
ดีเอสไอส่งสำนวนอัยการฟ้องอ้อ-อ้ายบึ้มภท.
ดีเอสไอส่งสำนวนอัยการ ฟ้อง อ้อ-อ้าย กับพวกรวม 7 คน 5 ข้อหา ผลิตระเบิดและทำให้ระเบิด - ก่อการร้าย เหตุบึ้มรถเงาะข้างพรรคภูมิใจไทย 22 มิ.ย. ขณะที่อัยการเล็งตรวจสำนวนสั่งคดีเสร็จก่อนครบฝากขังครั้งสุดท้าย "อเนก" คนเข็นรถเงาะ 16 ก.ย.
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 9 ก.ย. คณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดพิเศษ เพื่อส่งมอบสำนวนพยานหลักฐานคดีระเบิดข้างที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จำนวน 3 แฟ้ม 921 แผ่น พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายอเนก สิงขุนทด อายุ 26 ปี ผู้ที่นำรถเข็นขายเงาะ ที่ระเบิดทีเอ็นทีซุกซ่อนอยู่มาจอดที่ข้างทำการพรรคภูมิใจไทย , นายกำพล คำคง อายุ 42 ปี ผู้จ้างวาน , นายเดชพล พุทธจง อายุ 57 ปี แนวร่วม นปช. ผู้กดรีโมตระเบิด , นายกอบชัย หรืออ้าย บุญปลอด อายุ 43 ปี เจ้าของบ้านที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบวัตถุระเบิด , นางวริศรียา หรืออ้อ บุญสม อายุ 43 ปี ,นายสุริยา หรือ อ้วน หรือ หน่อย ภูมิวงศ์ อายุ 40 ปี ผู้ที่ทำตัวจุดชนวนระเบิด ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างการฝากขังชั้นสอบสวน และนายสำราญ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาโดยได้ขออนุมัติหมายจับแล้ว
เป็นผู้ต้องหาคดี ร่วมกันผลิตวัตถุระเบิด , มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินและน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น , พกพาวัตถุระเบิดเข้าไปในเมืองหรือที่สาธารณะ และร่วมกันก่อการร้าย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 กรณีที่รถเข็นขายเงาะของนายอเนก ที่มีระเบิดทีเอ็นทีในถังแก๊สซุกซ่อนอยู่ เกิดระเบิดภายในซอยพหลโยธิน 43 ติดกับที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 มิ.ย.53 ซึ่งแรงระเบิดทำให้ร้านค้าบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ขณะที่นายอเนก ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟคลอก โดยนายอเนก รับสารภาพว่า มี ผู้ว่าจ้างให้นำรถเข็นไปจอดหน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย แต่ฝนตกลงมาก่อนจึงเข็นรถมาหลบฝนหลังที่ทำการพรรค ก่อนเกิดระเบิดขึ้น
ภายหลังอัยการ ได้รับส่งสำนวนแล้ว นัดฟังคำสั่งคดีต่อไป ซึ่งมีรายงานแจ้งว่า นายอเนก ผู้ต้องหาที่ 1 จะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย 84 วันในวันที่ 16 ก.ย.นี้ จึงเป็นไปได้ว่าที่อัยการจะพิจารณาสำนวนเพื่อมีคำสั่งก่อนที่จะครบกำหนดฝากขัง หากมีความเห็นสั่งคดีไม่ทันกำหนดดังกล่าว ก็ต้องปล่อยตัวนายอเนกไปก่อนตามกฎหมาย แล้วเมื่อมีคำสั่งฟ้องจะติดตามตัวนายอเนกมายื่นฟ้องต่อศาลภายหลัง



