ข่าว

ผวาบึ้มซ้ำลั่นยังไม่เลิกฉุกเฉินสั่งจับตาแดง19ก.ย.

ผวาบึ้มซ้ำลั่นยังไม่เลิกฉุกเฉินสั่งจับตาแดง19ก.ย.

08 ก.ย. 2553

ศอฉ.ผวาบึ้มซ้ำ ลั่นยังไม่เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สั่งจับตาแดงเคลื่อน 19 ก.ย.ชี้แดงวางดอกไม้หน้าเรือนจำก้าวล่วงอำนาจศาล เตือนปชช.ระวังสื่อแดงบิดเบือนป้ายสีศอฉ.สั่งฆ่าปชช. ฮือ พบระเบิดถังแก๊สพร้อมทำงานใต้สะพานลอย ร.ร.สันติราษฎร์

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ผอ.ศอฉ.) เป็นประธานในการประชุมศอฉ. โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงษ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1.30 ชั่วโมง

 จากนั้นพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. แถลงผลการประชุมว่า ในที่ประชุมมีการหารือใน 3 ประเด็น คือ 1 .ความห่วงใยของศอฉ.ต่อข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏในสังคมปัจจุบันที่มีความพยายามของบางกลุ่ม บางบุคคลที่พยายามสื่อสารกับสาธารณะให้เป็นข้อมูลที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ยิ่งนานวันยิ่งมีมากขึ้นเป็นลำดับ เช่น การวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่เสียชีวิตไปรวม 89 ศพ โดยมีการกล่าวอ้างว่า มีการสั่งฆ่าประชาชน และเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อการสั่งฆ่าประชาชนครั้งนี้

 “ความจริงศอฉ.ไม่อยากลงไปชี้แจงในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว เพราะทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปหมดแล้ว แต่มีความจำเป็นในการชี้แจงในภาพรวมไม่เช่นนั้นสังคมจะได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง จะสังเกตได้ว่าในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้อาวุธสงครามหรืออาวุธกระสุนจริงยิงเข้าใส่ประชาชน เพราะทุกกรณีมีการกำหนดขอบเขตการใช้อาวุธไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่กระสุนยาง กระสุนจริงของปืนลูกซอง กระสุนปืนเอ็ม 16 โดยเราจะยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญ และยิงเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หรือคุ้มครองผู้บริสุทธิ์เท่านั้น” โฆษกศอฉ.กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมาจากข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏทางสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่า มีกลุ่มผู้ใช้อาวุธแฝงตัวอยู่ในกล่มผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ และประชาชนถึงชีวิต แต่เมื่อเหตุการณ์เนิ่นมาก็มีคนบางกลุ่มพยายามบิดเบือนข้อมูล ใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่ว่า สั่งฆ่าประชาชน และต้องรับผิดชอบต่อสิ่งทั้งหลาย ทั้งนี้ยืนยันว่า ในจิตใจของคนเป็นทหาร ตำรวจ ไม่มีใครเคยคิดทำร้ายพี่น้องประชาชนให้ถึงแก่ชีวิตโดยพลการเด็ดขาด หากไม่มีเหตุที่เป็นไปตามข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามขอให้ทุกเรื่องพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรม

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า 2.เรื่องการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อไหร่จะยกเลิก ขอเรียนชี้แจงว่า สาเหตุที่มีการประกาศพ.ร.ก.ตั้งแต่แรก คือ มีการจาบจ้วงสถาบัน ต้องการรักษาความสงบไม่ต้องการให้ประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันทางการเมืองปะทะกันจนเกิดความสูญเสีย และรักษาไว้ซึ่งกระบวนการทางด้านกฎหมายและความยุติธรรรม รวมถึงป้องกันเหตุรุนแรงที่เป็นภัยต่อความั่นคงของประเทศ แม้วันนี้ไม่มีการชุมนุมที่เห็นอย่างชัดเจน แต่เป็นที่ประจักษ์ทางข้อมูลข่าวสารว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทางการเมืองทั้งเหตุยิงเอ็ม 79 เหตุลอบวางระเบิดอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงาน ป้องกัน ระงับ ยับยั้งให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อป้องกันความรุนแรงที่เกิดขึ้น

 “หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเมื่อประกาศใช้พ.ร.ก.แต่ยังมีเหตุอยู่ ต้องย้อนถามกลับว่า ขนาดประกาศยังมีเหตุอยู่ หากไม่ประกาศจะมากขนาดไหน ดังนั้นต้องดูตามข้อเท็จจริงที่กเดขึ้น คือ ที่ใดที่เพียงพอที่กฎหมายภาคปกติ การบูรณาการของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทางด้านความั่นคงสามารถจัดการทุกอย่าวต่างๆได้ เราพร้อมจะยกเลิก แต่หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นก็ต้องมีการประกาศพ.ร.ก. และหากสมมุติว่า เรายกเลิกประกาศพ.ร.ก.ทั้งหมด แล้วเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมา และเราประกาศซ้ำอีกครั้ง ความรู้สึก ภาพลักษณ์ จะไม่ยิ่งไปกว่าเดิมอีกหรือ บางคนพยายามบอกว่า เราสร้างสถานการณ์เพื่อคงพ.ร.ก.ไว้ จะเห็นว่า ไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายความมั่นคง กระแสที่ตีกลับมีผลเสียมากกว่าผลดี” โฆษกศอฉ.กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า 3.การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยมีกิจกรรมในหลายลักษณะ เช่น การวางดอกไม้แดงที่เรือนจำ ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีความนิ่งในระดับหนึ่ง เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นในอนาคต แต่ใครจะเคลื่อนไหวควรคิดถึงผลกระทบและภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศให้มาก การกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดสามารถทำได้ตามข้อกฎหมาย แต่ส่งผลกระทบบต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจจึงต้องเห็นใจเขาด้วย สิ่งต่างๆหากถูกต้องตามกฎหมาย ท่านสามารถทำได้ แต่หากผิดกฎหมายต้องว่าไปตามนั้น

