
ส.ว.เห็นชอบร่างพรบ.งบ54รวม96เสียง
ส.ว.เห็นชอบ พ.ร.บ.งบ 54 จำนวน 96 เสียง นายกฯ แจงไม่หมกเม็ดขึ้นเงินเดือนนักการเมือง ระบุคล้อยตามการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ที่ประมุข 3 ฝ่ายต้องเท่าเทียม ย้ำให้ขึ้นสมัยหน้า
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 07 ก.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่า ภาพรวมของการจัดทำงบประมาณที่ที่ประชุมเห็นว่าเป็นงบประมาณขาดดุล อาจทำให้เกิดวิกฤตหนี้ได้ ตนขอให้นึกย้อนไปเมื่อต้นปี 2552 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ตอนนั้นแนวโน้มเศรษฐกิจมีแนวโน้มติดลบสูง คาดว่าจะมีคนตกงานประมาณ 2 ล้านคน ดังนั้นการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศไม่สามารถนำการบริหารเศรษฐกิจแบบครัวเรือนได้ หรือใช้วิธีการรัดเข็มขัดก็เสี่ยงที่เศรษฐกิจของประเทศหดตัว ฐานะการคลังย่ำแย่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และล่าสุดรัฐบาลก็ทำให้เห็นแล้วว่ามาตรการประสบความสำเร็จ และในปีนี้หนี้สาธารณะจะมีไม่ถึงร้อยละ 50 ของจีดีพี ซึ่งตนเชื่อว่าภายใต้การการบริหารจัดการงบ อีกไม่เกิน 5 ปี งบประมาณต้องกลับมาสมดุล
“งบกลาง อนาคตจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายที่จะนำไปใช้เกี่ยวกับระบบสวัสดิการต่อประชาชน ผ่านกฎหมายกองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือกองทุนสวัสดิการชาวนา ส่วนงบกลาโหม หรืองบกองทัพ ขณะนี้มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมอาวุธในประเทศ” นายอภิสิทธิ์ชี้แจง
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงอีกว่า ส่วนที่ส.ว.จะไม่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 54 เพราะกลัวการขึ้นเงินเดือนของ ส.ส.และส.ว. ซึ่งตนยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น เพราะการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการร้อยละ 5 ของข้าราชการ จะพ่วงขึ้นเงินให้กับประธานศาลฎีกาด้วย ดังนั้นในหลักการ ประมุข 3 ฝ่าย คือ นายกฯ และประธานรัฐสภา ควรได้เพิ่มเงินเดือนเท่ากัน จึงเป็นที่มาที่ต้องขึ้นเงินเดือนส.ส.และส.ว. ด้วย ส่วนตัวมองว่าเพื่อให้เกิดความยุติธรรมผลการขึ้นเงินเดือนควรจะขึ้นในปีถัดไป
หลังจากนั้น นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช ลุกขึ้นอภิปรายซักถามนายกฯ ว่า นายกฯต้องตอบให้ชัดในประเด็นขึ้นเงินเดือนส.ส. และส.ว. และเหตุที่ตนไม่อยากโหวต ไม่ใช่เพราะกลัวทำผิดรัฐธรรมนูญ แต่กลัวว่าภาพลักษณ์ของนักการเมืองจะตกต่ำไปอีก ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่าหากส.ว.พิจารณาไม่ยกมือให้งบประมาณผ่าน เพราะกลัวเรื่องขึ้นเงินเดือน เชื่อว่าส.ว.ก็โหวตผ่านไม่ได้ เพราะเงินเดือนของส.ว. และส.ส.ก็อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณ เรื่องนี้ตนมั่นใจว่าไม่ขัดกฎหมาย และที่สำคัญตนยืนยันว่าอยากให้การขึ้นเงินเดือนอยู่ในรัฐบาลชุดต่อไป อย่างไรก็ตามขอให้เราอยู่กับความเป็นจริง การขึ้นเงินเดือนไม่เกิดนั้นเป็นไปไม่ได้
ทั้งนี้ที่ประชุมได้ปิดการอภิปรายและให้ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2554 เมื่อเวลา 21.20 น. ผลปรากฏว่ามีผู้เห็นชอบ 96 เสียง ไม่เห็นชอบ 13 เสียง งดออกเสียง 19 เสียง และไม่ลงคะแนน 5 เสียง จากนั้นการประชุมวุฒิสภาได้ปิดการประชุม เมื่อเวลา 21.30 น.



