ข่าว

ภารโรงถูกยิงดับร.ร.บ้านชะเมาสามต้นหยุดสอน

ภารโรงถูกยิงดับร.ร.บ้านชะเมาสามต้นหยุดสอน

08 ก.ย. 2553

นายกฯส่งชินวรณ์-ถาวรลงใต้หลังเกิดเหตุ ผวจ.ใต้ปลุกขวัญครูส่งนอภ.ลุยให้กำลังใจถึงรร.หวังสัปดาห์หน้าเปิดปกติ ปธ.ครูยะลาเตือนเพื่อนครูระวังตัวหลังพบสัญญาณอันตราย นักวิชาการใต้แนะรัฐผุดการเมืองพิเศษดึงแนวร่วมวางอาวุธ ทหารติวเข้มหน่วยงานสกัดยาเสพติดชายแดนไทย

 จากเหตุการณ์คนร้ายยิงนายมาหามะ สาและ อายุ 55 ปี นักการภารโรงโรงเรียนบ้านชะเมาสามต้น จ.ปัตตานี เสียชีวิต เหตุเกิดวันที่ 7 กย. ส่งผลให้ครูขวัญเสีย และในวันนี้ (8ก.ย.) ทางโรงเรียนจึงต้องปิดไปโดยปริยาย 

 นายเจะอาแซ เปาะแต ผอ.โรงโรงเรียนบ้านชะเมาสามต้น  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ครูขวัญเสียมาก  ที่ผ่านมาในปี 2551  โรงเรียนเคยถูกลอบวางเพลิง และตลอดมาก็มีเหตุการณ์ขึ้นตลอด   คาดว่าโรงเรียนจะกลับมาเปิดเรียนอีกครั้งในวันจันทร์นี้

นายกฯส่งชินวรณ์-ถาวรลงใต้หลังเกิดเหตุ

 เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยล่าสุดนายวิลาศ เพชรพรหม อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี นางคมขำ เพชรพรหม อายุ 52 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เสียชีวิต ที่ต.ตันหยงมัส อ.ระเงะ จ.นราธิวาสว่า นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย จะลงไปพบคาดว่าสามารถลงพื้นที่ได้ภายใน 1 – 2 วัน นอกจากนี้นายชินวรณ์เร่งไปคุยกรณีสั่งปิดโรงเรียนด้วยและการเรียกร้องให้สวัสดิการเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ ซึ่งจะไปรับฟังปัญหาทั้งหมดเพื่อสรุปมาให้ตนภายในวันที่ 11 – 12 กันยายน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะเดินทางลงพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากมีการระบุว่าหากนายกฯไม่ไปจะไม่เผ่าศพครูทั้ง 2 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเห็นที่เขาออกเอกสารมาระบุว่านายกฯหรือตัวแทน ตนอยู่นี่เพราะมีการประชุมสภาทุกวัน

 เมื่อถามว่า นายกฯจะมีเวลาลงพื้นที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มีครับ”เมื่อถามว่า เหตุใดจึงเกิดความรุนแรงในช่วงนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐตกเป็นเป้าและปกติในช่วงนี้จะมีเหตุรุนแรง ซึ่งการประชุมครม.ภาคใต้ในวันที่ 9 ก.ย. ต้องประเมินสถานการณ์กัน

 นายปณิธาน  วัฒนยากร  รองเลขาธิการนายกฯ  ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีรายงานเข้ามาว่าตัวแทนครูประมาณ 5 คน จะเข้ามาพบนายกฯในสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในการประสานงาน ส่วนการลงพื้นที่ของนายกฯนั้นกำลังวางแผนว่าจะลงเมื่อไร ในการประชุมครม.ภาคใต้จะมีการสรุปเรื่องนี้และจะได้เห็นกำหนดการ ขณะนี้เราได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่ามีการพยายามสร้างสถานการณ์ในหลายพื้นที่ โดยอาศัยช่วงฤดูกาลปฏิบัติภาระกิจทางศาสนา อีกทั้งในช่วงนี้สถานการณ์กำลังคลี่คลาย นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ใหม่ ๆ เข้าไปในพื้นที่ จึงได้กำชับให้ทำงานรัดกุมมากขึ้น

  ขณะนี้สถิติการก่อเหตุลดลงและมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โครงการต่าง ๆ ประชาชนในพื้นที่มีความพอใจค่อนข้างมาก ทำให้รัฐบาลมีแนวร่วมมากขึ้น และองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) และประเทศเพื่อนบ้าน ตอบรับช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งหมดทำให้กลุ่มคนที่ต้องการสถานการณ์ผิดหวัง จึงฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ทำให้คนตกใจ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ต้องไปดูพื้นที่สุ่มเสี่ยง บางกรณีต้องติดตามดูกลุ่มบุคคล และคู่กรณีต่าง ๆ ที่มีปัญหากันในบางส่วน

