ข่าว

"มาม่า"หนีบาทแข็งค่าหันลงทุนนอก

"มาม่า"หนีบาทแข็งค่าหันลงทุนนอก

08 ก.ย. 2553

"มาม่า"ฉวยจังหวะบาทแข็งค่า เตรียมเปิดโรงงานใหม่ในต่างประเทศ 2 แห่ง ที่บังกลาเทศ และอินเดีย คาดเริ่มเดินสายการผลิตได้ปลายปี 54

 นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายสุชัย รัตนเจียเจริญ ประธานบริษัทฯ ได้ร่วมกันแถลงผลการดำเนินธุรกิจในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยนายพิพัฒกล่าวว่า ยังมีการเติบโตที่ดีทั้งรายได้และกำไร โดยมีรายได้จากการขายรวม (เฉพาะกิจการ) 3,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 192.425 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% สูงกว่าประมาณการ 1.02% และมีกำไรสุทธิใกล้เคียงกับปีที่แล้วคือ 587.54 บาท

 ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจในประเทศ ยังเป็นไปตามเป้าหมาย แม้ต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ ข้าวสาลี น้ำมันปาล์ม และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นทั้งในปีนี้และปีหน้า โดยปรับขึ้นแล้วกว่า 10% เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลง ทำให้บริษัทต้องใช้วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย แต่สำหรับตัวเลขส่งออกพบว่าในช่วง 6 เดือน เพิ่มขึ้น 7% แต่ติดลบ 3.4% จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทต้องปรับแผนโดยแนวทางหนึ่งคือใช้วิกฤติจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ด้วยการลงทุนในต่างประเทศ ล่าสุดเตรียมเปิดโรงงานใหม่ 2 ประเทศ  คือ บังกลาเทศ และอินเดีย เบื้องต้นได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ บังกลาเทศ คือ บริษัท Kallol ร่วมทุนในสัดส่วน 60% ต่อ 40% จดทะเบียนในนาม Kallol Thai President Foods (BD) โดยบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก เข้าบริหารโรงงานการผลิตซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ตั้งแต่ปลายปี 2554 เป็นต้นไป เบื้องต้นจะผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองภายใต้แบรนด์ "มาม่า" กำลังการผลิต 5.2 หมื่นตันต่อวัน

  สำหรับประเทศอินเดีย คาดว่าจะเริ่มเปิดโรงงานและเดินสายการผลิตได้ปีหน้าเช่นกัน โดยทั้งสองประเทศเบื้องต้นจะผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก โดยทั้ง 2 ประเทศจะเป็นการลงทุนโดยบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นข้างมากคือ 60% ส่วนแผนการลงทุนทั้งในปีนี้และปีหน้าจะยังคงเป็นไปตามแผนการเดิม โดยการติดตั้งเครื่องจักรใหม่สำหรับบะหมี่ 2 สายการผลิต เพื่อเพิ่มกำลังผลิตโดยรวมอีก 10%