท.ดูแลอยู่

เอกชนบี้งัดแผนรับมือเงินบาทแข็งผวากระทบเศรษฐกิจ-นายกฯยันธปท.ดูแลอยู่

10 ก.ย. 2553

เงินบาทแข็งหลุด 31 บาท นายกฯ ชี้เป็นตามคาด ให้ ธปท.ดูแลอยู่ ด้านเอกชนผวาอันตรายต่อเศรษฐกิจรวม จี้ ธปท.สกัดเงินไหลเข้าเก็งกำไร แนะชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมงัดมาตรการภาษีเบรกนักเก็งกำไร ขณะที่ ธปท.หาช่องช่วยผู้ส่งออกรายเล็ก

 ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2553 ปิดตลาดที่ระดับ 30.86-30.91 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาดูแลก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสูงสุดในรอบ 13 ปี ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย ซึ่ง ธปท.ก็ดูแลอยู่ และบอก ธปท.ไปแล้วว่า หากมีความจำเป็นก็สามารถตัดสินใจได้ ส่วนกรณีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น เท่าที่ได้วิเคราะห์ไม่ได้เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องทำให้เงินบาทแข็งค่า

 "ไม่สามารถบอกได้ว่าเงินบาทจะแข็งค่าไปเท่าใด แต่แนวโน้มการแข็งตัวยังมีอยู่บ้าง เนื่องจากเราก็ยังมีการเกินดุลอยู่ แต่ขอไม่ลงรายละเอียดว่าจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไร" นายกฯ กล่าวและว่า การแข็งค่าของเงินบาทอาจจะต้องไปดูว่า ถ้ามีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นการเฉพาะ ก็อาจจะต้องมาดูว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร แต่ว่าคงไม่ใช่ลักษณะของการเหมารวมทั่วไป

 นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท ว่า ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่าประเทศคู่แข่งและคู่ค้า ทำให้มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยน่าเป็นห่วงว่า คำสั่งซื้ออาจชะลอลงในช่วงไตรมาส 4 จึงต้องการให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ว่าที่ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ เข้ามาดูแลไม่ให้มีการเก็งกำไรค่าเงินบาท และควรชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อหยุดการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศที่เข้ามาเก็งกำไร

 สอดคล้องกับ นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เรียกร้องว่า รัฐบาลควรดูแลการแข็งค่าของเงินบาท เพราะหากแข็งค่าเร็วเกินไปขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้มแข็ง เป็นเรื่องที่น่ากังวล และอาจเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจไทย

 ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ธปท.ควรออกมาส่งสัญญาณการดูแลค่าเงินบาทให้ชัดเจนและควรนำมาตรการดูแลการเก็งกำไรค่าเงินบาทมาใช้ โดยใช้มาตรการเก็บภาษีจากส่วนต่างกำไรค่าเงินในอัตรา 5-10% สำหรับเงินที่เข้ามาลงทุนในไทยน้อยกว่า 3-6 เดือน เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรค่าเงินบาท

 นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกรายเล็ก เพื่อลดภาระการทำประกันความเสี่ยง (เฮดจิ้ง) จากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากพบว่าสถาบันการเงินบางแห่งมีการเรียกหลักประกันในกรณีที่ผู้ประกอบการรายเล็กต้องการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน