ข่าว

ขุมทรัพย์โอลิมปิกไทย
ฮือฮามี 160 ล้าน!

ขุมทรัพย์โอลิมปิกไทย ฮือฮามี 160 ล้าน!

29 มี.ค. 2552

ฮือฮา เปิดคลังขุมทรัพย์โอลิมปิกไทยมีอยู่ 160 ล้านบาท "บิ๊กจา" พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ พ่อบ้านโอลิมปิกไทย เผยต้องนำมาใช้ในกิจกรรมของโอลิมปิก โดยเฉพาะการมุ่งสู่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ยืนยันพร้อมสนับสนุน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นั่งเก้าอี้ประธา

โค้งสุดท้ายก่อนการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย วันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่ รร.เรดิสัน เวลา 10.00 น.โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ชุดใหม่ โดย “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งกรรมการบริหารที่จะทำงานไปอีก 4 ปี (พ.ศ.2552-2556) จะมีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง 46 คน ได้แก่สมาคมกีฬา 33 สมาคม, ผู้ทรงคุณวุฒิ 10, ผู้แทนโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประจำประเทศไทย หรือไอโอซีเมมเบอร์ ได้แก่ ดร.ณัฐ อินทรปาณ และผู้แทนชมรมอดีตนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2 คน (เกษราภรณ์ สุตา, สมจิตร จงจอหอ)


 ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิ์ทั้ง 46 คน จะเสนอชื่อกรรมการบริหาร 23 คน รวมกับไอโอซีเมมเบอร์ 1 คน และชมรมอดีตนักกีฬาโอลิมปิก 1 คน รวมเป็น 25 คน ก่อนที่คณะกรรมการบริหารทั้ง 25 คน จะมาประชุมเพื่อเลือกประธาน 1 คน, รองประธาน 6 คน, เลขาธิการ 1 คน และเหรัญญิก 1 คน อีกครั้ง ซึ่งหลังจากเลือกกรรมการบริหารแล้วยังจะมีการเลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ และ/หรือบุคคลผู้มีประสบการณ์ด้านกีฬา 10 คน เป็นสมาชิกสามัญสมัชชาใหญ่ คณะกรรมการโอลิมปิกไทยอีกด้วย


 "บิ๊กอ๊อด" กล่าวว่า พร้อมที่จะรับตำแหน่งประธานอีกครั้งหากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิก ซึ่งจะเป็นสมัยสุดท้ายเพราะถือว่าทำหน้าที่มาพอสมควรแล้ว พร้อมกันนี้ก็ได้เตรียมนโยบายใหม่ๆ ที่จะนำเข้ามาปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่ การปรับปรุงคณะกรรมาธิการฝ่ายต่างๆ ส่วนที่ดำเนินไปด้วยดีก็ทำต่อไป แต่ส่วนใดที่ไม่ดีก็จะยุบบางคณะ ซึ่งกรรมการบริหารทุกท่านจะต้องมีหน้าที่ในกรรมาธิการชุดต่างๆ และจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย นอกจากนี้ยังจะต้องปรับปรุงกฎ ธรรมนูญ ข้อบังคับของคณะกรรมการโอลิมปิกบางส่วนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก และสุดท้ายคือ กรรมการบริหารทุกคนจะต้องมีส่วนในการนำเสนอนโยบายให้แก่คณะกรรมการโอลิมปิกไทยด้วย


 ขณะที่ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ยืนยันเช่นกันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทุกอย่างจะดำเนินไปตามระเบียบ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกว่าจะออกเสียงเลือกใคร ส่วนตัวแล้วไม่หนักใจและยังไม่มีข่าวว่ามีกลุ่มใดจะลงสมัครแข่งขัน ซึ่งพร้อมจะสนับสนุน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นประธานสมัยที่ 3 และถ้าหากตนได้กลับเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการอีกครั้งก็จะเป็นสมัยสุดท้ายเช่นกัน สำหรับสถานการณ์ทางการเงินของโอลิมปิกไทย หลังปิดบัญชีล่าสุดมีอยู่ 160 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมของโอลิมปิก โดยเฉพาะการสนับสนุนกีฬาความหวังคว้าเหรียญรางวัลในกีฬาโอลิมปิกเกมส์