ข่าว

พิบัติภัย

พิบัติภัย

10 ก.ย. 2553

ตอนที่ผมอยู่นิวซีแลนด์เมื่อหลายปีก่อน คนนิวซีแลนด์มีความกังวลถึงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “The Big One” ซึ่งตามสถิติแล้วจะเกิดขึ้นทุกๆ 50 ปี แต่โชคดีในช่วงนั้นแม้จะอยู่ในช่วง 50 ปีที่ว่าแต่ก็ไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงขึ้น

 แต่ที่ไหวขนาดข้าวของเคลื่อนที่หรือพื้นบ้านสั่นมีอยู่บ่อยๆ หากแต่คนนิวซีแลนด์ได้รับการสอนมาตั้งแต่เด็กถึงการเตรียมตัวและปฏิบัติตนในเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว อาทิให้สวมรองเท้า เพื่อป้องกันการไปเหยียบเศษกระจกที่แตก ให้เตรียมไฟฉายและถ่านไฟฉาย แต่ห้ามใช้เทียนไขและไม้ขีดไฟ เพราะถ้าก๊าซรั่วการจุดไฟอาจทำให้เกิดระเบิดหรือไฟไหม้ได้ ให้เตรียมอาหารกระป๋องและน้ำดื่มปริมาณพอสมควร เพื่อช่วยเหลือตัวเองไปพลางๆ ก่อน ในกรณีที่ความช่วยเหลือจากทางการยังไปไม่ถึง ให้เตรียมวิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อรับฟังข่าวคราวจากภายนอก รวมถึงห้ามไม่ให้นำสารเคมีประเภทที่ดับกลิ่นหรือกำจัดแบคทีเรียใส่ในหม้อน้ำชักโครก เพราะในเวลาที่ขาดน้ำดื่มจริงๆ หม้อชักโครกจะเป็นแหล่งน้ำสะอาดที่เหลืออยู่

 นอกจากนั้นก็เป็นคำแนะนำทั่วๆ ไป เช่น ถ้าเกิดแผ่นดินไหวให้หลบอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ตู้หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่อาจล้มลงมาทับได้ ถ้าไม่รู้จะหลบที่ไหนก็ให้อยู่ใต้กรอบประตูห้องน้ำซึ่งเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดของบ้าน แต่หากอยู่นอกบ้าน ให้อยู่ไกลจากตึกสูงสายไฟฟ้า หรือหน้าต่างกระจก รวมถึงให้เตรียมสถานที่เป็นจุดนัดพบในกรณีที่พลัดหลงกันไว้ด้วย เป็นต้น คำแนะนำเหล่านี้ คนนิวซีแลนด์แทบทุกคนจะจดจำจนปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติ

 เมื่อผมไปชิลีใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิได้ไม่นาน มีโอกาสพบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐคนหนึ่ง และถูกเขาซักราวกับตกเป็นผู้ต้องหา ถึงระบบการเตือนภัยและการป้องกันพิบัติภัยของไทย แม้จะบอกว่าก่อนหน้านั้นคนไทยไม่มีใครรู้จักสึนามิเลยด้วยซ้ำ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง และเถียงว่าเป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเตรียมการรองรับสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้า ต่อให้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ตาม

 สองเรื่องที่เล่ามานี้ ก็เพื่อฝากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้นำไปพิจารณาครับ เพราะถึงแม้เมืองไทยจะยังไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง แต่สภาพการณ์ทางธรรมชาติของโลกในปัจจุบันนี้ ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะไม่เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย เหมือนกับที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น จีน และนิวซีแลนด์ และหากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ก็เชื่อได้ว่าจะต้องมีการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล เพราะอาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ได้วางโครงสร้างเพื่อรับแรงสั่นสะเทือน และคนไทยก็ไม่เคยได้รับการฝึกเตรียมเพื่อรับมือกับแผ่นดินไหว

 อย่าว่าแต่แผ่นดินไหวเลยครับ แม้แต่น้ำท่วมซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราได้มีการให้คำแนะนำแก่ชาวบ้านล่วงหน้าหรือไม่ หรือทำเป็นแต่เรื่องการรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย?

 ช่วงปลายปีงบประมาณอย่างนี้ หากหน่วยงานไหนที่มีงบประมาณเหลือ ผมว่าน่าจะเอามาพิมพ์เอกสารการปฏิบัติตนในเวลาที่เกิดพิบัติภัยต่างๆ ตั้งแต่แผ่นดินไหว สึนามิ จนถึงน้ำท่วม เขื่อนแตก แจกประชาชน จะเกิดกุศลและเป็นประโยชน์กว่าการยกขบวนไป "ดูงาน" ต่างประเทศ หรือซื้อหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ลงโฆษณาตัวเองเป็นไหนๆ