
น้ำเจ้าพระยาเริ่มเอ่อท่วมบ้านเรือนและโรงเรียน
ชาวนาอ่างทองร่ำให้เกี่ยวข้าวกลางน้ำหลังน้ำทะลักเข้าท่วมนากว่า 300 ไร่ ด้านจังหวัดอ่างทองประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ
(8ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านและโรงเรียน ที่พักอาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เริ่มเตรียมขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง และจัดหากระสอบทรายป้องกันน้ำที่เริ่มเอ่อท่วมเข้าบ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำ ซึ่งขณะนี้บางบ้านเรือน เตรียมทำสะพานไม้พาดเดินเข้าบ้าน และที่โรงเรียนวัดสำแล ระดับน้ำเริ่มท่วมบริเวณชั้นล่าง ระดับน้ำประมาณ 30 ซม.แล้ว บรรดานักเรียนในโรงเรียน ต้องเดินลุยน้ำ และขนย้ายอุปกรณ์ในการเรียน ,หนังสือ ,โต๊ะเรียน ขนขึ้นหนีน้ำไว้ในที่สูง หลังได้รับทราบจากข่าวสารว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มเพิ่มขึ้นเป็นระยะ ๆ เนื่องจากน้ำเหนือที่เกิดจากฝนที่ตกหนัก ประชาชนในพื้นที่ต่างก็พากันเตรียมรับมือหากเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน
ชาวอ่างทองร่ำไห้น้ำทะลักท่วมนาข้าวกว่า300ไร่
เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังทุ่งนาหนองเสือ หมู่ที่ 7 ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งว่าน้ำจากแม่น้ำน้อยได้ทะลักเข้าท่วมทุ่งนาประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก หลังจากเดินทางไปถึงยังทุ่งนาดังกล่าวที่ชาวบ้านเรียกว่าทุ่งหนองเสือจำนวนกว่า 300 ไร่ เจิ่งนองไปด้วยน้ำพื้นนาบางพื้นที่ที่ยังมีข้าวที่ยังไม่ได้เกี่ยวถูกน้ำท่วมจนจมน้ำได้รับความเสียหายจำนวนมาก จากนั้นไม่นานก็พบว่านางสุนันทา ศรีเดือน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 7 ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้ท่อเรือออกมาดูข้าวที่จมน้ำกับเพื่อนบ้านพร้อมทั้งลงลอยคอเกี่ยวข้าวบางส่วนกลับบ้านทั้งน้ำตา
นางสุนันทา กล่าวว่า ตนทำนามากว่า 40 ปี ตั้งแต่เด็กก็ไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้ ตนทำนาอยู่ 50 ไร่ โชคดีที่เกี่ยวข้าวไปก่อนหน้านี้แล้วเหลือเพียง 17 ไร่เท่านั้นที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว อีกเพียงไม่กี่วันก็จะเกี่ยวข้าวได้แล้วแต่น้ำได้เข้ามาท่วมเสียก่อน โดยน้ำที่เข้ามาท่วมนั้นมาจากคลองตาเที่ยงไหลมาจากแม่น้ำน้อย วันนี้ที่ออกมาเพราะสงสารข้าวต้องมาจมน้ำ ข้าวที่จมต้องปล่อยทิ้งให้เป็นอาหารปลาอย่างเดี่ยว
นางสุนันทา กล่าวต่อไปว่า พื้นที่นาข้างๆที่เก็บเกี่ยวไปก่อนหน้านี้ก็จำเป็นต้องเกี่ยวสุขๆดิบๆให้ได้เงินกลับมาบ้าง และแปลงนาตนที่ถูกน้ำท่วมนี้ปีที่แล้วได้ข้าวถึง 15 เกวียน ปีนี้ต้องมาจมน้ำหมดตนนอนร้องให้ทุกคืนเลย
วันเดียวกันนี้จังหวัดอ่างทองประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ ยกเว้นอำเภอสามโก้และแสวงหา เพราะถึงวันนี้ ( 8 กันยายน 2553 ) มีปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเรื่อย ๆ และบางพื้นที่มีน้ำท่วมบ้างแล้ว
นายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ประกาศแจ้งเตือนขอให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งระยะนี้ เพราะภาคกลาง ช่วงวันที่ 6 - 9 กันยายน มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯอุทกภัย จังหวัดอ่างทอง (สำนักงานปภ.จังหวัด) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำและพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ประจำวันที่ 8 กันยายน ว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าอำเภอไชโย ระดับตลิ่งสูง 9 เมตร ไม่มีรายงานระดับน้ำ สำหรับที่หน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง ระดับตลิ่งสูง 7.50 เมตร ระดับน้ำในแม่น้ำสูง 6.24 เมตร หน้าเทศบาลตำบลป่าโมก ระดับตลิ่งสูง 6.00 เมตร ระดับน้ำในแม่น้ำสูง 5.70 เมตร และถึงวันนี้ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้ปล่อยระบายน้ำออกจากเขื่อน 1584 ลบ.ม./วินาที และ ประตูระบายน้ำยางมณี มีปริมาณน้ำระบายออก 15.71 ลบ.ม./วินาที จากสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับจังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ราบลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำจะมีน้ำไหลเข้าท่วมประจำทุกปี ดังนั้นจังหวัดอ่าง ทองจึงได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติในเขตพื้นที่ ๆ เสี่ยงภัย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ป่าโมก ไชโย วิเศษชัยชาญ และโพธิ์ทอง ยกเว้น 2 อำเภอที่ระดับพื้นที่สูง ได้แก่ อำเภอแสวงหาและสามโก้ ดังนั้น จังหวัดอ่างทองจึงขอเตือนให้ประชาชนระวังภัยจากน้ำท่วม



