ข่าว

ทนายชี้น้องหม่องชนกลุ่มน้อยไม่ใช่แรงงานต่างด้าว

ทนายชี้น้องหม่องชนกลุ่มน้อยไม่ใช่แรงงานต่างด้าว

09 ก.ย. 2553

คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น สภาทนายความ ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงข้อกฎหมายกรณีเด็กชายหม่อง ทองดี ยืนยันว่าพ่อแม่ของเด็กชายหม่องเป็นชาวปะโอ ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยง ไม่ใ

(9ก.ย.) นายสุรพงษ์   กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ   ผู้ไร้สัญชาติ   แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น   สภาทนายความ ได้แถลงถึงหนังสือของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ   ผู้ไร้สัญชาติ   แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น   สภาทนายความ   ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   เพื่อให้ความเห็นทางกฎหมาย   กรณีเด็กชายหม่อง ทองดี  กำลังจะถูกจำหน่ายรายการในทะเบียนราษฎร

 เด็กชายหม่องถูกสำนักงานทะเบียนเทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร และไม่ให้เดินทาง   รวมทั้งให้เวลา 30  วันที่จะโต้แย้ง   หากไม่โต้แย้งจะจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน   ให้เหลือเพียงทะเบียนผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่งผลถึงสถานะและสิทธิทางกฎหมายของหม่องหลายประการจะถูกตัดตามไปด้วย อาทิ สิทธิรักษาพยาบาลตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า   สิทธิในการเดินทาง   สิทธิและโอกาสที่จะได้สัญชาติไทย ฯ

 คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ สภาทนายความ เห็นว่า บิดาและมารดา ของเด็กชายหม่องเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าปะโอ ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 แต่ตกหล่นจากกการสำรวจและไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้จึงควรได้รับการจัดทำทะเบียนชนกลุ่มน้อยที่ตกหล่นจากการสำรวจตามยุทธศาสตร์การจัดปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มกราคม 2548 รองรับ

 ส่วนเด็กชายหม่องเป็นบุตรชนกลุ่มน้อยที่เกิดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยต้องเร่งรัดออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดสถานะให้ตามกฎหมาย

 นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ เรื่องการระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนว่าไม่กระทบสิทธิแต่อย่างใด รวมทั้งลงนามอนุมัติผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการได้สัญชาติที่ผ่านการตรวจสอบ และเห็นชอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ที่รอการพิจารณาจำนวนมาก

 นายสรุพงษ์   กล่าวว่า   มีความผิดพลาดตั้งแต่การรับขึ้นทะเบียนแรงงานให้บิดามารดาเด็กชายหม่อง   เพราะว่าไม่ใช่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาเพื่อทำงานและกลับประเทศต้นทาง   แต่เป็นชนกลุ่มน้อยที่หนีการสู้รบมาจากพม่า   ดังนั้นควรเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  กรณีเด็กชายหม่องเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจและดำเนินการด้านสถานะให้จริงจังและถูกต้อง   ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาของหม่องเท่านั้น   แต่จะแก้ปัญหาคนอีกจำนวนมากที่ไม่มีสถานะชัดเจนในประเทศไทย

นายกฯสนับสนุนการยกย่องคนดีเพื่อให้สังคมตื่นตัว 

 เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมมนตรี กล่าวตอนหนึ่งกับคณะผู้ได้รับรางวัลคนดีศรีอีสานประจำปี 2553 จำนวน 30 คนจากสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดยโสธรนำเข้าพบที่ห้องรับรอง 2 อาคารรัฐสภา 1 ว่า ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าสังคมของเรานั้น ถ้าดูข่าวก็มีข่าวร้ายมากซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่อย่างหนึ่งว่า สื่อมวลชนจะนำเสนอข่าวสารที่อยู่ในความสนใจในเรื่องแปลกๆ และเรื่องร้ายๆ คนก็จะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

แต่ในขณะเดียวกันก็มีข่าวดีแทรกอยู่บ้างบางครั้งบางคราว แต่สังคมมักจะมองข้ามความสำคัญของการให้กำลังใจคนดี จะเห็นได้จากการต่อว่าต่อขานวิพากษ์วิจารณ์เป็นส่วนใหญ่มักจะตรวจสอบจะมีส่วนกระตุ้นในการแก้สิ่งไม่ดีแก้สิ่งบกพร่อง จนทำให้หลายคนกลัวและมีความรู้สึกว่า การจะทำอะไรโดยการ มุ่งมั่นทำอะไร ซึ่งไม่แน่ใจว่าสังคมจะตอบแทนอย่างไรก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง ดังนั้น รัฐบาลได้สนับสนุนแนวคิดของการยกย่องคนดีที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ และทุกวงการมีคนดีอยู่ แต่เราต้องพยายามส่งเสริมสนับสนุนคนดี เพื่อเป็นตัวกระตุ้นสำคัญในการสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นในทุกวงการในทุกพื้นที่ที่อยากจะทำดีด้วย

 “การรักษาความดีจะเป็นการยืนยันให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในอุดมการณ์ของทุกคน และเป็นแรงบันดาลใจที่ดีให้กับคนที่อยู่ในสังคมต่อไป และบ้านเมืองเรายังมีปัญหาอยู่มาก รัฐบาลมีหน้าที่ในเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหา แต่การทำงานที่จะบรรลุเป้าหมายสำเร็จได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและสังคมโดยรวม ซึ่งผมเชื่อว่า ความมุ่งมั่นและความดีนั้น จะเป็นคำตอบได้ทุกปัญหา ถ้าหากเชื่อมั่นอย่างนี้ พวกเราก็ต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองก้าวพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยดี” นายกฯ กล่าว