ข่าว

"แบต3เค"เล็งปรับราคาตามต้นทุน

"แบต3เค"เล็งปรับราคาตามต้นทุน

09 ก.ย. 2553

แบต3เคชี้แนวโน้มราคาตะกั่วครึ่งปีหลังเพิ่มสูงขึ้น คาดสิ้นปีแตะระดับ 2,300 ดอลลาร์ต่อตัน หากขยับเกินจำเป็นต้องยื่นกระทรวงพาณิชย์ขอปรับราคาขึ้นตาม แต่ราคาต้นทุนขณะนี้ยังพอรับได้

�นายวีรวัฒน์ ขอไพบูลย์ รองประธานอาวุโส บริษัท ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ (แบต3เค) กล่าวว่า ในสิ้นปีนี้บริษัทจะมีผลประกอบการที่กำไรใกล้เคียงกับงวดเดียวกันปีก่อน จากงวดครึ่งปีแรกขาดทุน 1.95 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประสบภาวะขาดทุนจากการบริหารสินค้าคงคลัง ทำให้ต้องแก้ไขปัญหาโดยลดสินค้าคงคลังให้มีจำนวนน้อยลง และปรับระยะเวลาให้เหลือ 20 วันจากเดิมมีสต็อก 60 วัน รวมทั้งราคาตะกั่ว ซึ่งเป็นวัตถุดิบในช่วงครึ่งแรกมีความผันผวนแรง

�"แนวโน้มผลประกอบการงวดครึ่งปีหลังจะดีขึ้น หลังจากที่บริษัทแก้ไขปัญหาเรื่องสินค้าคงคลังได้แล้ว และเข้าสู่ฤดูกาลหน้าหนาวที่ต่างประเทศ จะมีการเตรียมแบตเตอรี่ไว้ใช้ ทำให้ความต้องการสินค้ามากขึ้นบริษัทในฐานะเป็นผู้ส่งออก 50% ก็น่าจะได้รับประโยชน์ด้วย" รองประธานอาวุโสกล่าว

�สำหรับแนวโน้มราคาตะกั่ว ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตแบตเตอรี่ ช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยสิ้นปีจะแตะระดับ 2,300 ดอลลาร์ต่อตัน จากปัจจุบันที่ 2,150 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนราคาตะกั่วเฉลี่ยไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนกรณีค่าเงินบาทที่แข็งค่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบถึงแม้จะมีสัดส่วนการส่งออกสูงถึง 50% แต่ขณะเดียวกัน มีการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตสูงเช่นกัน จึงทำให้หักล้างได้ในระดับหนึ่ง

�รวมทั้งการเปิดตัวสินค้าใหม่ประเภทแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องบำรุงรักษา ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ โดยจะเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดยุโรปและสหรัฐ ซึ่งน่าจะทำให้ในปีนี้บริษัทมีผลกำไร และสินค้าใหม่มีสัดส่วนยอดขายรวมปีนี้ 20%

�"ครึ่งปีหลังราคาตะกั่วที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทอาจต้องกลับมาทบทวนว่า จะเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอปรับขึ้นราคาขายแบตเตอรี่ภายในประเทศ หากราคาตะกั่วปรับขึ้นเกิน 2,300 ดอลลาร์ต่อตัน เนื่องจากราคาดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูง และตรึงตัวมากเกิน แต่ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ยื่นขอไปยังกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งราคาตะกั่วปัจจุบันที่ 2,150 ดอลลาร์ต่อตัน ยังเป็นต้นทุนที่บริษัทพอรับได้ และยังคงให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการตรึงราคาขายแบตเตอรี่ต่อไป" นายวีรวัฒน์กล่าว