ข่าว

อภิสิทธิ์โยนธปท.มีอำนาจตัดสินใจหลังเงินบาทแข็ง

อภิสิทธิ์โยนธปท.มีอำนาจตัดสินใจหลังเงินบาทแข็ง

09 ก.ย. 2553

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา 1 ถึงกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในรอบ 13 ปี ว่า ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายอย่างที่เคยเรียนให้ทราบ และทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะดูในรายละเอียดถึงลักษณะของเง

เมื่อถามว่าตอนนี้ยังอยู่ในปัจจัยพื้นฐานหรือว่าเป็นเรื่องของการเก็งกำไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเก็งกำไรมันต้องมีเงื่อนไขของพื้นฐานอยู่ด้วย ผมคิดว่าขณะนี้เราก็ใช้หลายตัวที่วัดอยู่ โดยดูในส่วนของการเคลื่อนไหวของค่าเงินในภูมิภาคเพื่อที่จะอ้างอิงเทียบเคียงกัน เราจะดูในแง่ที่ว่าการซื้อขายเงินเป็นคนในประเทศหรือชาวต่างประเทศ เป็นผู้ส่งออกหรือว่าเป็นใคร แล้วก็จะดูจากรายละเอียดตัวนี้เพื่อที่จะใช้มาตรการที่เหมาะสมซึ่งธปท.เขาดูแลอยู่

 ต่อข้อถามที่ว่าต้องมีมาตรการกำกับเงินทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้บอกกับธปท.ไปแล้วว่าถ้าเขามีความจำเป็นเขาสามารถตัดสินใจได้

 เมื่อถามถึงความเกี่ยวข้องของตัวอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนั้นไม่ได้เป็นปัจจัยเท่าไหร่เท่าที่เราวิเคราะห์กันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนจะแข็งค่ามากกว่านี้จนแตะ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยิ้มและกล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้แต่ว่าแนวโน้มการแข็งตัวยังมีอยู่บ้าง

 เมื่อถามว่าหอการค้าวิเคราะห์ว่าในไตรมาสที่ 4 อาจจะแตะที่ 29.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ นายกฯ กล่าวว่า เนื่องจากว่าเราก็ยังมีการเกินดุลอยู่  เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามีความเป็นไปได้ที่จะไปแตะในระดับนั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนขอไม่ลงรายละเอียดว่าจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไร

 เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรกับผู้ประกอบการ นายกฯ กล่าวว่า ก็จะดูอย่างที่เคยเรียนว่าแทนที่จะมาดูในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนเองซึ่งมีหลายปัจจัย อาจจะต้องไปดูว่าถ้ามีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นการเฉพาะ เช่น ผู้ส่งออกที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ก็จะกระทบแรงที่สุดก็อาจจะต้องมาดูว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร แต่ว่าคงไม่ใช่ลักษณะของการเหมารวมทั่วไป ส่วนการพบผู้ส่งออกนั้นทางคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)ก็จะต้องมีการประชุมอยู่แล้ว