 “ตอนนี้มีการแย่งชิงพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำงานได้ผลมากขึ้นจึงต้องดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ โดยปฏิบัติการในเชิงสัญลักษณ์เพื่อที่จะสร้างกระแส ขณะนี้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มแกนนำได้ทำต่อเนื่อง ซึ่งบางกลุ่มแกนนำหันมาร่วมมือก็มี บางกลุ่มแกนนำยังจัดระบบตัวเองไม่ได้ บางกลุ่มแกนนำปฏิเสธไม่ร่วมมือ ส่วนใหญ่เป็นคนที่อายุน้อย ซึ่งมีบางส่วนที่เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็นคอร์ออดิเน็ต ส่วนกลุ่มที่เป็นผู้ใหญ่ เช่น บีอาร์เอ็นเก่า กลุ่มพูโล เขามีแนวโน้มที่อยากมาร่วมมือ แต่อยากจะแก้ไขระบบการปกครองบางอย่าง อาทิ เรื่องอำนาจ เรื่องกฎหมาย เขาจะโน้มมาทางรัฐ แต่ปัญหาของกลุ่มอายุน้อยกับอายุมากเขาไม่สามารถคุยกันได้ ซึ่งกลุ่มอายุมากมีเครือข่ายต่างประเทศในการเพิ่มสถานะ ทำให้กลุ่มอายุน้อยพยายามกันไม่ให้กลุ่มอายุมากเข้ามา ซึ่งกลุ่มอายุมากไม่อยู่ในเมืองไทย ทำให้กลุ่มอายุน้อยเคลื่อนไหวอยู่ ” นายปณิธาน กล่าว

ผวจ.ใต้ปลุกขวัญครูส่งนอภ.ลุยให้กำลังใจถึงรร.หวังสัปดาห์หน้าเปิดปกติ

 นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุความรุนแรงกับครูในพื้นที่ ล่าสุดได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้เพิ่มการดูแลความปลอดภัยครูเพิ่มเติมทั้งทางบกและทางอากาศ เพื่อสนับสนุนมาตรการรปภ.ครูให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงเวลาเช้าและเย็น นอกจากนี้ยังประสานขอความร่วมมือทั้งในส่วนของคณะครูและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบรปภ.ครูของแต่ละพื้นที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดแผนรปภ.ครูให้ครอบคลุมและรัดกุมทุกช่วงเวลาด้วย โดยเชื่อว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มความมั่นใจให้ครูสามารถมีขวัญกำลังใจ และพร้อมที่จะเปิดทำการเรียนการสอนได้ในช่วงสัปดาห์หน้า

 ด้านนายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า การสูญเสียครู 2 สามีภรรยาที่จ.นราธิวาสเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและยอมรับว่ามีส่วนต่อสภาพจิตใจและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยภาพรวมอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยในส่วนของจ.ปัตตานีล่าสุดได้ประสานและสั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอเร่งเข้าไปพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูถึงโรงเรียน

 "สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง  คือการเรียกขวัญกำลังใจครูในพื้นที่ให้กลับคืนมาดังเดิม เนื่องจากหลังเกิดเหตุความรุนแรงกับครู 2 สามีภรรยา ทำให้ครูในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีรู้สึกหวาดผวาและไม่มั่นใจในสถานการณ์มากขึ้นเป็นเท่าตัว เบื้องต้นได้ประสานและสั่งการให้นายอำเภอเข้าไปพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูถึงโรงเรียนเป็นการสร้างความมั่นใจ รวมถึงออกตรวจเยี่ยมกำลังพลและเจ้าหน้าที่ประจำโรงเรียนไปด้วยในตัว"นายธีรเทพ  กล่าว

ปธ.ครูยะลาเตือนเพื่อนครูระวังตัวหลังพบสัญญาณอันตราย

 นายบัญญัติ แสงมณี ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์คนร้ายยิงนายวิลาศและนางคมขำ สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นครูอยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งนับเป็นบุคลากรทางการศึกษารายที่ 134 และ 135 ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอด6ปีที่ผ่านมา ทำให้สมาพันธ์ครู3จังหวัดชายแดนภาคใต้สนับสนุนให้เพื่อนครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาจำนวน326แห่งในจังหวัดนราธิวาสได้เยียาวยาสภาพจิตใจด้วยการงดทำการเรียนการสอนชั่วคราว

 ซึ่งหากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาตามข้อเสนอที่สมาพันธ์ครูเสนอไปอาจจะมีการเคลื่อนไหวในระดับที่เข้มข้นขึ้นเพื่อกระตุ้นให้หันมาให้ความสนใจในชีวิตและความเป็นอยู่ของครูในพื้นที่ให้มากกว่าที่ผ่านมา

 "ในส่วนของสมาพันธ์ครูจังหวัดยะลารอคำตอบจากรัฐบาลต่อข้อเสนอของสมาพันธ์ครู3จังหวัด  โดยหากยังไม่มีความชัดเจนที่ชัดเจนโรงเรียนในพื้นที่ยะลาอาจจะประกาศหยุดเรียนเพื่อเรียกร้องให้รัฐใส่ใจต่อชีวิตครูอย่างจริงจัง และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิทธิที่ครูในพื้นที่พึ่งจะได้รับโดยเฉพาะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพราะที่ผ่านมาดูเหมือนรัฐยังละเลยต่อสิ่งที่ครูเรียกร้องมาตลอด6ปี ดังนั้นเพื่อนครูในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องแสวงหาทางรอด และทำให้ตัวเองมีชีวิตทำหน้าที่ต่อไป”นายบัญญัติ กล่าว

 ประธานสมาพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ใช้วิธีการโฟนอินไปยังแกนนำครูในพื้นที่ยะลา เพื่อประเมินสถานการณ์วันต่อวันเนื่องจากเหตุการณ์ยังอยู่ในระดับไม่น่าไว้วางใจ เพราะมีสัญญาณอันตรายปรากฎให้เห็นหลานอย่าง เช่น การนำเลือดมาเททิ้งบนถนนหรือเส้นทางไปโรงเรียนในบางพื้นที่ ทำให้ครูเกิดความวิตกและกังวลใจจนเสียขวัญ ดังนั้นจึงได้มีการสั่งกำชับให้เพื่อนข้าราชการครูทุกคนอย่าประมาทสถานการณ์ในเวลานี้

นักวิชาการใต้แนะรัฐผุดการเมืองพิเศษดึงแนวร่วม

 ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นักวิชาการขับเคลื่อนแนวทางสันติวิธีในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ซึ่งมี ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ขณะนี้มีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเป็นห้วงเวลาการโยกย้ายและปรับเปลี่ยนตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานด้านความมั่นคง

  ส่งผลให้การสับเปลี่ยนหน่วยหรือกองกำลังที่เคยดูแลแต่ละพื้นที่เกิดช่องว่างในการปฏิบัติงานส่งผลให้แนวร่วมฉวยโอกาสดังกล่าวเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งหากประเมินจากวงจรความรุนแรงในแต่ละปีจะพบว่าช่วงเวลานี้จะเป็นห้วงหนึ่งที่ปรากฎคลื่นความถี่ของความรุนแรงมากที่สุดช่วงหนึ่งในรอบปี

 นักวิชาการรายเดิม กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐต้องมียุทธศาสตร์รักษาความปลอดภัยในชีวิตประชาชนที่ชัดเจนมากกว่านี้ เนื่องจากแนวทางสันติภาพบางอย่างรถูกล็อคด้วยเงื่อนไขบางประการจนไม่สามารถขับเคลื่อนแนวทางการผ่อนคลายระดับความรุนแรงในพื้นที่ให้ทุเลาเบาบางลงได้  เช่น กรณีการเจรจาแกนนำขบวนการก็มักจะถูกยังยั้งด้วยความไม่เห็นด้วยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูง หรือแม้แต่ความพยายามของบางหน่วยงานในการพูดคุยอย่างลับๆกับแกนนำขบวนการเพื่อวางอาวุธหรือแสวงหาความสงบก็ถูกปฏิเสธเมื่อมีการนำเสนอไปสู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

 “วันนี้รัฐจะต้องมียุทธศาสตร์ในการยุติความรุนแรงในพื้นที่ให้ชัดเจน เพราะพลวรรตของปัญหามันขับเคลื่อนไปข้างหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยับยั้งเหตุการณ์เฉพาะหน้าให้ได้พร้อมๆกับงานพัฒนาด้านการเมืองที่เห็นผลในระยะยาว ” ผศ.ดร.ชิดชนก กล่าว

ทหารติวเข้มสกัดยาเสพติดชายแดนไทย-มาเลย์

 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พล.ต.จำลอง คุณสงค์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดการประชุม แนวทางปฏิบัติงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยสันติวิธีชุมชนเทศบาลเมืองเบตง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินงานด้านการป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมโดยมีนาย ดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง พ.ต.อ. สมบัติ หวังดี ผกก.สภ.เบตง พ.ต.ท. เชษฐ์วิทย์ นีระฮิง ผบ.ร้อย ตชด.445 หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ผู้บริหารท้องถิ่น และคณะกรรมการศูนย์ประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

 เนื้อหาการประชุมประกอบด้วยการบรรยายสรุปสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเบตง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเบตง และการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เนื่องจาก พล.ท. พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาค 4 และ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ผอ.ศปส.จชต.ได้สั่งการให้มีการเปิดปฏิบัติการการแก้ไขปัญหายาเสพติดช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตงโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองเบตงซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษ

 พล.ต.จำลอง คุณ สงค์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ให้นโยบายแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ว่าปัจจุบันปัญหายาเสพติดของประเทศยังคงทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และยังส่งผลให้มีการแพร่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ จ.ยะลา มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรัฐบาลได้เล็งเห็นและตระหนักถึงโทษของยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพอนามัย จึงได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วน โดยรัฐบาลมีเป้าหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยได้กำหนดกลไก หรือเครื่องมือสำหรับใช้ในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดครอบคลุมในทุกมิติเพื่อนำไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

 นายดลเดช พัฒนรัฐ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า การประชุมรับทราบแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในวันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ในการดำเนินงานด้านยาเสพติดให้ไปในทิศทางเดียวกัน และขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำความรู้ที่ได้ในวันนี้และประสบการณ์ที่มีอยู่ไปปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถเพื่อให้อำเภอเบตง ปลอดจากยาเสพติดได้อย่างยั่งยืนต่อไป