
หน.แก๊งจีนโกง600ล้านมาสวมบัตร..หนุ่มสุพรรณฯ
ล่าหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์จีนโกงเงินเกือบ 600 ล้านบาทหนีกบดานเมืองไทย พบบัตรประชาชนสวมชื่อ-สกุล พลเมืองไทย แต่รูปถ่ายเป็นใบหน้าจริง พร้อมแฉมีข้าราชการบางคนรู้เห็นปลอมบัตรประชาชนครั้งนี้
ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานงานจากสถานทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการต่างประเทศ และ พ.ต.ท.สมบัติ เตื้องวิวัฒน์ ผอ.ส่วนความร่วมมือระหว่างประเทศและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบ พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. ขอให้ร่วมสืบสวนหาตัว “นายชิน หย่ง เฟิง" อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงบริษัทมหาชน
สืบเนื่องจากเดือนกันยายน 2551 นายชิน หย่ง เฟิง ผู้จัดการบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน ร่วมกับพวกอีก 11 คน นำพันธบัตรรัฐบาลจีนปลอมไปยื่นกู้เงินจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ อ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ 115 ล้านหยวน หรือราวๆ 600 ล้านบาท แต่กลับเอาเงินที่กู้มาแบ่งกันแล้วหลบหนี กระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับตามหมายจับเมืองอุ้ยไห่ มณฑลซานตง เว้นแต่นายชิน หย่ง เฟิง เพียงคนเดียวที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย
พล.ต.ต.มนูรายงานให้ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ และพล.ต.ต.พงศ์เดชน์ ไชยประวัจน์ รอง ผบช.สตม. ทราบ จากนั้นได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.สมชาย เดชแพ รอง ผกก., พ.ต.ท.จิตติ สามทอง รอง ผกก. และ พ.ต.ท.รัชทพงศ์ เตี้ยสุด สว. พร้อมชุดสืบสวนเร่งรัดติดตามจับกุม
ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่า นายชิน หย่ง เฟิง หลบซ่อนอยู่ที่บ้านเลขที่ 165/5-7 ซ.อ่อนนุช 74/1 ถ.สุขุมวิท เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงนำคำสั่งที่ อสพ.(ศอฉ.) 48/2553 กองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงวันที่ 1 กันยายน 2553 มาตรวจค้น
"เจ้าหน้าที่พบนายกิตติ อายุ 57 ปี พักอยู่กับนายชิน หย่ง เฟิง ที่มีหมายจับประเทศจีน ถือหนังสือเดินทางประเทศจีน หมายเลข G 33095116 แล้วพบเอกสารต้องสงสัยหลายรายการ คือบัตรประชาชน และหนังสือเดินทางประเทศไทย ใบปริญญาบัตร และหนังสือรับรองของ ม.รามคำแหง ระบุชื่อนายสมศักดิ์ ธงวิชัย แต่เป็นรูปถ่ายของนายชิน หย่ง เฟิง พร้อมเอกสารทะเบียนพาณิชย์ บริษัท เฮงดีเจีย (ไทยแลนด์) จำกัด และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ“ พ.ต.อ.วิวัฒน์ระบุ
เมื่อนายชิน หย่ง เฟิง จำนนต่อหลักฐานก็รับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายนปีที่แล้ว มาพบกับนายกิตติ ซึ่งแนะนำให้รู้จักผู้ชายสูงอายุฉายา “ขาว รัชดา“ แล้วพาไปทำบัตรประชาชนที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยเสียค่านายหน้า 7 หมื่นบาท แต่ยังไม่ได้บัตรประชาชนไทย จึงเดินทางกลับประเทศจีน และลักลอบเข้าประเทศไทยอีกครั้งทางเรือ มาพบกับนายกิตติ ที่ จ.เชียงราย แล้วนัดไปรับบัตรประชาชนจาก “ขาว รัชดา” ที่ จ.เชียงใหม่
“หลังจากนั้นก็รีบมาทำหนังสือเดินทางที่ จ.เชียงใหม่ ก่อนนำหลักฐานไปขอจดทะเบียนบริษัท เพราะอยากลงทุนและหลบหนีอยู่ในประเทศไทย ส่วนหนังสือรับรองและใบปริญญาของ ม.รามคำแหง ซื้อมาราคา 2 หมื่นบาท“ นายชิน หย่ง เฟิง เผยผ่านล่ามชาวไทย
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง พบว่า นายชิน หย่ง เฟิง สวมชื่อคนไทยคือนายสมศักดิ์ ธงวิชัย อยู่บ้านเลขที่ 46 ซ.1 ถ.ศรีสำราญ 2 ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี วันที่ออกบัตร 10 กันยายน 2552 วันหมดอายุ 4 มิถุนายน 2559 โดยมีการย้ายถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ทั้งหมด 3 ครั้ง โดยมีหมายเลขบัตรประชาชน 3729800040275 และมีหมายเลขหนังสือเดินทางประเทศไทย I 870101
ด้านนายสมเจตน์ หรือนายสมศักดิ์ ธงวิชัย อายุ 43 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ถูกสวมชื่อและนามสกุล บอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่า เดิมเป็นคน จ.สุพรรณบุรี ตอนอายุได้ประมาณ 2-3 ขวบ พ่อแม่แยกทางกัน พออายุ 6 ขวบพ่อก็เสียชีวิต จึงมาอยู่กับอา คือนายสมใจ ธงวิชัย ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่พอจะเข้าโรงเรียนไม่มีหลักฐานใดๆ จึงไปแจ้งเกิดที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วใช้ชื่อทำบัตรประชาชนคือนายสมเจตน์ ธงวิชัย
“ตั้งแต่เด็กๆ ชาวบ้านที่ จ.สุพรรณบุรี บอกว่าผมชื่อสมศักดิ์ แต่ผมจำวันเดือนเกิดจริงไม่ได้ รู้แต่ว่าเกิด พ.ศ.2510 แต่กรณีที่ชาวจีนคนนี้สวมชื่อและนามสกุล แล้วยังมีพ่อแม่คนเดียวกันกับผมอีก รู้สึกตกใจมากทั้งที่ไม่เคยเห็นชาวจีนคนนี้มาก่อน“ นายสมเจตน์ระบุ
แหล่งข่าวจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มองว่า กรณีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่บางคนอาจร่วมทุจริตต่อหน้าที่ เจ้าหน้าที่ข้อมูลทะเบียนราษฎรบางคน หากพบบุคคลที่ไม่เคยทำบัตรประชาชนมาก่อน แล้วอายุใกล้เคียงกับบุคคลที่จะนำมาสวมทะเบียนได้ แต่ขบวนการพวกนี้ต้องมีบุคคลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ผดุงครรภ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำการรับรองเพื่อป้องกันการสาวมาหาตนเองในอนาคต



