
มาร์คสั่งตร.แจงเกณฑ์ตั้งสมคิดโวฟื้นสัมพันธ์ซาอุ
นายกฯสั่งตร.แจงเกณฑ์ตั้ง สมคิด โวรัฐบาลนี้ฟื้นสัมพันธ์ซาอุ กมธ.ต่างประเทศเตรียมแปลรายละเอียดขั้นตอนแต่งตั้งสมคิดให้รัฐบาลซาอุฯก.ตร.รับปาก สมคิดไม่เข้าไปเกี่ยวในคดีอุ้มฆ่าแจงเหตุไม่สั่งพักราชการ เพราะถูกล้างมลทินตามกฎหมายปี 50
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 9 ก.ย. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นเวลาประมาณ 15 นาที
จากนั้นเวลา 14.30 น.นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าพบว่า ได้พูดกัน 2-3 เรื่องที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้า เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ส่วนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มาเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.นั้น ตนเข้าใจว่ามีการชี้แจงกันตามลำดับ ซึ่งทางตำรวจจะทำความชัดเจนในประเด็นกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาทั้งหมด ส่วนงานของกระทรวงการต่างประเทศก็ดำเนินการต่อไป
เมื่อถามว่าจะยับยั้งการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิด ไว้ก่อนหรือไม่ เพราะทางซาอุดิอาระเบียขอให้ไทยทบทวนเรื่องนี้ที่อาจมีผลต่อคดีการหายตัวไปของนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการยับยั้งเรื่องนี้ ส่วนเรื่องของคดีดังกล่าว คงไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามต่อว่าทางซาอุดิอาระเบียอ้างถึง พ.ร.บ.จัดตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย พ.ศ.2547 มาตรา 95 ที่กำหนดไม่ให้เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา หรือวินัยร้ายแรงจนกว่ากระบวนการทางกฎหมายจะเป็นที่ยุติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้จะมีการทำความเข้าใจกันต่อไป เพราะฝ่ายตำรวจได้ดูข้อกฎหมายมาหมดแล้ว
ต่อข้อถามถึงการที่นายนาบิล แอชรี อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบพล.ต.อ.วิเชียร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร รายงานตนถึงเรื่องนี้ว่าการพูดคุยมีบรรยากาศที่ดี โดยเป็นการมาแสดงความยินดีที่พล.ต.อ.วิเชียรได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.
เมื่อถามว่าแถลงการณ์ของอุปทูตซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาไล่เรียงถึงความเสื่อมทรามของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบีย จะเป็นการกดดันไทยหรือไม่ ถ้าไม่ทบทวนเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศอาจกลับสู่จุดนั้นอีกครั้ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราทำความเข้าใจอยู่ตลอด ตนคิดว่าน่าจะยังชี้แจงและทำความเข้าใจกันได้ ซึ่งตนเข้าใจถึงความห่วงใยของเขา อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเขาจะได้รับคำชี้แจงที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดี ทั้งนี้ยังไม่มีการขอตัดความสัมพันธ์ในขณะนี้
เมื่อถามต่อว่าอุปทูตซาอุดิอาระเบียแสดงความจำนงที่จะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ที่จริงแล้ว ตนได้พบอุปทูตซาอุดิอาระเบียเป็นระยะๆ และตนคิดว่าอุปทูตซาอุดิอาระเบียคงยืนยันได้ว่าในยุคที่ตนเข้ามาบริหารประเทศได้ปรับปรุงหลายสิ่งให้ดีขึ้น แต่อาจมีบางประเด็นที่เขายังมีความห่วงใย ซึ่งเราจะทำหน้าที่ชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดี
เมื่อถามว่าฝ่ายซาอุดิอาระเบียทวงคำสัญญาที่นายกรัฐมนตรีเคยรับปากว่าจะเห็นคดีนี้มีความสำคัญสูงสุด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไม่ลืมว่าความคืบหน้าของคดีนี้เกิดจากการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่แสดงให้เห็นว่าเราพยายามอย่างยิ่งในการรับความห่วงใยของเขามา แต่ขณะนี้เป็นการบริหารภายในที่เราคำนึงถึงข้อห่วงใยของเขาอยู่แล้ว
