ข่าว

ปรับแผนรปภ.ครู3จังหวัดใต้เน้นปิดช่องโหว่"นอกเวลาราชการ"

ปรับแผนรปภ.ครู3จังหวัดใต้เน้นปิดช่องโหว่"นอกเวลาราชการ"

09 ก.ย. 2553

ปฏิบัติการสังหาร นายวิลาศ เพชรพรหม วัย 54 ปี และนางคมขำ เพชรพรหม วัย 53 ปี ข้าราชการครูสองผัวเมียใน จ.นราธิวาส รวมทั้ง นายมาหามะ สาและ อายุ 55 ปี นักการภารโรงที่ จ.ปัตตานี ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อขวัญกำลังใจครูใน 3 จังหวัดภาคใต้อีกครั้ง

ข้อมูลของสำนักบริหารยุทธศาสตร์ และบูรณาการการศึกษาที่ 12 กระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา

 มีข้าราชการครูเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงไปแล้ว 108 ราย บาดเจ็บ 103 ราย บุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 19 ราย รวมแล้วข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิตไปทั้งสิ้น 135 ราย บาดเจ็บอีก 122 ราย !!!

 ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างโหดร้าย และซ้ำซากใน 3 จังหวัดชายแดนใต้จึงทำให้ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกประชุมกันอย่างเร่งด่วนร่วมกับฝ่ายคว่ามมั่นคง ก่อนจะมีมติออกมา 3 ข้อ คือ

 1.ให้ครูใน จ.นราธิวาส ทั้ง 3 เขตการศึกษา รวม 365 โรงเรียน หยุดการเรียนสอนเป็นเวลา 3 วัน

 2.ให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยกระดับปัญหาเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาสำคัญ และต้องรีบแก้ปัญหาให้คลี่คลายลงให้ได้โดยเร็ว

 3.ให้บำเหน็จความชอบของข้าราชการครูที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตตามกฎของคณะกรรมการข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา (กคส.) ด้วยการ "เลื่อนยศตามชั้นยศ" เหมือนการเสียชีวิตของข้าราชการตำรวจด้วย

 ที่สำคัญ ยังมีการยื่นคำขาดด้วยว่า หากนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพครูวิลาศ และครูคมขำ ทางคณะครูจะ "ไม่ยอมเผาศพ" ของนายวิลาศ และนางคมขำโดยเด็ดขาด

 ขณะที่ นายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดปัตตานี ย้ำถึงสาเหตุที่ต้องขอพบนายกฯ เพราะเชื่อว่า หากข้อเท็จจริงที่เสนอโดยครูในพื้นที่ถึงมือนายกฯ ก็อาจมีการสั่งการที่ชัดเจน และรวดเร็วยิ่งขึ้น

 ส่วนข้อเสนอเรื่องการปรับแผนรปภ.ครู เขาระบุว่า ครูทั้ง 3 จังหวัดจะไม่เสนอแผนรปภ.ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากได้เสนอมาครบทุกด้าน แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีก โดยเบื้องต้นจะมอบอำนาจให้ฝ่ายกองกำลังความมั่นคงเป็นผู้กำหนดแผนรปภ.ทั้งหมดแทน

 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวก่อนเดินทางไปร่วมงานศพครูทั้งสองรายว่า จะลงพื้นที่ไปปลอบขวัญและให้กำลังใจครูภาคใต้ทั้งหมด และรับทราบข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการดูแลความปลอดภัยครูในภาคใต้   

 ส่วนมาตรการรปภ.ครูนั้น รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า จะกระชับแผนในการดูแลความปลอดภัยครูให้เข้มข้นมากขึ้น ขณะที่ครูบางส่วนที่อาจจะมีกิจกรรมที่ต้องเดินทางนอกเหนือจากเวลาราชการก็ขอให้ระมัดระวัง เพราะครูมักจะเป็นเป้าหมายในการลอบทำร้าย

