ข่าว

อภิสิทธิ์จี้พท.ปกป้องสถาบันพิสูจน์ความจริงใจ

อภิสิทธิ์จี้พท.ปกป้องสถาบันพิสูจน์ความจริงใจ

08 ก.ย. 2553

นายกฯจี้เพื่อไทยปกป้องสถาบันพิสูจน์ความจริงใจ แนะเคลียร์ในพรรคให้ชัดว่าใครจะเจรจา ยันปชป.ไม่ได้ส่ง"สุขุมพันธ์-ไกรศักดิ์"ไปคุย

 (8ก.ย.)นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าการเจรจากับพรรคเพื่อไทยในกระบวนการสร้างความปรองดองว่า ยังไม่มีการมาเจรจาอะไรกับทางรัฐบาล เป็นอย่างที่ทราบกันดีว่าเรื่องนี้เริ่มต้นจากที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ และต่อมาก็มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ก็มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย แต่เรื่องการมาพูดจากันเป็นเรื่องเป็นราวนั้นยังไม่เห็นความชัดเจน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าที่มีข่าวว่าม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร  ผู้ว่าฯกทม.และนายไกรศักดิ์ ชุณหวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ไปเจรจานั้นไม่เป็นความจริงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บุคคลที่มีชื่อเกี่ยวข้องก็มีการออกมาชี้แจงบทบาทของตัวเองแล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวข้องกัน ขณะนี้สิ่งที่เราพูดถึงคือถ้าพรรคเพื่อไทยมีเจตนาที่จะมาช่วยแก้ปัญหาของบ้านเมืองทั้งในเรื่องปัญหาความรุนแรง เรื่องการละเมิดสถาบันบ้าง ก็จะเข้ามาสู่กระบวนการที่จะมาทำงานร่วมงานกับรัฐบาลและภาคส่วนอื่น ๆ คงไม่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องว่าใครเคยไปคุยอะไรกับใครที่ไหนอย่างไร

 เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมทูตของประเทศต่าง ๆ จึงเข้ามามีบทบาทในเรื่องการเมืองภายในประเทศของเรา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่มีการอ้างกัน และคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องคงจะต้องชี้แจงเองมากกว่าว่าไปพบปะกับใครอย่างไร

 เมื่อถามย้ำว่า แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ก็ยอมรับว่าเป็นการเชิญจากทูตของประเทศสวิสเซอร์แลนด์และมีทูตจากประเทศต่างๆอีก 3-4 ประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายประเทศเขามีความห่วงใยเวลาที่สถานการณ์ในบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย แต่บทบาทคงไม่ใช่ลักษณะที่เป็นทางการ เท่าที่ฟังดูเหมือนกับแต่ละคนเป็นเรื่องการมารวมตัวกันจากที่มีความคุ้นเคยก็มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันมากกว่า

 เมื่อถามว่าเส้นแบ่งระหว่างความห่วงใยกับการก้าวก่ายกิจการภายในประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าทุกประเทศเวลาที่เขาสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นก็จะมีเส้นแบ่งอยู่แล้ว และบอกเสมอว่าเป็นเรื่องภายในของเรา แต่ถ้ามีอะไรที่ช่วยได้เขาก็จะช่วยก็เหมือนเวลาที่เราเสนอตัวกับบางประเทศ แต่จะไม่แทรกแซงกิจการภายใน อีกทั้งขอยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของเราเช่นกัน

 ต่อข้อถามที่ว่านายกรัฐมนตรีเคยมอบหมายให้นายไกรศักดิ์ และม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไปตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ในการพูดคุยหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มี แต่เวลาที่คนในพรรคไปพบปะกับใครบางครั้งก็จะมาบอกเล่าให้ฟังว่าได้เคยคุยกับคนนั้นคนนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่คนในพรรคไปพูดคุยไม่ได้หมายความว่าเป็นทิศทางของพรรคที่ต้องปฏิบัติตามอย่างนั้นหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการมอบหมายในเรื่องการพูดคย ทั้งนี้เราน่าจะมองไปในอนาคตมากกว่าว่าถ้ามีความสนใจในการที่จะมาร่วมกระบวนการปรองดองจะให้มีการคุยกันอย่างไรหรือไม่