กมธ.ตปท.เตรียมแปลขั้นตอนแต่งตั้งสมคิดให้ซาอุฯ
เมื่อเวลา 13.30 น.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกกมธ.ต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ต่างประเทศว่าในการประชุมได้ถามในข้อติดใจที่รัฐบาลซาอุฯทักท้วงว่าทำไมรัฐบาลไทยไม่สั่งพักราชการพล.ต.ท.สมคิด แต่กลับเลื่อนตำแหน่งให้เป็น ผช.ผบ.ตร.ซึ่งรัฐบาลซาอุฯกังวลว่ามีผลต่อคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุ ซึ่งตัวแทนจากก.ตร. กล่าวว่าในระเบียบของสตช. ระบุให้สั่งพักราชการหรือให้ออกจากตำแหน่งชั่วคราวจนกว่าคดีจะแล้วเสร็จนั้น เป็นในส่วนของการดำเนินการวินัยแต่ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพล.ต.ท.สมคิดนั้นได้จบในประเด็นการดำเนินการทางวินัยไปตั้งแต่ปี 2535 แล้ว และขั้นตอนทางคดีขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นทางวินัย
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2550 ได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 ในมาตรา 5 ระบุให้ ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ถูกลงโทษทางวินัยในกรณีซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 ซึ่งพล.ต.ท.สมคิดเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกล้างมลทินด้วย
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่าสำหรับความกังวลที่ว่าการเลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.สมคิดอาจจะกระทบกับคดีทางตัวแทน ก.ตร.ชี้แจงว่า จะส่งเอกสารที่เป็นรายละเอียดและขั้นตอนการสรรหาบุคคลให้กระทรวงการต่างประเทศแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ก่อนส่งให้กับรัฐบาลซาอุฯ และย้ำให้เกิดความมั่นใจว่าการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิดนั้นจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีที่ศาลกำลังพิจารณา อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวถือว่าได้ข้อสรุปแล้วจะไม่มีการพิจารณาต่อ
“กรรมาธิการได้เสนอให้กระทรวงการต่งางประเทศได้สร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลซาอุฯ ด้วยการบูรณาการทำงานจากหลายหน่วยงาน ใช้นโยบายด้านการต่างประเทศ เช่น สร้างทัศนคติที่ดีต่อคนมุสลิมที่อยู่ในประเทศไทยและในต่างประเทศ พร้อมกับสร้างความมั่นใจให้กับนานาชาติว่ากระบวนการยุติธรรมไทยไม่มีการเมืองเข้าไปแทรกแซง ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายในสังคมต้องให้ความร่วมมือ” น.ส.รัชดากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สอบถามถึงความคืบหน้าของคดีหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการสืบสวนที่ดีเอสไอรับไปสอบสวนและส่งเรื่องให้อัยการสั่งฟ้อง ซึ่งเรื่องคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล อย่างไรก็ตามก็มีหลายเรื่องที่ล่าช้า เช่น การตามหาเพชรที่สูญหาย เป็นต้น
เมื่อถามย้ำว่าตัวแทนกระทรวงต่างประเทศประเมินหรือไม่ว่าประเด็นการลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด โฆษกกมธ. กล่าวว่า ตัวแทนกระทรวงยืนยันว่าไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องร่วมกันและมีความชัดเจน
เมื่อถามต่อว่าการเดินทางไปประกอบพิธีฮัญจ์ของพี่น้องมุสลิมในไทยจะมีปัญหาหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเด็นนี้ นายพีรยศ ราฮิมมูลา รองประธานคนที่ 1 ชี้แจงว่าไม่ต้องกังวลเพราะการเดินทางไปประกอบพิธีฮัญจ์ เป็นไปตามศาสนบัญญัติไม่มีใครห้ามได้



