
ชัยฉุนรปภ.สภาฯปล่อยคนบุกถึงห้องกมธ.ตป.
ชัย ฉุนรปภ.สภาฯ ปล่อยคนนอกบุกถึงห้องกมธ.ตป. เตรียมตั้งกรรมการสอบ ไม่หวั่นข่าว เนวิน เป็นเป้าลอบสังหาร หนุนแนวคิด บรรหาร ถอยคนละก้าว
(9ก.ย.) นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในรัฐสภาหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดบ่อยครั้ง ว่า ในส่วนของสภาฯ เจ้าหน้าที่ก็ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องคนนั้นยอมรับว่ายาก ส่วนต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือไม่นั้น นายชัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็ดูแลรักษาความปลอดภัยเต็มที่และไม่มีงบประมาณที่จะเอาตำรวจหรือทหารมาดูแล ถ้าใช้ตำรวจหรือทหารมาดูแลส.ส.ก็อาจจะบอกว่าสภาจะต้องปลอดทหารและตำรวจ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ยกตัวอย่างกรณีที่มีผู้ชายบุกเข้าไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือถึงในห้องประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา และออกมาปีนเสาหอกระจายเสียงด้านหน้าอาคารรัฐสภา 2 นั้น รปภ.ก็ไม่น่าจะปล่อยให้บุคคลดังกล่าวขึ้นไปถึงห้องคณะกรรมาธิการฯ ได้ อย่างนี้ต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวน ตนจะเรียกเลขาธิการสภาฯ มาย้ำอีกทีว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจะต้องมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนรปภ.บางคน เพราะทำงานมานานแล้วเฉื่อยชา และจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากตำรวจหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่จำเป็น รปภ.ส่วนใหญ่มีความสามารถเพียงพอ แต่คนไหนที่หย่อนยานก็จะให้ไปทำงานอย่างอื่น คนไหนที่ทำงานมีประสิทธิภาพก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนหากมีประชาชนมาร้องเรียนส.ส.นั้น นายชัย กล่าวว่า สภาฯ ได้จัดที่ร้องทุกข์ไว้รองรับ อยากพบส.ส.คนไหนก็เรียกไปพบได้ เราไม่ได้ปิดกั้น ทั้งนี้ส.ส.ไม่มีศัตรู เพราะประชาชนเป็นคนที่เลือกส.ส.มา นอกจากส.ส.จะทะเลาะกันเองตรงนั้นก็โทษใครไม่ได้
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นหนึ่งในเป้าการลอบสังหารนั้น นายชัยกล่าวว่า ไม่เห็นมีเป้าอะไรตรงไหน คนเราภายใน 7 วัน มีทั้งวันเกิดและวันตาย ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคน ตนก็เหมือนกัน
สำหรับการสร้างสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการปรองดองหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า การปรองดองจะให้แล้วเสร็จในวันเดียวไม่ได้ อย่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาบอกว่า ทุกฝ่ายต้องถอยคนละก้าว ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ส่วนดูจากท่าทีของแต่ละฝ่ายแล้วจริงใจที่จะปรองดองมากเพียงพอหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ตนไปมองจิตสำนึกและวินิจฉัยแทนไม่ได้ แต่ขอฝากทุกฝ่ายให้มีความอดทนอดกลั้น พึงระลึกอยู่เสมอว่าเราทุกคนเป็นคนไทย ต้องสามัคคีปรองดองกันในฐานะที่เป็นคนไทย ถ้าอยากให้ชาติไทยคงอยู่เราต้องช่วยกัน



