
เรือนชานบ้านเมือง-ลัทธิเจ้าโลก-ลัทธิปืนกลเรือรบ-ลัทธิฝ่ายเดียว(2)
ในภาพรวมดูเหมือนรัฐบาล สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โอบามา กำลังเสีย รังวัด ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ในขณะที่ จีน นับวันมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้น เป็น ดาวรุ่ง พุ่งแรงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองระหว่างประเทศ รวมทั้งการทหารในภูมิภาคเอเช
“สหรัฐ” พยายามที่จะสร้าง “ความสมดุล (ของอำนาจใหม่) ในเอเชีย” ให้เกิดขึ้น เห็นได้จากการซ้อมรบตั้งแต่ทะเลญี่ปุ่นถึงทะเลจีนใต้ จนกลายเป็นยุทธการปิดล้อมรูปตัว “C” ที่ปิดล้อมน่านน้ำของ “จีน” ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็น “ภยันตรายคุกคามทางการทหาร” ที่แอบแฝงในเชิงลึก
ดังจะเห็นได้จากการที่ “ฮิลลารี คลินตัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ไปประชุมกับผู้นำ “เวียดนาม” ก่อนการซ้อมรบ แล้วมีแถลงการณ์ย่อๆ ว่า “สหรัฐ” มีผลประโยชน์ (ที่จำเป็นต้องรักษา) ในทะเลจีนใต้ คำพูดดังกล่าวกลายเป็นชนวนของการ “Fermentation” ก่อให้เกิดเป็นประเด็นของความขัดแย้งในวงการเมืองระหว่างประเทศ และจะเป็นชนวนปะทุทำให้เกิดความวุ่นวายในภูมิภาคนี้ หากพิจารณาให้ดีก็มีเหตุอันน่าเชื่อว่าคำแถลงของ “ฮิลลารี” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ ประการแรก เป็นการยืนยันว่า “สหรัฐ” จะกลับมาให้ความสำคัญกับเอเชียอีกวาระหนึ่ง ประการที่สอง “ฮิลลารี” กำลังบอกกับผู้นำประเทศเอเชียว่า “สหรัฐ” มีความประสงค์ที่จะฟื้นฟูอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียขึ้นอีกครั้ง
หากติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา “จีน” - “สหรัฐ” มีความขัดแย้งกันทางการทูตอย่างรุนแรงมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “สหรัฐ” ได้ทำการซ้อมรบต่อเนื่องอย่างน้อยสองครั้งในบริเวณใกล้เขตแดนของ “จีน” ถือได้ว่าเป็นการอาศัยการซ้อมรบร่วมกับ “เกาหลีใต้” ที่ทะเลญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์ในการธำรงรักษาไว้ ซึ่งเสถียรภาพและพันธมิตรทางทหารระหว่าง “สหรัฐ” - “เกาหลีใต้” รวมทั้งนโยบายชะลอการย้ายฐานทัพของ “สหรัฐ” ออกจาก “ญี่ปุ่น” อีกทั้งยังอาศัยการซ้อมรบร่วมกับ “เวียดนาม” ที่ทะเลจีนใต้ เพื่อปิดล้อมน่านน้ำทางด้านทิศเหนือและใต้ของ “จีน” จะเห็นได้ชัดเจนว่าพฤติกรรมที่ “สหรัฐ” มีต่อ “จีน” นับวันจะแข็งกร้าวและรุนแรงมากขึ้น
นักการทหารของ “จีน” วิเคราะห์ว่า “สหรัฐ” จงใจจะปล่อยเรือรบ “จอร์จ วอชิงตัน” มาทำการท้าทายที่ “ทะเลเหลือง” เป็นการส่อเจตนาว่ายังคงธำรงไว้ ซึ่งนโยบายล่าอาณานิคม “สามลัทธิ” คือ ลัทธิเจ้าโลก, ลัทธิปืนกลเรือรบ และลัทธิฝ่ายเดียว ซึ่งกองทัพ “จีน” ได้ตอบโต้อย่างแข็งกร้าวทันควันว่า กองทัพ “จีน” ไม่พึงประสงค์เป็นศัตรูกับประเทศหนึ่งประเทศใด แต่ถ้าใครไม่เคารพศักดิ์ศรีของ “จีน” และไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ของ “จีน” เมื่อถูกรังแก “จีน” ย่อมไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ การที่เรือรบ “จอร์จ วอชิงตัน” มาเทียบฝั่ง “ท่าเรือดานัง” ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี หลังจากสหรัฐพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในสงครามเวียดนาม
นักการทหารวิเคราะห์ว่า “ท่าเรือดานัง” เป็นหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการควบคุมเกาะน้อยใหญ่ในคาบสมุทรทั้งทิศใต้และตะวันตก การที่เรือรบ “สหรัฐ” มาเยือน “เวียดนาม” เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการทหารนั้น นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนของการเข้าแทรกแซง และเป็นชนวนนำไปสู่ “ปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคทะเลจีนใต้” ในอนาคต
ดังนั้นการที่ “สหรัฐ” กลับมาคบกับ “เวียดนาม” นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในภูมิภาค แต่จะว่ากันไปแล้ว “เวียดนาม” ในยามนี้ก็คล้ายกับ “เบี้ย” ตัวหนึ่งบนหมากกระดานของ “สหรัฐ” และ “ไทย” ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สนิทชิดเชื้อกับ “จีน” ก็ไม่น้อยหน้า ในกรณีคดีพ่อค้าอาวุธข้ามชาติ “นายวิคเตอร์ บูท” ก็ทำให้ “ไทย” กลายเป็น “เบี้ย” อีกตัวบนหมากกระดานของ “สหรัฐ” อีกเช่นกัน ที่กำลังทดสอบกำลังกับ “รัสเซีย”
งานมหกรรม “ชนช้าง” ในเอเชียครั้งนี้มีดีให้ดู ห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาดครับ
ภัทรพล เวทยสุภรณ์



