
ประชุมวิชาการลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่นเน้นร่วมมือศก.
"กษิต"และรมช.ต่างประเทศญี่ปุ่นเปิดประชุมวิชาการลุ่มน้ำโขง - ญี่ปุ่น เน้นร่วมมือส่งเสริมศก.ยั่งยืน พร้อมหารือทวิภาคีกรณีนักข่าวเสียชีวิตชุมนุม
(9ก.ย.) ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายโอซามุ ฟูจิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมนานาชาติลุ่มน้ำโขง - ญี่ปุ่นกับแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกและแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ ภายใต้หัวข้อ "พัฒนาความเชื่อมโยง นำพาเศรษฐกิจรุ่งเรือง"
การประชุมดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในฐานะผู้ให้ร่วมกันในการพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการของประเทศสมาชิกความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา เข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ประกอบด้วย เส้นทางคมนาคมที่ขาดหายในแนวพื้นที่เศรษฐกิจ ปัญหาการอำนวยความสะดวกข้ามพรมแดนในแนวพื้นที่เศรษฐกิจ โอกาสและบทเรียน และหนทางสู่อนาคตความเชื่อมโยงทั้งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง อย่างไรก็ตามผลการประชุมครั้งนี้จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในเดือนตุลาคม 2553
สำหรับแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตกนั้น เป็นการเชื่อมโยงทะเลจีนใต้ (มหาสมุทรแปซิฟิค) กับทะเลอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) จากเมาะลำไย - เมียวดี (พม่า) - แม่สอด - พิษณุโลก - มุกดาหาร (ไทย) - สะหวันนะเขต - แดนสะหวัน (สปป.ลาว) - ลาวบาว - เว้ - ดานัง (เวียดนาม) ส่วนแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้นั้น จะเชื่อมประเทศลุ่มน้ำโขงกับประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ผ่านท่าเรือฝั่งตะวันตกของพม่ากับไทย มี 3 เส้นทางคือ 1. กรุงเทพฯ - พนมเปญ (กัมพูชา) - โอจิมินห์ซิตี้ - วังเตา (เวียดนาม) 2. กรุงเทพฯ - เสียมราฐ-สตรึงเตร็ง-รัตนคีรี (กัมพูชา) - ก๋วงนัง (เวียดนาม) 3. กรุงเทพฯ - ตราด (ไทย) - เกาะกง - สะแรอัมเปิล (กัมพูชา) - ฮาเตียน - ก่าเมา - นามคาน (เวียดนาม)
ขณะเดียวกันนายกษิต ให้สัมภาษณ์ผลการหารือทวิภาคีกับนายโอซามุว่า ได้หารือเน้นเรื่องการกระชับความร่วมมือการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพราะประเทศญี่ปุ่นมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันญี่ปุ่นได้รับการยกย่องในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเขตโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือเพื่อนำองค์ความรู้จากการใช้ประโยชน์พลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ในการรักษาสิ่งแวดล้อมมาใช้กับประเทศไทยด้วย
นายกษิต กล่าวว่า นายโอซามุได้ถามถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นและความเสียหายของบริษัทเอกชนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งเราได้คำมั่นว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างโปร่งใส ซึ่งสิ่งที่ญี่ปุ่นติดใจคือเรื่องข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษที่อยากได้ เพื่อขอทราบรายละเอียดความคืบหน้า