 "แผนการดูแลความปลอดภัยครูมีอยู่แล้ว แต่ต่อไปนี้จะดำเนินการให้เข้มข้นขึ้น เช่น การจะจัดกิจกรรมนอกเหนือจากกิจกรรมปกติต้องแจ้งให้ฝ่ายความมั่นคงทราบ ขณะเดียวกันการไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวจะต้องมีการรวมกลุ่มกันเดินทางไปกลับ ไม่เช่นนั้นจะเป็นช่องทางในการลอบทำร้าย ซึ่งจะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและรัฐบาลด้วย" นายชินวรณ์ กล่าว

 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ต้องยอมรับว่าการดูแลรักษาความปลอดภัยครูในปัจจุบันยังมีช่องโหว่อยู่บ้าง โดยเฉพาะในเวลานอกราชการ หรือวันหยุดที่ครูต้องเดินทางเป็นการส่วนตัว

 "ปกติครูในพื้นที่นอกจากจะสอนหนังสือแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะมีธุรกิจส่วนตัวเป็นอาชีพเสริมทำให้ต้องเดินทางไปบ่อยๆ ซึ่งบางครั้งอาจคิดว่าเส้นทางที่เดินทางไปประจำนั้นปลอดภัย แต่คนร้ายที่จ้องลงมือมักจะฉวยโอกาสนั้นลงมืออยู่แล้ว"

 พล.ท.กสิกร จึงแนะนำว่า ในการเดินทางเป็นการส่วนตัว หรือนอกเวลาทำการเรียนการสอน หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็อยากให้แจ้งฝ่ายความมั่นคงรับทราบเพื่อที่จะได้จัดกำลังไปรักษาความปลอดภัย ซึ่งปกติครูจะมีเบอร์โทรของ ผบ.หน่วยในพื้นที่อยู่แล้ว

 ส่วนที่มีการมองกันว่า มาตรการรปภ.ของเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้มข้นเพียงพอจนมีช่องโหว่ เขาก็ยืนยันว่า ที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกับครู และปรับแผนรปภ.กันมาตลอดจนทำให้ลดการสูญเสียไปได้มาก

 "จะสังเกตได้ว่า ในระยะหลังเหตุที่เกิดขึ้นกับครูระหว่างเดินทางไปสอน หรือกลับจากโรงเรียนมีน้อยมากจนไม่เกิดความสูญเสียมานานแล้ว แต่ผู้ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะเป็นทหารตำรวจมากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นขณะรปภ.ครูแทบทั้งสิ้น"

 อย่างไรก็ตาม แม้จะยืนยันว่า มาตรการรปภ.ของทหารตำรวจเข้มข้นอยู่แล้ว ผบ.พตท.ก็อยากเห็นบรรยากาศการพูดคุยปรึกษาหารือกันระหว่างครูกับเจ้าหน้าที่กองกำลังในพื้นที่ มากกว่าการมาตั้งป้อมหาช่องโหว่ซึ่งกันและกัน เพราะจะทำให้เสียกำลังใจกันเปล่าๆ

 ผบ.พตท. จึงเรียกร้องให้ครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาร่วมหารือเพื่อปรับมาตรการการ รปภ.ครูอีกครั้ง โดยเฉพาะช่องโหว่ในการคุ้มครองครูที่มักถูกลงมือช่วงนอกเวลาราชการ

 ทั้งนี้ เพื่อหาทางป้องกันการสูญเสียที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนตามการบิดเบือนหลักคำสอนทางศาสนาของแกนนำกลุ่มก่อการร้ายบางคน

 โดยเฉพาะครูที่มักตกเป็นเป้าหมายแรกในการลงมือ เพราะเป็นเป้าหมายที่ลงมือได้ง่าย และเมื่อลงมือแล้วก็มักจะสร้างความสะเทือนใจจนกลายเป็นข่าวโด่งดังได้ทุกครั้ง

ทีมข่าวความมั่นคง