
กษิตยันสัมพันธ์ทูตไทย-ซาอุฯยังดีอยู่
กษิต ยันความสัมพันธ์ ไทย - ซาอุยังดีอยู่ ไม่มีการลดลดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย เผยนายกฯสั่งเร่งฟื้นความสัมพันธ์ พร้อมสางคดีฆ่านักธุรกิจให้หลายหน่วยงานมาร่วมมือ
เมื่อเวลา 17.45น.วันที่ 8 ก.ย. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลซาอุดิอาราเบียว่า ยังอยู่ในลำดับที่ดี ไม่มีการลดระดับความสัมพันธ์ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ ทั้งนี้มองว่าข่าวที่ออกมาเป็นความเข้าใจผิดของผู้สื่อข่าวที่ไปยกเพียงบางประโยคมานำเสนอ แทนที่จะนำเนื้อหาของแถลงการณ์รัฐบาลซาอุฯมานำเสนอ ส่วนหนึ่งเท่าที่ตนเห็นแถลงการณ์ เป็นการเล่าเหตุการณ์จากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งทางรัฐบาลซาอุฯได้ตอนท้ายของแถลงการณ์มีการสรุปว่าในสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีความสัมพันนธ์ระหว่างประเทศดีขึ้นในหลายๆ ด้าน
นายกษิต กล่าวด้วยว่าขณะนี้ตนยืนยันว่ารัฐบาลซาอุฯไม่ได้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย เพียงแต่ได้แสดงความเป็นห่วงกรณีที่ได้มีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม เป็น ผช.ผบ.ตร. ทั้งที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีฆ่านักธุรกิจชาวซาอุฯ อย่างไรก็ตามเมื่อเรื่องเกิดขึ้นทางอุปทูตซาอุฯก็ได้เข้าหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และตนเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยนายอภิสิทธิ์ได้สั่งการให้ดูแลเรื่องดังกล่าว ส่วนรายละเอียดนั้นตนไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในชั้นของการหารือ ซึ่งกรอบการทำงานต้องเน้นการฟื้นความสัมพันธ์ และพิจารณาเรื่องคดีที่เกิดขึ้น
“การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องดูหลายๆ องค์ประกอบ ไม่ใช่ดูแค่การพิจารณาเฉพาะส่วนของการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดเท่านั้น แต่ต้องดูถึงคดีว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว และต้องไขข้อข้องใจของครอบครัวผู้ที่สูญเสียพร้อมกับเยียวยา ที่สำคัญต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องทำให้เกิดความคืบหน้าและต้องอาศัยเวลาสักระยะ ไม่ใช่แค่พริบตาเดียวจะแก้ไขได้และที่สำคัญต้องทำเพราะแรงงานไทยรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ต่างเสียโอกาสด้านต่างๆ “ นายกษิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการออกแถลงการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการยื่นคำขาดหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีประเทศไหนเขายื่นคำขาดกัน เมื่อถามย้ำว่าต้องทบทวนการแต่งตั้งพล.ต.ท.สมคิดหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ผมไม่ขอตอบ แต่เรื่องนี้ต้องให้หลายหน่วยงานมาร่วมกันแก้ไขปัญหา
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวเสิรมว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิดของสื่อมวลชน เนื่องจากแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นเอกสารที่ทางอุปทูตของซาอุดิอาระเบียได้ยื่นอธิบายต่อคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ
โดยมีเนื้อหาในแถลงการณ์เท้าความไปถึงอดีตว่าจากเหตุการฆาตกรรมนักธุรกิจชาวซาอุฯ ทำให้ความสัมพันธ์ของสองชาติลดระดับลง แต่รัฐบาลชุดต่อ ๆ มาจากปี1988 ก็พยายามพัฒนาสร้างความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น โดยมีการรื้อฟื้นคดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และหวังว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะคงความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติให้ดีขึ้น โดยทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฏ
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าทางซาอุฯจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเอกสารดังกล่าว มีการระบุถึงชื่อของนายตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้หลายคน ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นความเข้าใจผิดของสื่อที่แปลความหมายผิดและนำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ เมื่อมีผู้นำเอกสารมาให้ตนตรวจสอบแล้วก็พบว่า ไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น เป็นเพียงการรื้อเรื่องในอดีตหรือประมวลเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดให้กับทางคณะกรรมาธิการการต่างประเทศทราบเท่านั้น จึงขอทำความเข้าใจและแก้ไขข่าวดังกล่าวให้ถูกต้องด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลจะรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศต่าง ๆ โดยพยายามที่จะเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีต่อกัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง



