
ไม่มีที่ยืนสำหรับคนเล่นเส้น (2)
ว่าไปแล้ว นายยู มยอง ฮวาน ไม่ใช่ "คนตกรุ่น" เพียงคนเดียวที่ถูกตรวจสอบและกลายเป็นเหยื่อเซ่นสังเวยนโยบายสร้าง "สังคมที่เป็นธรรม" ของประธานาธิบดีลี มยอง บัค แม้ว่านายยูจะยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวว่าไม่ได้เข้าไปแทรกแซงกระบวนการรับลูกสาวตัวเองเข้าทำงานแต่อย่า
ก่อนหน้านี้เพียงสัปดาห์เดียว มีนักการเมืองสำคัญอย่างนายคิม แต โฮ วัย 47 ปี ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่และว่าที่รัฐมนตรีอีก 3 คนจากทั้งหมด 8 คนก็ต้องตกเป็นแพะสังเวยนโยบายนี้มาแล้ว หนำซ้ำมีทางเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนรอการเชือดอยู่เช่นกัน
โดยนายคิม แต โฮ จำใจต้องถอนตัวจากการเสนอชื่อท่ามกลางข้อครหาเรื่องจริยธรรมสมัยนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการจังหวัดเกียงซังใต้ เช่นปกปิดรายได้ และใช้ลูกจ้างของรัฐไปทำงานบ้านของตน เป็นต้น
หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวติดๆ กันหลายราย ทางการก็ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบพิเศษขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ 7 คนในกระทรวงต่างประเทศว่าอาจซิกแซ็กไม่ทำตามกฎระเบียบว่าด้วยการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ เปิดช่องให้ลูกๆ ของนักการทูตราว 30 คน ได้รับอภิสิทธิ์เหนือลูกชาวบ้านเข้าไปทำงานในกระทรวงนี้ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าทุจริตหรือกระทำไม่เหมาะสม หรือแม้ว่าลูกทูตเหล่านั้นอาจจะมีความสามารถด้วยตนเองก็ตาม
เพื่อประกันว่ากระบวนการตรวจสอบจะมีแต่ความโปร่งใส ประธานาธิบดีลีจึงให้ท้ายว่า "เมื่อก่อนอาจจะไม่เคยมีปัญหานี้ เพราะมีข้ออ้างกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาช้านาน อย่างไรก็ดี ตามมาตรฐานของสังคมที่เป็นธรรมแล้ว ไม่ควรปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์เด็กเส้นขึ้นมาอีก"
ลองขนาดประธานาธิบดีให้ท้ายเต็มตัวเช่นนี้ คณะทำงานตรวจสอบพิเศษก็ยิ่งเดินเครื่องตรวจสอบเต็มที่ รวมไปถึงการสอบสวนข้อพิรุธและเงื่อนงำที่ผู้สมัครในตอนแรกถูกโละออกทั้งกระบิก่อนจะประกาศรับสมัครคนรอบใหม่ ตลอดจนไขข้อข้องใจว่าผู้สอบสัมภาษณ์ สองในห้าคนอาจไม่ได้วางตัวเป็นกลาง เพราะรู้จักนางยู ฮเยือน เซือง ว่าเป็นลูกสาวของนายยู เจ้ากระทรวงต่างประเทศ
ท้ายที่สุด กระทรวงต่างประเทศโสมขาวก็เตรียมทบทวนแผนการรับเจ้าหน้าที่ใหม่โดยจะจัดสอบเจ้าหน้าที่ภายใน และจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาเสริม ถือเป็นโครงการนำร่องก่อนที่กระทรวงอื่นๆ จะทำตาม ในเมื่อมีหลักฐานหลายอย่างบ่งชี้ว่าเรื่องของเด็กเส้นได้กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง
บรรดาธุลีดินในแดนดินถิ่นลุ่มเจ้าพระยาได้แต่จิ๊กๆ จั๊กๆ ว่าต้องรออีกนานเท่าใด นักการเมืองไทยจึงจะหน้าบางและรู้จักยางอายอย่างนี้บ้างหนอ
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