 “ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่าการจะพูดคุยกันต้องเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น และปัญหาใหญ่ที่สุดของชาติวันนี้คือปัญหาความรุนแรงที่ต้องมาช่วยกันแก้ไขตรงนี้ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ต่อข้อถามที่ว่าพรรคเพื่อไทยโยนว่าอยากให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นัดหารือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะนัดกับใคร เพราะโครงสร้างของพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความชัดเจนจะให้เป็นหัวหน้าพรรค ประธานส.ส.พรรค หรือประธานกรรมการประสานงาน(วิป) หรือบุคคลที่ออกแถลงการณ์ ขณะนี้ตนไม่สามารถไปรู้ได้ว่าภายในพรรคเพื่อไทยใครจะเป็นคนที่สามารถตัดสินใจได้ในเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยต้องไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน

 “วันนี้พรรคเพื่อไทยต้องมีความชัดเจนเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่มีทางทราบว่าสิ่งที่คุยไปนั้นสามารถเป็นตัวแทนของพรรคได้หรือไม่ ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยต้องการจะปรองดองจริงพรรคเขาก็ต้องมีความชัดเจนว่าเจตนารมย์ที่จะมาร่วมแก้ไขปัญหาคืออะไร ใครจะเป็นคนที่พูดคุยเพื่อนำไปสู่รายละเอียด”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแค่การเจรจา แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามผลักดันเรื่องการปรองดองทั้งหมด ซึ่งเราอยากจะเชิญชวนทุกภาคส่วนให้มาร่วม ซึ่งเราก็พร้อมรับฟังคนว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องการเจรจาเพราะไม่มีประเด็นที่ต้องมาต่อรองกัน และเรื่องการปรองดองก็ไม่ใช่เรื่องการต่อรองผลประโยชน์ เป็นเรื่องการกำหนดทิศทางของประเทศให้ชัดเจนร่วมกันว่าเราต้องการให้บ้านเมืองเรามีความสงบสุขได้อย่างไร

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และระบุว่าการสร้างความปรองดองไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ว่า จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ นายบรรหารอาจจะมีประสบการณ์ก็มองเห็นว่ามันยากเช่นเดียวกับที่ทุกคนมอง

 “วันนี้ถ้ามีใครที่อยากเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง รัฐบาลก็ต้อนรับไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย กลุ่มใดก็ตาม ถือเป็นจุดยืนของรัฐบาลแต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับแต่ละฝ่ายว่ามีความตั้งใจ มีความจริงใจ มีความสามารถที่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน ในฐานะรัฐบาลผมไม่ปฏิเสธใครที่ต้องการทำสิ่งที่ดีสำหรับบ้านเมือง แต่จะทำกันได้หรือไม่อย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า
 ขณะนี้ในภาพรวมของบ้านเมืองถือว่ามีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวค่อนข้างชัดเจน ขณะเดียวกันความพยายามในการที่จะแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาพื้นฐานของสังคมก็มีความก้าวหน้าไปโดยลำดับ และอย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าต้องการเสถียรภาพอย่างน้อยในสิ้นปีนี้ก็เพื่อที่จะให้กลไกต่าง ๆ ที่ทำงานในด้านนี้สามารถสร้างผลงานออกมา ตนได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการทุกชุด และเร่งรัดแนวคิดของรัฐบาลที่มีการผลักดันในหลาย ๆ เรื่อง

 ส่วนที่พรรคเพื่อไทยยื่นเงื่อนไขว่าให้เลิกข้อกล่าวหาเรื่องขบวนการล้มเจ้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการกล่าวหาคดีความต่าง ๆ ก็เป็นตามกระบวนการและตนยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครไปเจาะจงว่าเป็นเรื่องของพรรค แต่วันนี้สิ่งที่สำคัญและวิธีที่ง่ายที่สุดที่พรรคเพื่อไทยจะแสดงให้เห็นกับเรื่องดังกล่าวคือการออกมาช่วยกับทางฝ่ายรัฐ และดำเนินการกับคนที่ละเมิดสถาบันและทำผิดกฎหมายจริง เรื่องนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้เพราะมันมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการกระทำผิดโดยใคร อย่างไร คนเหล่านี้สังคมก็มองว่าเคยมีส่วนร่วมหรือเกาะเกี่ยวกับกระบวนการทางการเมืองและพรรคการเมือง ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องก็มาช่วยกับเราในการจัดการกับคนเหล่านี้