 “การวางดอกไม้แดงหน้าที่คุมขังดูหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้าง และหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงในอำนาจของศาล บางคนพยายามเสนอข้อมูลว่า หากต้องการความปรองดองอย่างที่พรรคหนึ่งพยายามนำเสนอ ทำไมศอฉ.และรัฐบาลไม่ปล่อยตัวนักโทษที่ถูกควบคุมตัวอยุ่ ต้องเรียนว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ศอฉ.หรือรัฐบาลไม่มีอำนาจไปสั่งให้จับใครหรือสั่งให้ปล่อยใคร ดังนั้นการที่ท่านจะวางดอกไม้แดง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่าน แต่อยากให้ท่านคิดให้รอบคอบว่า หมิ่นเหม่ต่อการไปก้าวล่วงอำนาจของศาลหรือไม่” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนในวันที่ 19 กันยายนนี้ที่จะครบ 4 ปีรัฐประหาร ทางหน่วยข่าวได้ติดตามความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองว่า อยู่ในกรอบกฎกติกาหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้การเคลื่อนไหวสามารถทำได้ถ้าไม่ผิดกฎหมาย แต่อยากให้คำนึงภาพลักษณ์ความมั่นใจของผู้ประกอบการ ส่วนในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ทางศอฉ.ยังได้ฝากให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ดูแลในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ฝ่ายยุทธการของ ศอฉ.ได้บรรยายสรุป โดยให้ประสานการปฏิบัติงานให้ชัดเจน แต่ในที่ประชุมไม่ได้มีการประเมินถึงกระแสข่าวการก่อวินาศกรรมแต่อย่างใด แต่ทุกอย่างต้องไม่ประมาท

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ ศอฉ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปรักษาความปลอดภัยที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินจำนวนมากนั้น เป็นการระบุของโฆษกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเราไม่ได้ประมาท แต่ไม่ได้หมายความว่า เราทำตามคำกล่าวของโฆษกพรรคการเมืองนั้น แต่เมื่อสังคมไม่สบายใจในการฟังข้อมูลนี้จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และประชาชนก็จะอุ่นใจ มีมากเกินดีกว่าขาด ซึ่งจะปฏิบัติภารกิจจนกว่ามีข้อมูลข่าวสารว่า มีความปลอดภัย นอกจากนี้ในที่ประชุมทาง ผู้กำกับ สน.พญาไท ได้รายงานว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาพบระเบิดใส่ประเป๋านักเรียนวางไว้ใต้บันไดสะพานลอย หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นถังแก๊สใส่ดินระเบิด มีชนวนทุกอย่างครบพร้อมทำงาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อนจึงไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น

“แดงสยาม”เตรียมร่วมเวทีแดงนปช.โคราช19ก.ย.

 นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวถึงการเตรียมเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อรำลึกเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ว่า ในวันที่ 19 ก.ย.กลุ่มของแดงสยามจะไปร่วมงานกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. หรือกลุ่มแดงโคราชของอ้วน บัวใหญ่ โดยจะเป็นรูปแบบการปราศรัยเวทีขนาดใหญ่ที่จ.นครราชสีมา เริ่มตั้งแต่ช่งเย็นเป็นต้นไป เช่นเดียวกับที่กลุ่มแดงนปช.ไปจัดเวทีขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่แกนนำหลักของลุ่มคนเสื้อแดงและแกนนำกลุ่มแดงนปช.อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง จะไปรวมกันที่จ.เชียงใหม่

ตร.เตรียมกำลังเข้มหวั่นมือที่3ป่วนเวทีแดง19กันยาที่เชียงใหม่

 พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่  เปิดเผยว่า กรณีกลุ่มเสื้อแดงนำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีจะนำทีมมาร่วมเปิดเวทีปราศรัยเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองที่จ.เชียงใหม่ในวันที่ 19 กันยายนที่จะถึงนี้ที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ ทางตำรวจทราบเรื่องแล้วและพร้อมจะให้ความปลอดภัยกับมวลชนที่ออกมาทำกิจกรรมตามสิทธิของเขา  ซึ่งทางตำรวจพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกให้ตามความเหมาะสม 

 ทั้งนี้ เท่าที่ทราบกลุ่มมวลชนในพื้นที่ตอนนี้เริ่มมีการแสดงออกทางการมืองมากขึ้น  ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่  แต่ถ้าเป็นการหมิ่นพระบรมราชานุภาพเราจะไม่ยอม อย่างไรก็ตามตำรวจยืนยันว่ายังคงต้องนำกำลังออกมาคุ้มครองดูแลมวลชนระหว่างที่จัดกิจกรรมอยู่  เพราะเกรงว่าอาจมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์อาจทำให้ผู้ชุมนุมไม่ปลอดภัยได้