
จีนต้อนรับตัน ฉ่วยแนะจับตามหาอำนาจหลังเลือกตั้ง
ปักกิ่ง-ผู้นำสูงสุดพม่าเยือนจีนอย่างเป็นทางการท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น คาดหาเสียงสนับสนุนเลือกตั้งที่นานาชาติประณามไม่น่าเชื่อถือ นักวิชาการไทยแนะให้มองไกลหลังเลือกตั้ง เชื่อทหารไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจแน่ จับตาการลงทุนจากมหาอำนาจ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (8 ก.ย.) ว่ารัฐบาลจีนได้จัดการต้อนรับพลเอกอาวุโสตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่าพร้อมคณะนายทหาร 34 คนที่อยู่ระหว่างเยือนจีนเป็นเวลา 4 วันอย่างอบอุ่น
พล.อ.ตัน ฉ่วย ได้พบหารือกับพล.อ.เฉิน ปิงเต๋อ ผู้บัญชาการทหารบกจีนในวันอังคาร และได้ตกลงขยายความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน และต่อมาได้พบหารือกับนายเหวิน เจียเป่าซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีจีนคนแรกที่ไปเยือนพม่าในรอบ 16 ปีเมื่อเดือนมิถุนายน กับประธานาธิบดีหู จิ่นเทาในวันเดียวกัน
แม้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดถึงวาระการหารือ แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าสาระน่าจะอยู่ที่การเลือกตั้งทั่วไปของพม่าที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน กับข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 15 ฉบับที่ลงนามกับนายกรัฐมนตรีจีนก่อนหน้านี้ นายจ้าว ไห่ลี นักวิชาการศูนย์เอเชียอาคเนย์ศึกษา มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน กล่าวว่า พลเอกตัน ฉ่วยต้องการคุยกับจีนว่าจะเดินหน้าพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจอย่างไรหากชนะเลือกตั้ง
จีนได้ช่วยเหลือประคับประคองพม่ามานานผ่านความสัมพันธ์การค้า การขายอาวุธ และปกป้องพม่าให้รอดพ้นจากการคว่ำบาตรของสหประชาชาติเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้วยการใช้สิทธิวีโตในคณะมนตรีความมั่นคง ในทางกลับกัน จีนได้เข้าถึงวัตถุดิบ เช่น ไม้สัก และอัญมณีจากพม่า และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ จีนได้ลงทุนมูลค่าประมาณ 8,170 ล้านดอลลาร์ในโครงการเขื่อน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับสามของพม่า รองจากไทยและสิงคโปร์
ด้าน นายสุเนตร ชุติธรนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวตอนหนึ่งของการบรรยายหัวข้อ ประวัติศาสตร์พม่า : ความหลากหลาย อำนาจ ความรู้และความเป็นอื่น ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันอังคารว่าไม่มีทางที่รัฐบาลพม่าจะถ่ายโอนอำนาจจากกองทัพไปยังฝ่ายตรงข้าม แต่ที่น่าติดตามคือเรื่องการค้า การลงทุน และความเคลื่อนไหวของชาติมหาอำนาจหลังการเลือกตั้ง
ส่วนความสัมพันธ์ของไทยกับพม่านั้น นายสุเนตรมองว่า พม่าอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ เพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไทยเหมือนเมื่อก่อน ประกอบกับการกระชับความสัมพันธ์หลายๆ ด้านกับอินเดียและจีน ขณะที่ประเทศยุโรปเองที่ชูธงประชาธิปไตยก็ต้องการจะเข้าไปลงทุนในพม่าที่ร่ำรวยทรัพยากรเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเข้าไปในพม่าหลังการเลือกตั้ง



