ข่าว

"ปรองดอง"ต้องเป็นมติพรรค

"ปรองดอง"ต้องเป็นมติพรรค

08 ก.ย. 2553

ตัวละครผู้อยู่เบื้องหลัง "แถลงการณ์แผนปรองดอง 5 ข้อ" ค่อยๆ เปิดมาทีละคน ซึ่งล่าสุด "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 1 ออกมาบอกว่า วงสนทนาเกี่ยวกับแผนปรองดอง 5 ข้อ มีบุคคลหลายระดับ

โดยอ้างว่ามี "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, เอกอัครราชทูตต่างประเทศ 4-5 ประเทศ, นายทหาร และบุคคลระดับสูง อยู่ในวงสนทนาด้วย

 แต่ "ปลอดประสพ" ก็พูดไม่ชัดว่าในวงสนทนาเป็นเพียงแค่การสนทนาการเมืองทั่วไปบนโต๊ะอาหารก่อนตบท้ายเสนอแผนปรองดอง หรือเป็นการนัดหมายมาหารือเรื่อง "แผนปรองดอง 5 ข้อ" โดยเฉพาะ

 ในนาทีนี้การเดินหน้า "แผนปรองดอง 5 ข้อ" คงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังกระแสในพรรคเพื่อไทย และฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ต่างตั้งเงื่อนไขของการเจรจากันมากจนเกินไป

 ตราบใดที่แต่ละพรรคยังไม่สามารถหาข้อสรุปตรงกันว่าจะร่วมมือสนับสนุนแผนปรองดองอย่างเต็มที่ ก็เป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวให้พรรคอื่นมาร่วมแผนปรองดองด้วยได้

 สำหรับในซีกรัฐบาลเมื่อปรากฏชื่อ "ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ "ปลอดประสพ" อ้างชื่ออยู่ร่วมวงสนทนาครั้งนี้ ก็ต้องยอมรับว่า "แถลงการณ์แผนปรองดอง 5 ข้อ" ดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

 เพราะครั้งหนึ่ง "สุขุมพันธุ์" เคยถูกส่งตัวไป "เจรจา" ในทางลับกับ  "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศบรูไน เมื่อวันที่ 19 เมษายน หลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงจากการ "ขอคืนพื้นที่" เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

 "สุขุมพันธุ์" ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน มีการนัดรับประทานอาหารค่ำร่วมกับทูตต่างประเทศ 3-4 ประเทศ และมี นายปลอดประสพ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา สมาชิกบ้านเลขที่ 111 นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.นครราชสีมา ปชป. อยู่ด้วย แต่ตลอดการรับประทานอาหารไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องแผนปรองดองแม้แต่นิดเดียว

 “ผมขอยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องแผนปรองดองบนโต๊ะอาหาร แต่ก่อนที่ผมจะไปถึงไม่ทราบว่ามีการคุยกันหรือเปล่า ดังนั้นเรื่องนี้ผมจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าจะเกี่ยวก็ต้องได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน ผมจึงไม่มีหน้าที่ที่จะไปหารือเรื่องนี้ เพราะท่านนายกฯ ไม่ได้มีบัญชาอะไร การพบกันครั้งนั้นก็เป็นการนัดรับประทานอาหารในฐานะคนรู้จักกัน แต่คุณปลอดประสพ ยื่นแผนปรองดองมาให้ผมตอนที่กำลังลุกจากโต๊ะ ซึ่งผมก็รับมาดูเท่านั้นไม่มีการให้ความเห็นอะไรทั้งสิ้น” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

 ดังนั้น "สุขุมพันธุ์" ซึ่งขณะนี้ไม่มีตำแหน่งในกรรมการบริหารพรรคจึงเห็นว่าการที่ "ปลอดประสพ" ยื่นแผนปรองดองมาให้ เพื่อทราบเท่านั้น เพราะไม่อยู่ในฐานะที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้

 แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับแผนปรองดอง "สุขุมพันธุ์" ยอมรับว่า เป็นเรื่องดีที่จะมีแผนปรองดอง เพราะทางแก้ปัญหาบ้านเมืองควรเริ่มจากการเจรจา แต่จุดยืนของตนยังเหมือนเดิม ไม่มีหน้าที่จะให้ความเห็นเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาล ตัวเองเป็นเพียงผู้ว่าฯ กทม.เท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม "แผนปรองดอง" แรกเริ่มมาจากแนวคิดของรัฐบาล เพื่อเป็นทางออกและแก้ไขวิกฤติของชาติบ้านเมือง จนเป็นที่มาของคณะกรรมการแต่ละชุดที่มีชื่อเสียงในสังคม เช่น อานันท์ ปันยารชุน, ประเวศ วะสี, คณิต ณ นคร แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นความปรองดองเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 บางคนบอกว่าบางชุดยังให้เวลาทำงานหลายปี "ความปรองดอง" จึงยังมีเวลาพิสูจน์ฝีมือ!

  สุดท้ายเกิดคำถามตามมาว่า "แผนปรองดอง" เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ ประชาชนระดับรากหญ้ากับ "แกนนำ" ใครได้ประโยชน์มากกว่ากัน  เพราะความขัดแย้งในระดับรากหญ้าไม่รุนแรงเท่ากับบรรดา "แกนนำ"

 ดังนั้นคนที่ต้องการ "ปรองดอง" มากที่สุดคือระดับ "แกนนำ" ที่ไปสร้างความวุ่นวายมากกว่า เพราะถ้ามีการปรองดองแกนนำอาจได้รับนิรโทษกรรมจากคดีต่างๆ

 ซึ่งขณะนี้หากนับจำนวนคดีที่ "แกนนำแต่ละสี" ถูกแจ้งข้อหาไว้บางคนนับสิบคดี

 ที่สำคัญอาจมีบางคนหรือกลุ่มไม่ต้องการให้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองจบ เพราะมีเรื่องผลประโยชน์ที่แอบซ่อนอยู่ จึงเป็นไปได้ที่คนกลุ่มนี้ไม่อยากเห็นพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือประชาธิปัตย์ กับเพื่อไทย จับมือสมานฉันท์

 เพราะถ้า 2 พรรคคุยกันแล้วเกิดถูกคอจนตัดสินใจตั้งรัฐบาลร่วมกันขึ้นมา อาจทำให้บางกลุ่มเสียประโยชน์

 โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยจุดขาย "ความโปร่งใส" ของนายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ไปเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง!

 แม้ว่าการปรองดองจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถ้าทุกฝ่ายมีความตั้งใจและร่วมมือกันทำ เพราะจะลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองได้

 แต่สิ่งแรกที่ "เพื่อไทย" และ "ประชาธิปัตย์" ควรจะทำก่อนประการแรกคือทำให้สมาชิกภายในพรรคต้องมีความเห็นเรื่องการปรองดองไปในทิศทางเดียวกันก่อน

 ที่สำคัญควรกำหนดคนที่เหมาะสมในการทำหน้าที่ในการเจรจา รวมทั้งทำหน้าที่ชี้แจงต่อสื่อมวลชนก็ควรจะพูดในสิ่งที่ทำให้ทุกฝ่ายเกิดการปรองดองสมานฉันท์ด้วยเช่นกัน! 

จีระวรรณ ประสมทรัพย์ / สมถวิล เทพสวัสดิ์